กรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date กรกฎาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

กรดไหลย้อน เป็นโรคเรื้อรังเกี่ยวกับการย่อยอาหารที่ส่งผลต่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรืออาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่หญิงตั้งครรภ์

คำจำกัดความ

กรดไหลย้อน คืออะไร

กรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD) คือ โรคเรื้อรังเกี่ยวกับการย่อยอาหารที่ส่งผลต่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรืออาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน

กรดไหลย้อนเกิดขึ้นเนื่องจากหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเสียหาย โดยปกติแล้ว หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างจะคลายตัวให้อาหารผ่านลงไปยังกระเพาะอาหาร และปิดไม่ได้อาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปบนหลอดอาหารได้ แต่เมื่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างรั่วหรือปิดไม่สนิท สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารจึงรั่วซึมเข้าไปในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดการระคายเคือง หรือเกิดบาดแผลขึ้น

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

กรดไหลย้อนพบบ่อยเพียงใด

โรคกรดไหลย้อนพบได้บ่อยมาก และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของกรดไหลย้อน

อาการของกรดไหลย้อนมีดังนี้

  • รู้สึกแสบร้อนกลางอก ซึ่งในบางครั้งลุกลามไปยังลำคอ โดยอาจมีรสชาติเปรี้ยวในปากร่วมด้วย
  • เจ็บหน้าอก
  • กลืนลำบาก
  • ไอแห้ง
  • เสียงแหบหรือเจ็บคอ
  • อาหารหรือของเหลวรสเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นมา
  • รู้สึกมีก้อนในคอ

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรไปพบคุณหมอหรือเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน เมื่อมีสิ่งบ่งชี้และอาการเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือหากกรดไหลย้อนนั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โรคกรดไหลย้อนสามารถรักษาได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการใช้ยาที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ในบางครั้ง อาจจำเป็นต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์รุนแรง หรือต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ

สาเหตุ

สาเหตุของ กรดไหลย้อน

กรดในกระเพาะอาหารหรือน้ำดีที่ไหลสู่หลอดอาหารจัดว่าเป็นสาเหตุหลักของกรดไหลย้อน

ตามธรรมชาติแล้ว อาหารและของเหลวที่รับประทานเข้าไปจะไหลลงไปยังกระเพาะอาหาร หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างที่อยู่โดยรอบหลอดอาหารส่วนล่างจะคลายตัวเพื่อให้อาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร และจะปิดอีกครั้งเพื่อป้องกันน้ำย่อยและอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมา

แต่หากหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างนี้มีความดันต่ำหรือผิดปกติ สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารก็จะไหลกลับขึ้นไปยังหลอดอาหาร ซึ่งเป็นภาวะของกรดไหลย้อน เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ ก็จะทำให้เกิดอาการอื่นๆ เกี่ยวกับการย่อยอาหารผิดปกติได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกรดไหลย้อนมีหลายประการ เช่น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน

แพทย์จะดูอาการต่างๆ เพื่อวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน และอาจต้องมีการทดสอบบางประการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เช่น

  • การตรวจวัดค่าความเป็นกรดด่างในหลอดอาหารและคอหอยส่วนล่าง เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • การใช้กล้องส่องตรวจ โดยใช้กล้องส่องเข้าไปในหลอดอาหารและเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อมาทำการทดสอบต่อไป
  • การทดสอบอื่นๆ ที่วัดการเคลื่อนไหวของหลอดอาหารเพื่อตรวจวัดความดันในหลอดอาหาร
  • การตรวจเอ็กซเรย์ระบบย่อยอาหารส่วนบนโดยใช้แบเรียมและสารผสมจากน้ำเพื่อเคลือบระบบย่อยอาหารภายใน ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นหลอดอาหารได้ชัดเจนขึ้น

การรักษาโรคกรดไหลย้อน

สามารถรักษาโรคกรดไหลย้อนด้วยตนเอง โดยการใช้ยาที่วางจำหน่ายทั่วไป ได้แก่

  • ยาลดกรด ที่ทำให้กรดในกระเพาะอาหารสมดุล เช่น ยามาล็อกซ์ (Maalox) ยาไมแลนตา (Mylanta) ยาเกลูซิล (Gelusil) ยากาวิสคอน (Gaviscon) ยาโรเลดส์ (Rolaids) และยาทัมส์ (Tums) ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็ว
  • ยาในกลุ่มยับยั้งตัวรับเอช ทู (H-2-receptor blocker) ได้แก่ ยาไซเมทิดีน (Cimetidine) เช่น ทาทาเมต เอชบี (Tagamet HB) ยาฟาโมทิดีน (Famotidine) เช่น เป๊ปซิด เอซี (Pepcid AC) ยาไนซาทิดีน (Nizatidine) อย่างเอซิด เออาร์ (Axid AR) หรือยารานิทิดีน (Ranitidine) เช่น แซนแทค (Zantac)
  • ยาที่ยับยั้งการสร้างกรดและรักษาหลอดอาหาร ได้แก่ ยาแลนโซปราโซล (Lansoprazole) เช่น พรีวาซิด 24 เอชอาร์ (Prevacid 24 HR)  และยาโอมีพราโซล (omeprazole) เช่น พริโลเซ็ค (Prilosec) เซเจอริด (Zegerid)

ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีการอื่น หากอาการแย่ลงและรักษาด้วยยาไม่ได้ผล

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อจัดการกับกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนสามารถควบคุมได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย โดยมีข้อคำแนะนำดังนี้

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่คับเกินไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นอาการแสบร้อนกลางอก เช่น อาหารทอด ซอสมะเขือเทศ ช็อกโกแลต อาหารรสจัด หัวหอม
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ท้องอืดบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะกระเพาะอาหารย่อยช้า

หากคุณมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะกระเพาะอาหารย่อยช้า บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงพาทุกคนมาทำความรู้จักกับภาวะนี้ค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
โรคในช่องท้องและลำไส้, ศูนย์สุขภาพ สิงหาคม 24, 2020 . เวลาในการอ่าน

ไขข้อข้องใจ ทำไมเราถึง ดื่มกาแฟแล้วคลื่นไส้ กันนะ

บางคนอาจจะไม่สามารถดื่มกาแฟได้ เพราะดื่มทีไร ก็ต้องรู้สึกคลื่นไส้ตามมาทุกที วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาช่วยไขข้อข้องใจ ว่าทำไมเราถึง ดื่มกาแฟแล้วคลื่นไส้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 13, 2020 . เวลาในการอ่าน

เดินหลังกินข้าวเสร็จ ดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้

การเดินเล่นสบายๆ หลังอาหาร ดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องประโยชน์ของการ เดินหลังกินข้าวเสร็จ มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน

วิธีแบบธรรมชาติที่ช่วย หยุดอาการแสบร้อนกลางอก

อาการแสบร้อนกลางทรวงอก เป็นอาการที่มักจะกำเริบหลังการรับประทานอาหาร ซึ่งมีวิธีในการ หยุดอาการแสบร้อนกลางอก มากมายที่ช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
โรคในช่องท้องและลำไส้, ศูนย์สุขภาพ สิงหาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

น้ำดื่มอัลคาไลน์-ประโยชน์ต่อสุขภาพ

น้ำดื่มอัลคาไลน์ ดื่มแล้วให้ประโยชน์ต่อสุขภาพจริงหรือ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน
ระบบทางเดินอาหาร-ความสำคัญ-วิธีดูแล

ระบบทางเดินอาหาร ระบบสำคัญของร่างกายที่เราควรต้องรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคหลอดอาหารอักเสบ-อาการ-สาเหตุ-อาหารที่ควรกิน

กลืนอาหารลำบาก เจ็บคอ แสบร้อนกลางอก อาจเสี่ยงเป็น โรคหลอดอาหารอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 6, 2020 . เวลาในการอ่าน
กินข้าวเย็นไว-ผลดีต่อสุขภาพ

กินข้าวเย็นไว ส่งผลดีอย่างไรต่อสุขภาพบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กันยายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน