กรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

กรดไหลย้อน เป็นโรคเรื้อรังเกี่ยวกับการย่อยอาหารที่ส่งผลต่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรืออาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่หญิงตั้งครรภ์

คำจำกัดความ

กรดไหลย้อน คืออะไร

กรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD) คือ โรคเรื้อรังเกี่ยวกับการย่อยอาหารที่ส่งผลต่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรืออาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน

กรดไหลย้อนเกิดขึ้นเนื่องจากหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเสียหาย โดยปกติแล้ว หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างจะคลายตัวให้อาหารผ่านลงไปยังกระเพาะอาหาร และปิดไม่ได้อาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปบนหลอดอาหารได้ แต่เมื่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างรั่วหรือปิดไม่สนิท สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารจึงรั่วซึมเข้าไปในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดการระคายเคือง หรือเกิดบาดแผลขึ้น

กรดไหลย้อนพบบ่อยเพียงใด

โรคกรดไหลย้อนพบได้บ่อยมาก และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของกรดไหลย้อน

อาการของกรดไหลย้อนมีดังนี้

  • รู้สึกแสบร้อนกลางอก ซึ่งในบางครั้งลุกลามไปยังลำคอ โดยอาจมีรสชาติเปรี้ยวในปากร่วมด้วย
  • เจ็บหน้าอก
  • กลืนลำบาก
  • ไอแห้ง
  • เสียงแหบหรือเจ็บคอ
  • อาหารหรือของเหลวรสเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นมา
  • รู้สึกมีก้อนในคอ

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรไปพบคุณหมอหรือเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน เมื่อมีสิ่งบ่งชี้และอาการเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือหากกรดไหลย้อนนั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โรคกรดไหลย้อนสามารถรักษาได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการใช้ยาที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ในบางครั้ง อาจจำเป็นต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์รุนแรง หรือต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ

สาเหตุ

สาเหตุของ กรดไหลย้อน

กรดในกระเพาะอาหารหรือน้ำดีที่ไหลสู่หลอดอาหารจัดว่าเป็นสาเหตุหลักของกรดไหลย้อน

ตามธรรมชาติแล้ว อาหารและของเหลวที่รับประทานเข้าไปจะไหลลงไปยังกระเพาะอาหาร หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างที่อยู่โดยรอบหลอดอาหารส่วนล่างจะคลายตัวเพื่อให้อาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร และจะปิดอีกครั้งเพื่อป้องกันน้ำย่อยและอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมา

แต่หากหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างนี้มีความดันต่ำหรือผิดปกติ สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารก็จะไหลกลับขึ้นไปยังหลอดอาหาร ซึ่งเป็นภาวะของกรดไหลย้อน เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ ก็จะทำให้เกิดอาการอื่นๆ เกี่ยวกับการย่อยอาหารผิดปกติได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกรดไหลย้อนมีหลายประการ เช่น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน

แพทย์จะดูอาการต่างๆ เพื่อวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน และอาจต้องมีการทดสอบบางประการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เช่น

  • การตรวจวัดค่าความเป็นกรดด่างในหลอดอาหารและคอหอยส่วนล่าง เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • การใช้กล้องส่องตรวจ โดยใช้กล้องส่องเข้าไปในหลอดอาหารและเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อมาทำการทดสอบต่อไป
  • การทดสอบอื่นๆ ที่วัดการเคลื่อนไหวของหลอดอาหารเพื่อตรวจวัดความดันในหลอดอาหาร
  • การตรวจเอ็กซเรย์ระบบย่อยอาหารส่วนบนโดยใช้แบเรียมและสารผสมจากน้ำเพื่อเคลือบระบบย่อยอาหารภายใน ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นหลอดอาหารได้ชัดเจนขึ้น

การรักษาโรคกรดไหลย้อน

สามารถรักษาโรคกรดไหลย้อนด้วยตนเอง โดยการใช้ยาที่วางจำหน่ายทั่วไป ได้แก่

  • ยาลดกรด ที่ทำให้กรดในกระเพาะอาหารสมดุล เช่น ยามาล็อกซ์ (Maalox) ยาไมแลนตา (Mylanta) ยาเกลูซิล (Gelusil) ยากาวิสคอน (Gaviscon) ยาโรเลดส์ (Rolaids) และยาทัมส์ (Tums) ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็ว
  • ยาในกลุ่มยับยั้งตัวรับเอช ทู (H-2-receptor blocker) ได้แก่ ยาไซเมทิดีน (Cimetidine) เช่น ทาทาเมต เอชบี (Tagamet HB) ยาฟาโมทิดีน (Famotidine) เช่น เป๊ปซิด เอซี (Pepcid AC) ยาไนซาทิดีน (Nizatidine) อย่างเอซิด เออาร์ (Axid AR) หรือยารานิทิดีน (Ranitidine) เช่น แซนแทค (Zantac)
  • ยาที่ยับยั้งการสร้างกรดและรักษาหลอดอาหาร ได้แก่ ยาแลนโซปราโซล (Lansoprazole) เช่น พรีวาซิด 24 เอชอาร์ (Prevacid 24 HR)  และยาโอมีพราโซล (omeprazole) เช่น พริโลเซ็ค (Prilosec) เซเจอริด (Zegerid)

ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีการอื่น หากอาการแย่ลงและรักษาด้วยยาไม่ได้ผล

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อจัดการกับกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนสามารถควบคุมได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย โดยมีข้อคำแนะนำดังนี้

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่คับเกินไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นอาการแสบร้อนกลางอก เช่น อาหารทอด ซอสมะเขือเทศ ช็อกโกแลต อาหารรสจัด หัวหอม
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Gastroesophageal Reflux Disease (GERD)

http://www.webmd.com/heartburn-gerd/guide/reflux-disease-gerd-1. Assessed July 23, 2016.

Gastroesophageal Reflux Disease

http://emedicine.medscape.com/article/176595-overview. Assessed July 23, 2016.

Gastroesophageal reflux disease

https://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/000265.htm. Assessed July 23, 2016.

Difference Between GERD and Heartburn

http://theydiffer.com/difference-between-gerd-and-heartburn/. Assessed July 23, 2016.

Acid Reflux/GERD

http://morethanheartburn.com/beyondheartburn/gerd-acid-reflux. Assessed July 23, 2016.

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คาเฟอีน สารที่มีในชาและกาแฟ ต้นเหตุการกำเริบของกรดไหลย้อน

คาเฟอีน ส่งผลต่อกรดไหลย้อน ได้ จากการศึกษาพบว่าปริมาณคาเฟอีนในชาและกาแฟ มีส่วนทำให้อาการกรดไหลย้อนนั้นกำเริบขึ้นได้ ดังนั้นควรเลือกกาแฟที่คาเฟอีนน้อยลง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

ขมิ้น สมุนไพรใกล้ตัว ใช้ บรรเทาอาการกรดไหลย้อน ได้หรือไม่

ขมิ้นเป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อน แต่การใช้ ขมิ้น บรรเทาอาการกรดไหลย้อน นั้นยังต้องการงานวิจัยรองรับมากกว่านี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

เป็นโรคกรดไหลย้อน จะดูแลสุขภาพฟันอย่างไร ให้ห่างไกลจาก ฟันสึกกร่อน

กรดไหลย้อนนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพฟัน วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาช่วยไขคำตอบว่า กรดไหลย้อนกับสุขภาพฟัน เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ยาลดกรด ต้องกินยังไง ถึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพ

ความเข้าถึงง่ายของยาลดกรดอาจทำให้เป็นอันตรายได้ หากเราใช้ยาได้อย่างไม่ถูกวิธี เราจึงมาแนะนำวิธีใช้ ยาลดกรด อย่างปลอดภัย รวมถึงผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

บทความแนะนำ

พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำง่าย สบายท้อง

พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำง่าย สบายท้อง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 2, 2020
ผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Gastric Sleeve Surgery)

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Gastric Sleeve Surgery)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 26, 2020
แดดร้อนเบอร์นี้อย่าพลาด! 6 อาหารที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด กินแล้วดีต่อผิว

แดดร้อนเบอร์นี้อย่าพลาด! 6 อาหารที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด กินแล้วดีต่อผิว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 21, 2020
ประโยชน์ของ กรดไฮยาลูโรนิก ส่วนผสมยอดฮิตที่มีดีมากกว่าแค่เรื่องความงาม

ประโยชน์ของ กรดไฮยาลูโรนิก ส่วนผสมยอดฮิตที่มีดีมากกว่าแค่เรื่องความงาม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 21, 2020