ก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง (Benign Breast Lump)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

คำจำกัดความ

ก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง คืออะไร

ประเภทของก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง (Benign breast lump) มีดังนี้

  • ไฟโบรซีสติก (Fibrocystic breast) ได้แก่ กลุ่มเนื้อเยื่อที่มารวมตัวกันเป็นก้อน หรือมีลักษณะคล้ายกับเชือก แพทย์เรียกว่าเป็นก้อนเนื้อเยื่อที่เต้านมนอดูล่า (nodular) หรือ แกลนดูล่า (glandular)
  • ซีสต์ที่เต้านม (breast cyst) คือ ถุงน้ำที่เกิดขึ้นในเต้านม ซีสต์ที่เต้านมนี้อาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่
  • ไฟโบรอะดีโนมา (Fibroadenoma) คือ เนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งที่เกิดขึ้นในเต้านม มักพบได้ในผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 30 ปี เนื้องอกนี้ประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อเต้านมสโตรมัล (stromal) หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) ก้อนเนื้อชนิดไฟโบรอะดีโนมาสามารถเกิดขึ้นได้ที่เต้านมทั้งหนึ่งหรือสองข้าง
  • เนื้องอกไม่ร้ายในท่อน้ำนม (Intraductal papillomas) คือ ก้อนเล็ก ๆ คล้ายหูดที่โตในด้านในท่อน้ำนมใกล้กับหัวนม มักพบในผู้หญิงที่อายุ 45 ถึง 50 ปี ทำให้เกิดอาการเลือดออกที่หัวนม

ก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง พบได้บ่อยแค่ไหน

ภาวะก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรงนั้นเป็นโรคที่พบได้ทั่วไป โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง

อาการทั่วไปมีดังนี้

  • มีก้อนเนื้อในเต้านม
  • บางครั้งอาจรู้สึกไม่สบาย เช่น รู้สึกหนัก มีอาการกดเจ็บ ปวดแสบปวดร้อน
  • ก้อนในเต้านมหรือบริเวณผิวที่หนาขึ้น ซึ่งมักจะกลมกลืนไปกับเนื้อเยื่อรอบเต้านม
  • มีอาการปวดเต้านมและกดเจ็บโดยทั่วไป
  • ก้อนในเต้านมที่มีขนาดขึ้นๆ ลงๆ ตามการมีประจำเดือน
  • มีสารคัดหลั่งผิดปกติจากหัวนม (Nipple Discharge) เป็นสีเขียวหรือสีคล้ำ ไม่มีเลือดที่หลั่งออกมา โดยไม่ต้องกดหรือบีบ
  • มีการเปลี่ยนแปลงที่เต้านมคล้ายกันทั้งสองข้าง
  • มีอาการปวดเต้านมที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน หรือมีก้อนตามรอบการตกไข่ (ovulation) ก่อนมีประจำเดือน
  • มีก้อนแข็ง กลม คล้ายยางที่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในเต้านม

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่บริเวณเต้านม คุณควรไปหาแพทย์ทันทีเพื่อทำการตรวจเช็ค แต่อย่าแตกตื่นไป เพราะก้อนเนื้อส่วนใหญ่ที่เต้านม มักจะเป็นแบบไม่ร้ายแรง หมายความว่ามันไม่ใช่โรคมะเร็ง

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง

ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดก้อนเนื้อชนิดไฟโบรอะดีโนมา ซีสต์ที่เต้านม และเนื้องอกชนิดไม่ใช่เนื้อร้ายในท่อน้ำนม

การเกิดก้อนเนื้อชนิดไฟโบรซีสติค อาจมาจากการถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง

โปรดปรึกษากับคุณหมอสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง

แพทย์จะให้คุณนั่งหรือนอนราบลง และตรวจเต้านมเพื่อหาลักษณะที่ผิดปกติ หัวนมที่บุ๋มเข้าไปด้านใน (หัวนมบอด) และก้อนเนื้อ นอกจากนี้ แพทย์ยังจะตรวจหารอยบุ๋ม ผิวที่หนาขึ้น รอยปื้นแดง หรือผิวรอบหน้าอกที่ตึงขึ้น รวมถึงบีบหัวนมเพื่อดูว่ามีสารคัดหลั่งหรือไม่ และตรวจที่รักแร้เพื่อดูว่าต่อมน้ำเหลืองโตหรือไม่

แพทย์อาจตรวจเต้านมและรักแร้ โดยให้เปลี่ยนท่าไปมา เช่น ในท่านั่ง หรือให้คุณกดมือทั้งสองข้างที่บริเวณหน้าผาก ท่านี้จะทำให้กล้ามเนื้อทรวงอกหดเกร็ง และสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เต้านมได้ชัดขึ้น

แพทย์อาจให้คุณทบทวนเทคนิคการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ขณะที่กำลังตรวจ เทคนิคการตรวจเต้านมด้วยตนเองและที่แพทย์ตรวจให้นั้นคล้ายๆ กัน

การตรวจด้วยการถ่ายภาพนั้นจะใช้เพื่อ

  • ตรวจหาความผิดปกติของเต้านม ก่อนที่จะเป็นที่สังเกต เรียกว่า การสแกนหามะเร็งเต้านม
  • ประเมินค่าความผิดปกติที่บ่งชี้ได้แล้ว เช่น ก้อนในเต้านม ที่พบขณะที่หมอกำลังตรวจร่างกาย

การตรวจเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammography) เป็นการการเอ็กซเรย์ที่เต้านมทั้งสองข้างเพื่อหาความผิดปกติ โดยใช้การฉายรังสีในปริมาณน้อย ความผิดปกติที่ตรวจได้ด้วยเครื่องแมมโมแกรม ราว 10 ถึง 15% เป็นผลมาจากโรคมะเร็ง

การตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรมในผู้หญิงสูงอายุมักจะถูกต้องกว่า เนื่องจากเมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้นปริมาณของเนื้อเยื่อไขมันจะเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถแยกเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ ออกจากเนื้อเยื่อไขมัน ได้ง่ายกว่าเนื้อเยื่อในเต้านมแบบอื่น

การทำอัลตร้าซาวด์สามารถให้ข้อมูลความผิดปกติ ได้มากกว่าการตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรม เช่น อัลตร้าซาวนด์สามารถบอกได้ว่า ก้อนเนื้อเป็นก้อนแข็งหรือว่ามีของเหลว (ซีสต์) ซีสต์มักไม่ค่อยกลายเป็นมะเร็ง การทำอัลตร้าซาวด์ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์นำเข็มเข้าไปเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติได้ด้วย

การสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก (MRI) สามารถทำพร้อมๆ กับการตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรม เพื่อสแกนหาความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เช่น หากมีการกลายพันธ์ุของยีนส์สำหรับมะเร็งเต้านม (BRCA gene) หลังจากการวินิจฉัยโรคมะเร้งเต้านม มักใช้การสแกนเอ็มอาร์ไอเพื่อระบุต่อมน้ำเหลืองที่ผิดปกติและบ่งชี้ขนาดและปริมาณของเนื้องอก ข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยให้แพทย์วางแผนในการผ่าตัดหรือรักษาได้

วิธีรักษาก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง

ก้อนในเต้านมชนิดไฟโบรซีสติคไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่แพทย์อาจแนะนำวิธีการบรรเทาอาการกดเจ็บในแต่ละเดือน

ซีสต์ธรรมดาสามารถรักษาได้ด้วยการเจาะดูดเซลล์ (fine needle aspiration) คุณไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เข็มเล็กๆ จะดูดเอาเซลล์บางส่วนออกมาจากก้อนในเต้านม ถ้าก้อนนั้นเป็นซีสต์ ก็จะสามารถดูดเอาน้ำในก้อนนั้นออกมาทำให้ซีสต์ยุบตัวลง ซีสต์ยังสามารถหายไปได้เองด้วย ดังนั้น แพท์อาจจะใช้วิธีรอก่อนที่จะพยายามกำจัดมัน

ก้อนเนื้อในเต้านมชนิดไฟโบรอะดีโนมา และเนื้องอกชนิดไม่ใช่เนื้อร้ายในท่อน้ำนม สามารถกำจัดได้ด้วยการผ่าตัด

การจะระบุว่าก้อนเนื้อที่พบเป็นก้อนเนื้อที่เกิดจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อไขมันหรือไม่นั้นถือเป็นเรื่องทำได้ยาก แพทย์จะต้องตรวจชิ้นเนื้อที่ผิดปกติ โดยวิธีใช้เข็มเจาะเข้าที่เนื้อเยื่อ โดยส่วนใหญ่ อาการนี้ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากก้อนเนื้อนี้สร้างความลำบากให้แก่คุณ คุณสามารถผ่าตัดเอามันออกได้

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการกับก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรงได้

  • ใส่เสื้อชั้นในที่นุ่มและรองรับหน้าอกได้ดี เช่น สปอร์ตบรา
  • รับประทานยาแก้ปวด เช่น อะเซตามีโนเฟน (acetaminophen)
  • ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: กรกฎาคม 26, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 28, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน