ความดันโลหิตต่ำ (Hypotension)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ความดันโลหิตต่ำ เป็นภาวะที่ความดันโลหิตลดลงอย่างกะทันหัน ถึงระดับต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งจะทำให้ปริมาณเลือดลดลง เนื่องหากหัวใจไม่บีบตัว

คำจำกัดความ

ความดันโลหิตต่ำคืออะไร

ความดันโลหิตต่ำ (Hypotension) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Low blood pressure เป็นภาวะที่ความดันโลหิตลดลงอย่างกะทันหัน ถึงระดับต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งจะทำให้ปริมาณเลือดลดลง เนื่องหากหัวใจไม่บีบตัว

ค่าความดันโลหิตมี 2 ตัวเลข ตัวแรกที่มีค่าสูงกว่าคือ ค่าความดันซิสโตลิก (systolic pressure) หรือความดันในหลอดเลือดเมื่อหัวใจเต้นและลำเลียงเลือดผ่านเส้นเลือด ตัวเลขที่ 2 คือ ค่าความดันไดแอสโตลิก (diastolic pressure) หรือความดันในหลอดเลือดเมื่อหัวใจหยุดพักในระหว่างการเต้น

ดังนั้น ผู้ที่ถือว่ามีความดันโลหิตต่ำก็ต่อเมื่อ ได้ค่าความดันโลหิตต่ำกว่า 90/60 ซึ่งหมายความว่า

  • 90 มิลลิเมตรปรอท หรือต่ำกว่า เป็นความดันซิสโตลิก
  • 60 มิลลิเมตรปรอท หรือต่ำกว่า เป็นความดันไดแอสโตลิก

ความดันโลหิตต่ำ เป็นอาการหนึ่งของภาวะทางสุขภาพหลายประการ และสามารถทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะในผู้ใหญ่ อย่างไรก็ดี การออกกำลังกายเป็นประจำ การยืนเป็นเวลานานเกินไป หรือแม้แต่การยืนขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอน ก็สามารถทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ โดยเรียกว่า ความดันโลหิตลดลงในท่ายืน (Postural Hypotension หรือ Orthostatic Hypotension)

ความดันโลหิตต่ำพบได้บ่อยเพียงใด

ความดันโลหิตต่ำสามารถส่งผลต่อทุกคน สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของความดันโลหิตต่ำ

อาการต่างๆ ของความดันโลหิตต่ำ เกิดขึ้นเมื่อเลือดที่ลำเลียงไปเลี้ยงสมองลดลง โดยอาการทั่วไป ได้แก่

ความดันโลหิตต่ำเรื้อรังที่ไม่มีอาการถือว่าไม่รุนแรง เนื่องจากบางคนที่มีสุขภาพดี หรือออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตต่ำได้ แต่ความดันโลหิตที่ลดลงกะทันหัน สามารถทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่างๆ ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสมอง โดยปริมาณเลือดที่ลดลงทำให้อวัยวะต่างๆ เกิดการขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยงได้

ผู้ป่วยความดันโลหิตต่ำบางรายมักมีอาการต่างๆ ที่รุนแรง เช่น เป็นลม ช็อค และชีพจรลดลง

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ความดันโลหิตต่ำไม่เป็นปัญหารุนแรง คนจำนวนมากมีค่าความดันโลหิตต่ำแต่ยังรู้สึกปกติ ในบางครั้ง อาจรู้สึกมึนศีรษะและเวียนศีรษะ แต่ไม่เป็นปัญหาหากอาการไม่รบกวนชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หากมีความดันโลหิตต่ำ เนื่องจากอาจเป็นสิ่งบ่งชี้ของปัญหาสุขภาพที่รุนแรงอื่นๆ ได้มากขึ้น ควรไปพบหมอหรือพยาบาล หากคุณมีอาการใดๆ ดังต่อไปนี้

  • รู้สึกเวียนศีรษะหรือรู้สึกเหมือนจะอาเจียน เมื่อยืนเป็นเวลานานขึ้น (มากกว่า 5 วินาที)
  • มีอาการใจสั่น (หัวใจเต้นเร็ว แรง หรือผิดปกติ)
  • มองเห็นไม่ชัด
  • คลื่นไส้
  • ตัวอุ่น
  • เหงื่อออกมาก
  • มึนศีรษะ

สาเหตุ

สาเหตุของความดันโลหิตต่ำ

สาเหตุของความดันโลหิตต่ำมีหลายประการ ได้แก่

  • มีของเหลวไม่เพียงพอในหลอดเลือด สามารถเกิดขึ้นได้หากเกิดการสูญเสียเลือดหรือมีภาวะขาดน้ำ ซึ่งหมายความว่าไม่มีของเหลวเพียงพอในร่างกาย โดยมีสาเหตุจาก
    • ดื่มน้ำไม่เพียงพอ
    • มีอาการท้องร่วงหรืออาเจียนรุนแรง
    • มีเหงื่อออกมาก (ตัวอย่างเช่น ในระหว่างออกกำลังกาย)
  • หัวใจสูบฉีดไม่แรงพอ
  • เส้นประสาทและฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายที่ควบคุมหลอดเลือดทำงานไม่เหมาะสม
  • ตั้งครรภ์
  • ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ เบาหวาน หรือน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • เพลียแดด หรือเป็นลมแดด
  • การใช้ยาที่วางจำหน่ายโดยทั่วไปบางชนิด
  • ยาที่แพทย์สั่ง เช่น ยาสำหรับความดันโลหิตสูง ภาวะซึมเศร้า หรือโรคพาร์กินสัน

ในผู้ป่วยบางราย ความดันโลหิตต่ำเกี่ยวข้องกับปัญหาอื่นๆ เช่น

แต่ผู้ที่มีสุขภาพดีก็สามารถเป็นความดันโลหิตต่ำได้เช่นกัน โดยผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นความดันโลหิตต่ำได้มากกว่า นอกจากนี้ ยังพบได้ทั่วไปในหญิงตั้งครรภ์ด้วยเช่นกัน

ในผู้ป่วยบางราย ความดันโลหิตสามารถลดลงได้อย่างกะทันหัน โดยอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • การสูญเสียเลือดจากภาวะเลือดออก
  • อุณหภูมิร่างกายต่ำ
  • อุณหภูมิร่างกายสูง
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจซึ่งทำให้เกิดหัวใจล้มเหลว
  • การติดเชื้อในเลือดขั้นรุนแรง
  • ภาวะขาดน้ำขั้นรุนแรงจากการอาเจียน ท้องร่วง หรืออาการไข้
  • ปฏิกิริยาต่อยาหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ปฏิกิริยาภูมิแพ้ขั้นรุนแรง หรือเรียกว่าอาการ “แอนาฟิแล็กซิส”

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตต่ำ

ความเสี่ยงสำหรับทั้งภาวะความดันโลหิตต่ำ และความดันโลหิตสูง มักเพิ่มขึ้นตามอายุ กระแสเลือดที่ถูกส่งไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ และสมองลดลงตามอายุ ซึ่งมักเป็นผลจากการก่อตัวของคราบพลัคในหลอดเลือด ผู้คนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ประมาณร้อยละ 10-20 มักมีความดันโลหิตต่ำ

ยาบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความดันโลหิตต่ำได้ เช่น ยาขับปัสสาวะ (diuretics) ยากลุ่มไนเตรท (nitrates) และยาวาโสลิเดชั่น (vasodilation)

ความเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่

  • มีประวัติการสูญเสียปริมาตร (อาเจียน ท้องร่วง การจำกัดของเหลว อาการไข้)
  • มีประวัติสุขภาพเคยมีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคพิษสุราเรื้อรัง
  • หลักฐานการตรวจทางประสาทวิทยาของโรคพาร์กินสัน โรคปลายประสาทอักเสบ และระบบประสาทอัตโนมัติพกพร่อง เช่น การตอบสนองของรูม่านตาผิดปกติ

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยความดันโลหิตต่ำ

มีการทดสอบบางประการ ที่สามารถช่วยให้แพทย์หรือพยาบาลวินิจฉัยได้ว่า ความดันโลหิตต่ำทำให้เกิดอาการต่างๆ หรือไม่ การทดสอบที่มักใช้กันมากที่สุดคือ การวัดความดันโลหิตและชีพจรในขณะที่กำลังนั่งหรือนอนลง แล้ววัดอีกครั้งหลังจากยืนขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบอื่นๆ ได้แก่

  • การทดสอบเลือดเพื่อดูว่ามีภาวะเลือดจาง (Anemia) หรือไม่ ซึ่งเกิดขึ้นหากมีเซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยเกินไป
  • การทดสอบเลือดเพื่อตรวจว่า เลือดมีสมดุลของสารเคมีที่เหมาะสมและระดับของเหลวในเลือดอยู่ในช่วงที่เหมาะสม
  • การทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าหัวใจสูบฉีดโลหิตอย่างเหมาะสม

การรักษาความดันโลหิตต่ำ

ความดันโลหิตต่ำทั้งที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น อาการเวียนศีรษะในเวลาสั้นเมื่อยืนขึ้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา

สิ่งแรกที่แพทย์หรือพยาบาลจะต้องการดำเนินการหากพบว่าผู้ป่วยมีความดันโลหิตต่ำคือ วินิจฉัยว่าเกิดจากยาใดๆ ที่ใช้หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว แพทย์จะเปลี่ยนให้ใช้ยาชนิดอื่นหรือลดขนาดยาลง หากปรากฏอาการของโรคใดๆ โรคหนึ่ง แพทย์มักจะรักษาโรคที่มีอยู่ก่อน

วิธีการรักษาภาวะความดันโลหิตต่ำขึ้นอยู่กับอายุ ภาวะทางสุขภาพ และประเภทของความดันโลหิตต่ำ โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เพิ่มเกลือในอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้า เนื่องจากโซเดียมส่วนเกินอาจทำให้เกิดหัวใจล้มเหลว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • ดื่มน้ำมากขึ้น จะช่วยเพิ่มปริมาณเลือด และรักษาภาวะขาดน้ำได้
  • สวมใส่ถุงน่องรัด
  • ยาหลายชนิดสามารถใช้เพื่อรักษาความดันโลหิตต่ำที่เกิดขึ้นเมื่อยืนขึ้น หรือความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension)

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการความดันโลหิตต่ำ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้ จะช่วยให้จัดการความดันโลหิตต่ำ โดยเป็นแนวทางปฏิบัติ หลังจากได้รับการรักษาจากแพทย์หรือพยาบาลแล้วเท่านั้น

  • ยืนขึ้นอย่างช้าๆ และให้เวลาร่างกายได้ปรับตัว โดยเฉพาะตอนลุกขึ้นจากที่นอนในตอนเช้า ให้เริ่มต้นด้วยการลุกขึ้นนั่งสักครู่หนึ่ง แล้วแกว่งขาสักครู่หนึ่ง เมื่อลุกขึ้นยืน ควรมีสิ่งให้จับยึด หากรู้สึกเริ่มเวียนศีรษะ
  • หลีกเลี่ยงการวิ่ง เดินทางไกล หรือทำสิ่งใดๆ ที่ใช้พลังงานมากในสภาพอากาศร้อน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำในท่ายืนมีอาการแย่ลง
  • ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน
  • หนุนขาเตียงทางด้านหัวเตียง เพื่อช่วยยกศีรษะให้สูงเหนือระดับหัวใจเล็กน้อยขณะนอนหลับ
  • สวมใส่ถุงน่อง “รัด” ที่มีความยาวไปถึงเอวสามารถช่วยได้ แต่อาจสวมใส่ยาก
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Failure)

ไตวายเฉียบพลัน เกิดขึ้นเมื่อไตไม่สามารถกำจัดเกลือส่วนเกิน ของเหลว และของเสียจากเลือดอย่างกะทันหัน ทำให้ของเหลวในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตราย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ธันวาคม 28, 2018

เห็ดหลินจือ สมุนไพรต้านมะเร็ง พร้อมประโยชน์ดีๆ ต่อสุขภาพ

เห็ดหลินจือ สมุนไพรต้านมะเร็ง สามารถบริโภคได้ในรูปแบบสมุนไพรจีน สารสกัดเห็ดหลินจือ หรือผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือต่างๆ ซึ่งเห็ดหลินจือมีประโยชน์มากมายดังนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

ความดันต่ำตอนท้อง รับมือง่ายๆ ด้วยวิธีแบบธรรมชาติ

ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ผู้หญิงจะมีอาการ ความดันต่ำตอนท้อง ต่อไปนี้คือ วิธีที่จะช่วยให้คุณควบคุมระดับความดันโลหิตต่ำอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องพึ่งยาใดๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ความดันโลหิตต่ำขณะตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่ต้องกังวลหรือเปล่า

ความดันโลหิตต่ำขณะตั้งครรภ์ มักเกิดในช่วงตั้งครรภ์ 6 เดือนแรก เนื่องจากมีการดึงเลือดในร่างกายแม่ไปหล่อเลี้ยงทารกในครรภ์ ทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายแม่ต่ำลง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

บทความแนะนำ

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม-ประโยชน์

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม กับประโยชน์ต่างๆ ที่คุณควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 28, 2020
ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Respiratory Distress Syndrome)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 6, 2019
ท่านอนที่เหมาะสม-คุณแม่ตั้งครรภ์

คำแนะนำเรื่อง ท่านอนที่เหมาะสม สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 12, 2019
ความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนท่า

เวียนหัวเมื่อลุกยืน คุณอาจมีภาวะ ความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนท่า ก็เป็นได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ มกราคม 21, 2019