ติ่งเนื้อปากมดลูก หรือเนื้องอกปากมดลูก (Cervical polyps)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ติ่งเนื้อปากมดลูก หรือเนื้องอกปากมดลูก เป็นก้อนเนื้อขนาดเล็กและยาวที่เติบโตในบริเวณปากมดลูก พบได้มากที่สุดในผู้หญิงในช่วงอายุ 40 และ 50 ปี ที่มีบุตรมากกว่าหนึ่งคน

คำจำกัดความ

ติ่งเนื้อปากมดลูก

ติ่งเนื้อปากมดลูก (Cervical polyps) จัดเป็นก้อนเนื้อขนาดเล็กและยาวที่เติบโตในบริเวณปากมดลูกซึ่งมีลักษณะเป็นโพรงแคบ ตั้งอยู่บริเวณ
ส่วนล่างของมดลูก ปากมดลูกเป็นส่วนเชื่อมโพรงมดลูกกับช่องคลอด
ส่วนบน โดยทำหน้าที่เป็นทางผ่านของอสุจิที่เดินทางไปผสมกับไข่
ในระหว่างการคลอด ปากมดลูกจะมีขนาดเล็กลงและขยายกว้างขึ้น
ทำให้ทารกผ่านออกมาทางช่องคลอดได้

ติ่งเนื้อเป็นโครงสร้างเปราะบางที่เติบโตจากขั้วที่ฝังรากลงบนพื้นผิวของปากมดลูกหรือภายในโพรงมดลูก หากพบว่ามีติ่งเนื้อ มักมีเพียงจุดเดียว หรือ 2-3 จุด เป็นอย่างมาก

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ติ่งเนื้อปากมดลูกมักไม่ร้ายแรงและไม่ใช่มะเร็ง โรคมะเร็งปากมดลูก
มักไม่ได้เกิดจากติ่งเนื้อ แต่เกิดจากไวรัสพาพิโลมาสายพันธุ์มนุษย์ (Human Papilloma Virus: HPV) หรือเชื้อเอชพีวี ซึ่งเป็นสาเหตุของ
โรคหูดที่อวัยวะเพศ

ติ่งปากมดลูกพบบ่อยเพียงใด

จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ติ่งเนื้อปากมดลูกพบได้มากที่สุดใน
ผู้หญิงในช่วงอายุ 40 และ 50 ปี ที่มีบุตรมากกว่าหนึ่งคน ติ่งเนื้อ
ปากมดลูกแทบจะไม่เกิดขึ้นในผู้หญิงอายุน้อยก่อนเริ่มมีประจำเดือน
และยังพบได้ทั่วไปในระหว่างตั้งครรภ์อีกด้วย ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการ

สิ่งบ่งชี้และอาการต่างๆ ของติ่งเนื้อปากมดลูกอาจไม่สามารถสังเกตได้ อย่างไรก็ดี ควรพบนรีแพทย์ทันทีหากมีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดลักษณะเป็นเมือกสีขาวหรือสีเหลือง หรือมีประจำเดือนมากผิดปกติ

สิ่งบ่งชี้และอาการบางประการที่ระบุไว้ข้างต้นอาจเป็นสัญญาณของการเกิดมะเร็งได้เช่นกัน ในบางกรณี ติ่งเนื้ออาจเป็นสัญญาณของมะเร็ง
ปากมดลูกในระยะเริ่มแรก การนำติ่งเนื้อออกช่วยลดความเสี่ยงได้

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุ

จนกระทั่งในปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของการเกิดติ่งเนื้อ
ปากมดลูก โดยบางทฤษฎีเชื่อว่าติ่งเนื้อปากมดลูกมีสาเหตุจาก

  • ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงสูงขึ้น
  • การอักเสบเรื้อรังของปากมดลูก ช่องคลอด หรือมดลูก
  • หลอดเลือดตีบตัน

ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการของการการติ่งเนื้อปากมดลูก เช่น

ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง

โดยธรรมชาติแล้ว ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิงจะเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิต โดยจะมีค่าสูงที่สุดในระหว่างช่วงปีที่มีบุตร ในระหว่างการตั้งครรภ์ และในช่วงก่อนถึงวัยหมดประจำเดือน

สารเคมีที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นเพื่อเลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจนสามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น สารซีโนเอสโตรเจน (Xenoestrogens) ที่อยู่ในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมที่ผลิตขึ้นเพื่อการค้า สารเอสโตรเจน
ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในอาหารที่อยู่ภาชนะพลาสติกหรือ
โฟมพลาสติกเมื่อได้รับความร้อน สารปรับอากาศบางชนิดก็มี
ส่วนประกอบของสารพาทาเลต ซึ่งคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน

การติดเชื้อ

ปากมดลูกที่ติดเชื้อจะมีสีแดง ระคายเคือง หรือสึกกร่อน สาเหตุของการเกิดภาวะปากมดลูกติดเชื้อ ได้แก่

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การติดเชื้อเอชพีวี ซึ่งสามารถทำให้เกิดหูดได้ด้วย
  • โรคเริม
  • การติดเชื้อยีสต์
  • การตั้งครรภ์
  • การแท้ง
  • การทำแท้ง
  • การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับฮอร์โมน

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัย

หากแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยง จะมีการตรวจร่างกายหรือ
การทดสอบบางประการ เช่น การตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อของติ่งเนื้อและ
ทดสอบในห้องปฏิบัติการ ผลการทดสอบมักแสดงว่าเซลล์
ติ่งเนื้อไม่เป็นอันตราย ในบางกรณีซึ่งพบได้น้อย เซลล์ผิดปกติที่
ปากมดลูกอาจพัฒนากลายเป็นเนื้องอกซึ่งเป็นระยะก่อนมะเร็งอาจ
เกิดขึ้นได้

การรักษา

ในบางครั้ง ติ่งเนื้อปากมดลูกจะหลุดออกมาเองได้ในขณะที่ผู้หญิง
มีประจำเดือนหรือในระหว่างมีเพศสัมพันธ์

แพทย์มักไม่นำติ่งเนื้อปากมดลูกออกถ้าไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ การนำ
ติ่งเนื้อปากมดลูกออกสามารถทำง่ายโดยแพทย์ และไม่จำเป็นต้องใช้
ยาแก้ปวด วิธีต่างๆ ในการตัดติ่งเนื้อปากมดลูก ได้แก่

  • การบิดส่วนโคนของติ่งเนื้อออก
  • การผูกสายผ่าตัดรอบโคนติ่งเนื้อและตัดออก
  • การใช้ปากคีบรูปวงแหวนเพื่อดึงติ่งเนื้อออก

วิธีต่างๆ เพื่อกำจัดโคนติ่งเนื้อ ได้แก่

  • การใช้ไนโตรเจนเหลว
  • การจี้ด้วยไฟฟ้า โดยการใช้เข็มที่ทำให้ร้อนด้วยไฟฟ้า
  • การผ่าตัดด้วยเลเซอร์

ระหว่างการนำติ่งเนื้อออก ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บในเวลาสั้นๆ และไม่รุนแรง และอาจมีอาการตะคริวเล็กน้อยถึงปานกลางเป็นเวลาสองสามชั่วโมง
หลังจากนั้น หรืออาจมีเลือดออกจากช่องคลอดแบบกะปริดกะปรอยเป็นเวลา 1-2 วัน หลังจากนำติ่งเนื้อออกไป

ในตัวอย่างบางกรณี ติ่งเนื้อและขั้วติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่เกินไปที่จะนำออกอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาลหรือศูนย์ผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทาง

เมื่อแพทย์นำติ่งเนื้อออกแล้ว ผู้ป่วยมักไ่ม่มีปัญหหาสุขภาพใดๆ ตามมาและมักไม่เกิดติ่งเนื้อซ้ำอีก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และ
การเยียวยาตัวเอง
เพื่อรับมือกับติ่งเนื้อปากมดลูก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้จะช่วยให้ป้องกันการเกิดติ่งเนื้อปากมดลูกได้

  • การเข้ารับการตรวจเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ตรวจพบ
    ก้อนเนื้อที่อาจเกิดขึ้นแต่เนิ่นๆ
  • สวมใส่ชุดชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้ายซึ่งช่วยระบายอากาศได้ดี
    เป็นการป้องกันความร้อนและความชื้นในร่มผ้า และป้องกันการติดเชื้อ
  • ใช้ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • เข้ารับการตรวจเชิงกรานและการตรวจแปปสเมียร์อย่างสม่ำเสมอ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน เป็นสัญญาณบอกอันตรายอะไร หรือเปล่านะ

คันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน นี้เป็นสัญญาณบ่งบอกสุขภาพอะไรหรือเปล่านะ และเราจะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการนี้ได้อย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
สุขภาพหญิง, สุขภาพชีวิตที่ดี มิถุนายน 22, 2020 . เวลาในการอ่าน

โรคเริมกับโรค HPV สองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับความเหมือนที่แตกต่าง

เริมกับHPV ต่างก็เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งสองโรคนั้นอาจจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่เราจะสามารถแยกแยะได้อย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

สัญญาณและอาการของ โรคเบาหวานชนิดที่1ในเด็ก

ถ้าเด็กมีอาการง่วงนอน หรือกระหายน้ำมากกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของ โรคเบาหวานชนิดที่1ในเด็ก หากเด็กๆ มีสัญญาณและอาการดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาคุณหมอทันที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก มิถุนายน 28, 2019 . เวลาในการอ่าน

ติ่งเนื้อปากมดลูก คุณมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้หรือเปล่า?

ติ่งเนื้อปากมดลูก อาการผิดปกติที่ปากมดลูกนี้ เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปี และมีบุตรอย่างน้อยหนึ่งคน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
สุขภาพหญิง, สุขภาพชีวิตที่ดี ธันวาคม 30, 2018 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ปลายเล็บร่น-onycholysis

ปลายเล็บร่น (Onycholysis)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กันยายน 22, 2020 . เวลาในการอ่าน
ภาวะปลายเล็บร่น-เล็บแยกออกจากเนื้อ-บรรเทาด้วยตัวเอง

ภาวะปลายเล็บร่น เล็บแยกออกจากเนื้อ บรรเทาด้วยตัวเองได้อย่างไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กันยายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน
โพลีกามี่-การยอมรับทางสังคม-รูปแบบความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์แบบ โพลีกามี่ เพราะรักแท้ไม่ได้มีคนเดียว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 10, 2020 . เวลาในการอ่าน
สิวที่หัวนม-สัญญาณบอกโรค-สาเหตุ

สิวที่หัวนม เป็นสัญญาณบ่งบอกอันตรายอะไรรึเปล่านะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน