ท้องผูกในเด็ก (Constipation in children)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ท้องผูกในเด็ก เป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไป เด็กที่มีอาการท้องผูกมักขับถ่ายได้น้อยหรือมีอุจจาระแข็งและแห้ง ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์  และมีอาการปวดขณะขับถ่าย

คำจำกัดความ

ท้องผูกในเด็กคืออะไร

ท้องผูกในเด็ก (Constipation in children) เป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไป เด็กที่มีอาการท้องผูกมักขับถ่ายได้น้อยหรือมีอุจจาระแข็งและแห้ง

ท้องผูกในเด็กพบบ่อยเพียงใด

ท้องผูกพบได้ทั่วไปในเด็ก โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

อาการ

อาการท้องผูกในเด็กเป็นอย่างไร

อาการทั่วไป ได้แก่

  • ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • อุจจาระแข็ง แห้ง และถ่ายยาก
  • อุจจาระมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่มาก
  • มีอาการปวดขณะขับถ่าย
  • ปวดท้อง
  • มีร่องรอยอุจจาระเหลวหรือคล้ายดินเหนียว ในกางเกงชั้นในของเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า อุจจาระไหลย้อนกลับเข้าไปในทวารหนัก
  • อุจจาระแข็งและมีรอยเลือดปน

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการท้องผูกมากกว่า 2 สัปดาห์ หรือเกิดขึ้นร่วมกับอาการดังต่อไปนี้

  • อาการไข้
  • อาเจียน
  • เลือดปนในอุจจาระ
  • ท้องบวม
  • น้ำหนักลด
  • มีบาดแผลบริเวณผิวหนังโดยรอบทวารหนัก
  • ลำไส้ยื่นออกมาจากทวารหนัก

สาเหตุ

สาเหตุของอาการท้องผูกในเด็ก

สาเหตุอาการท้องผูกในเด็กที่พบได้มากที่สุด คือ การที่อุจจาระเคลื่อนที่ผ่านทางทางเดินอาหารช้ากว่าปกติ ทำให้อุจจาระแข็งและแห้ง และยังมีปัจจัยอีกหลายประการที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกในเด็ก ซึ่งได้แก่

  • การกลั้นอุจจาระ เด็กอาจไม่ยอมถ่ายอุจจาระเนื่องจากกลัวโถส้วมหรืออยากเล่นต่อ เด็กบางคนมักกลั้นอุจจาระเมื่ออยู่นอกบ้านเนื่องจากไม่สะดวกที่จะเข้าห้องน้ำสาธารณะ การขับถ่ายอุจจาระขนาดใหญ่และแข็งทำให้เด็กรู้สึกเจ็บ และยังอาจมักกลั้นอุจจาระไว้ เมื่อรู้สึกเจ็บเวลาขับถ่าย เด็กก็จะพยายามกลั้นอุจจาระไว้ เพราะไม่อยากเจ็บซ้ำอีก
  • การฝึกการเข้าห้องน้ำ หากเด็กเพิ่งเริ่มฝึกการเข้าห้องน้ำ อาจจะยังขัดขืนและกลั้นอุจจาระไว้ หากเด็กรู้สึกว่าถูกบังคับให้เข้าห้องน้ำจะสร้างนิสัยการขับถ่ายที่ไม่ดีและจะเปลี่ยนแปลงได้ยาก
  • การเปลี่ยนแปลงอาหารที่รับประทาน หากเด็กไม่รับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ก็ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ นอกจากนี้ การที่เด็กในวัยหนึ่งเปลี่ยนจากการกินอาหารเหลวทั้งหมดมาเป็นอาหารแข็ง ก็มีส่วนทำให้เกิดอาการท้องผูกได้เช่นกัน
  • การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน การเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเด็ก เช่น การเดินทาง อากาศร้อน หรือความเครียด สามารถส่งผลต่อการขับถ่าย นอกจากนี้ เด็กยังอาจจะมีอาการท้องผูกเมื่อเริ่มไปโรงเรียน
  • การใช้ยา ยาต้านอาการซึมเศร้าบางชนิดและยาอื่นๆ จำนวนมากสามารถทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
  • การแพ้นมวัว การแพ้นมวัวหรือการบริโภคผลิตภัณฑ์จากนม ในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
  • ประวัติครอบครัว เด็กที่มีสมาชิกในครอบครัวมีอาการท้องผูกบ่อย มักมีโอกาสเกิดอาการท้องผูกได้มากขึ้น โดยอาจเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อม
  • โรคประจำตัว อาการท้องผูกในเด็กบางคนบ่งชี้ถึงอวัยวะผิดรูป ความผิดปกติเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ หรือระบบย่อยอาหาร หรือโรคประจำตัวอื่นๆ ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้น้อย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดท้องผูกในเด็ก

อาการท้องผูกในเด็กมักเกิดขึ้นกับเด็กที่

  • ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
  • ไม่รับประทานกากใยอาหารอย่างเพียงพอ
  • ดื่มน้ำไม่เพียงพอ
  • ใช้ยาบางชนิด ซึ่งรวมทั้งยาต้านอาการซึมเศร้าบางชนิด
  • มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อทวารหนักหรือไส้ตรง
  • มีประวัติครอบครัวมีอาการท้องผูก

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการท้องผูกในเด็ก

การวินิจฉัยอาการท้องผูกในเด็ก มีวิธีการดังนี้

  • ซักประวัติสุขภาพโดยละเอียด โดยแพทย์จะสอบถาเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยในอดีตของเด็ก นอกจากนี้ แพทย์ยังจะสอบถามผู้ปกครองเกี่ยวกับอาหารและรูปแบบกิจกรรมทางร่างกายของเด็กด้วย
  • ตรวจร่างกาย การตรวจร่างกายของลูกของคุณจำทำโดยการสอดนิ้วมือที่สวมถุงมือเข้าไปยังทวารหนักเพื่อตรวจหาความผิดปกติต่างๆ หรือตรวจอุจจาระที่อัดแน่นอยู่ อาจมีการตรวจอุจจาระที่พบในไส้ตรงเพื่อหาเลือดปนด้วย

การทดสอบที่ละเอียดมากขึ้นมักใช้ในกรณีที่มีอาการท้องผูกรุนแรงมากเท่านั้น หากจำเป็น การทดสอบเหล่านี้อาจได้แก่

  • การเอ็กซเรย์ช่องท้อง ทำให้แพทย์เห็นว่ามีการอุดกั้นใดๆ ในช่องท้องของเด็กหรือไม่
  • การตรวจวัดการทำงานของลำไส้ใหญ่และหูรูดทวารหนัก หรือการตรวจการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ ในการตรวจนี้ แพทย์จะใส่สายสวนขนาดเล็กเข้าไปในลำไส้ตรงเพื่อตรวจวัดการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อหูรูดที่ใช้ในการขับถ่าย
  • การสวนแป้งแบเรียม ในการตรวจนี้ จะมีการเคลือบเยื่อบุลำไส้ด้วยสีตรงข้ามกันเพื่อให้มองเห็นภาพของลำไส้ตรง ลำไส้ และบางส่วนของลำไส้เล็กได้อย่างชัดเจนในฟิล์มเอกซเรย์
  • การตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อลำไส้ตรง ในการตรวจนี้ จะมีการนำตัวอย่างเนื้อเยื่อจำนวนเล็กน้อยจากเยื่อบุลำไส้ตรงมาตรวจเพื่อดูว่าเซลล์ประสาทปกติดีหรือไม่
  • การศึกษาจากการเปลี่ยนแปลงหรือการศึกษาจากสารบ่งชี้ ในการตรวจนี้ จะให้เด็กกลืนแคปซูลที่มีสารบ่งชี้ซึ่งจะปรากฏให้เห็นบนฟิล์มเอ็กซเรย์ โดยแพทย์จะวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนที่ของสารบ่งชี้ผ่านระบบทางเดินอาหารมีความผิดปกติหรือไม่อย่างไร
  • การตรวจเลือด ในบางครั้ง อาจมีการตรวจเลือด เช่น การตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์

การรักษาอาการท้องผูกในเด็ก

การรักษาขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ โดยแพทย์อาจแนะนำการรักษาดังต่อไปนี้

  • การให้อาหารเสริมกากใยอาหาร หรือยาทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม หากการรับประทานอาหารปกติไม่ได้รับกากใยอาหารที่เพียงพอ อาหารเสริมกากใยอาหารที่มีวางจำหน่ายโดยทั่วไป เช่น เมทามูซิล (Metamucil) หรือไซทรูเซล (Citrucel) อาจช่วยได้ อย่างไรก็ตาม เด็กจำเป็นต้องดื่มน้ำอย่างน้อย 1 ลิตร ในแต่ละวันเพื่อให้อาหารเสริมดังกล่าวออกฤทธิ์ได้ดี ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณอาหารเสริมที่เหมาะสมสำหรับอายุและน้ำหนักของเด็กด้วย
  • ยาเหน็บทวารกลีเซอริน สามารถใช้เพื่อทำให้อุจจาระอ่อนนนุ่ม หากเด็กไม่สามารถกลืนยาเม็ดได้ โดยควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีที่เหมาะสมในการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
  • ยาถ่ายหรือยาระบาย หากมีการสะสมของสิ่งหมักหมมทำให้เกิดการอุดตัน แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาถ่ายหรือยาระบายเพื่อช่วยกำจัดการอุดตัน ได้แก่ ยาโพลีเอทิลีนไกลคอล (polyethylene glycol) และน้ำมันแร่ชนิดต่างๆ
  • ห้ามให้ยาถ่ายหรือยาระบาย โดยไม่ได้รับการยินยอมและคำแนะนำเกี่ยวกับขนาดการใช้ที่เหมาะสมจากแพทย์
  • การใช้ยาระบายที่โรงพยาบาล ในบางครั้ง เด็กอาจมีอาการท้องผูกรุนแรงมาก จนจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อรับยาระบายที่ออกฤทธิ์แรงขึ้น ซึ่งจะช่วยกำจัดสิ่งตกค้างในลำไส้ได้ เรียกว่าการกำจัดอุจจาระ

การใช้การรักษาแบบทางเลือก

นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงอาหารและกิจวัตรประจำวันแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆ ที่อาจช่วยบรรเทาอาการท้องผูกในเด็ก ได้แก่

  • การนวดเบาๆ ที่ท้องเด็กจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อต่างๆ ที่พยุงกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้
  • วิธีการรักษาทางการแพทย์แผนจีนดั้งเดิม โดยการสอดเข็มขนาดที่เหมาะสมเข้าไปในส่วนต่างๆ ของร่างกาย วิธีการรักษานี้อาจช่วยได้หากเด็กมีอาการปวดท้องที่เกิดจากอาการท้องผูก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับอาการท้องผูกในเด็ก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณจัดการท้องผูกในเด็กได้

  • อาหารที่มีกากใยสูง อาหารที่มีกากใยสูงสามารถช่วยให้ร่างกายของลูกของคุณมีอุจจาระที่อ่อนนุ่มและเป็นก้อน การบริโภคกากใยอาหารที่แนะนำคือ 14 กรัมสำหรับทุกๆ 1,000 แคลอรี่ ในอาหารของลูกของคุณ สำหรับเด็กเล็กนั้น หมายความว่าให้บริโภคกากใยอาหารประมาณ 20 กรัมต่อวัน สำหรับวัยรุ่นหญิงและผู้หญิงวัยสาว ให้บริโภคกากใยอาหาร 29 กรัมต่อวัน และสำหรับวัยรุ่นชายและผู้ชายวัยหนุ่ม ให้บริโภคกากใยอาหาร 38 กรัมต่อวัน ให้ลูกของคุณรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ถั่ว ธัญพืชเต็มเมล็ด ผัก และผลไม้ แต่ให้เริ่มอย่างช้าๆ โดยการเพิ่มกากใยอาหารจำนวนเพียงหลายกรัมต่อวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์เพื่อลดปริมาณก๊าซและอาการท้องอืดที่สามารถเกิดขึ้นในผู่ที่ไม่คุ้นเคยกับการบริโภคอาหารที่มีกากใยสูง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ น้ำและของเหลวอื่นๆ จะช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ให้ระมัดระวังการให้นมปริมาณมากเกินไปแก่เด็กสำหรับเด็กบางรายนั้น การดื่มนมมากเกินไปทำให้เกิดอาการท้องผูก
  • ใช้เวลาที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย กระตุ้นให้เด็กนั่งบนโถส้วมเป็นเวลา 5 ถึง 10 นาที ภายในเวลา 30 นาทีหลังอาหารในแต่ละมื้อ ควรให้ปฏิบัติเป็นกิจวัตรทุกวันแม้ระหว่างวันหยุดและวันหยุดพักผ่อน
  • ให้ความช่วยเหลือ สร้างแรงจูงใจแก่เด็กในการฝึกขับถ่าย โดยอาจให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ แก่เด็กหลังจากที่ขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว หรือระหว่างขับถ่าย เช่น สติกเกอร์ หนังสือ หรือเกม ที่ให้หลังจาก และไม่ควรลงโทษหรือตำหนิหากเด็กทำกางเกงชั้นในเลอะเทอะ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความแนะนำ

ลูกท้องผูก

ลูกท้องผูก พ่อแม่จะช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 31, 2018 . เวลาในการอ่าน