ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ตุลาคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

หากคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงพอที่จะจัดเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 คุณก็อาจมี ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) ซึ่งต้องการการรักษาเช่นกัน

คำจำกัดความ

ภาวะก่อนเบาหวาน คืออะไร

ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) หมายถึงการที่ระดับน้ำตาลในเลือดมีมากกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงพอที่จะจัดว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หากคุณมี ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน คุณอาจจะไม่สามารถผลิตอินซูลิน (Insulin) ได้มากพอ หลังการรับประทานอาหาร หรือร่างกายของคุณอาจจะตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่เหมาะสม

หากไม่มีการแทรกแซงใด ๆ ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน อาจจะกลายเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภายใน 10 ปี หรือน้อยกว่านั้น ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานสามารถทำความเสียหายต่อหัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิตในระยะเวลานานก่อนจะเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานพบได้บ่อยได้แค่ไหน

ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานนั้นพบได้มาก สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์

อาการ

อาการของ ภาวะก่อนเบาหวาน เป็นอย่างไร

ในกรณีส่วนใหญ่ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานนั้นจะไม่มีอาการ หากมีอาการแสดงมา อาจจะมี ดังนี้

อาการหนึ่งที่พบได้มากสำหรับผู้ที่มีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานคือสีผิวเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้น หรือผิวหนังสีดำหนาคล้ายกำมะหยี่ (Acanthosis nigricans) โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ ข้อศอก เข่า และข้อนิ้วมือ

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงอาการที่เกิดขึ้น

ควรไปพบหมอเมื่อไร

คุณควรจะไปพบหมอหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • หากคุณมีภาวะน้ำหนักเกิน มีความดัชนีมวลกายมากกว่า 25
  • หากคุณไม่กระฉับกระเฉง
  • หากคุณอายุ 45 ปี หรือมากกว่า
  • หากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2
  • หากคุณมีเชื้อชาติแอฟริกา-อเมริกา ลาตินอเมริกา อเมริกันอินเดียน เอเชีย-อเมริกา หรือชาวเกาะแปซิฟิก
  • หากคุณเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes) หรือให้กำเนิดบุตรที่น้ำหนักมากกว่า 9 ปอนส์ (4.1 กิโลกรัม)
  • หากคุณมีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome) ซึ่งเป็นสภาวะทั่วไปมีลักษณะคือประจำเดือนที่ไม่ปกติ มีเส้นขนส่วนเกินและความอ้วน
  • หากคุณมีความดันโลหิตสูง
  • หากระดับของคอเลสเตอรอลไขมันที่มีความหนาแน่นสูง (High-density lipoprotein) (HDL) ต่ำกว่า 35 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (มิลลิกรัม/เดซิลิตร) หรือ 0.9 มิลลิโมล/ลิตร หรือมีระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 250 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (2.83 มิลลิโมล/ลิตร)

สาเหตุ

สาเหตุของ ภาวะก่อนเบาหวาน

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาสาเหตุของภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานได้ แต่มีคำแนะนำว่าพันธุกรรมอาจมีส่วนสำคัญในการเพิ่มปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากผิดปกติในยีนที่ควบคุมกระบวนการผลิตอินซูลิน ทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเหมาะสม และเมื่อระดับอินซูลินลดลง จะทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในกระแสเลือด ก็สามารถนำไปสู่ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน

ปัจจัยเสี่ยงมีดังนี้

  • น้ำหนัก การมีภาวะน้ำหนักเกินคือปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้นของภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน รวมไปถึงผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 35
  • รอบเอว ผู้ที่มีรอบเอวมากอาจบ่งชี้ถึงภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  • ไม่กระฉับกระเฉง ยิ่งคุณไม่กระฉับกระเฉงมากเท่าไหร่ คุณยิ่งมีความเสี่ยงในการมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานมากขึ้นเท่านั้น
  • อายุ แม้ว่าโรคเบาหวานสามารถเป็นได้ทุกช่วงอายุ ความเสี่ยงในการมี ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน จะเพิ่มมากขึ้น หากคุณอายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังจากอายุ 45 ปี
  • ประวัติในครอบครัว ความเสี่ยงในการมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานจะเพิ่มขึ้น หากพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • เชื้อชาติ แม้จะไม่ชัดว่าทำไม แต่คนบางเชื้อชาติ รวมไปถึงแอฟริกา-อเมริกา ลาตินอเมริกา อเมริกันอินเดียน เอเชีย-อเมริกา และชาวเกาะแปซิฟิกจะมีโอกาสมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานมากกว่า
  • โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) หากคุณเคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานในภายหลังเพิ่มมากขึ้น หากคุณให้กำเนิดทารกที่น้ำหนักมากกว่า 4.1 กก. คุณก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานเช่นกัน
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome) สำหรับผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบซึ่งเป็นสภาวะทั่วไปมีลักษณะคือประจำเดือนที่ไม่ปกติ มีเส้นขนส่วนเกินและความอ้วน จะเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเบาหวาน
  • การนอนหลับ โรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea) คือความผิดปกติของการนอนหลับที่มีสาเหตุมาจากลมหายใจถูกขัดหลายครั้งขณะนอนหลับ นำไปสู่คุณภาพการนอนที่ไม่ดี ผู้ที่ทำงานเปลี่ยนกะหรือมีกะกลางคืน มีโอกาสที่จะมีปัญหากับการนอนหลับ และยังเพิ่มความเสี่ยงในการมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน หรือเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน

วิธีการตรวจเพื่อวินิจฉัยภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานมีสามวิธี

  • การตรวจระดับน้ำตาลสะสม หรือที่เรียกอีกอย่างว่าการตรวจน้ำตาลสะสมในเลือด (Glycosylated hemoglobin A1C test)  การทดสอบนี้วัดเปอร์เซ็นต์ของน้ำตาลในเลือด ระหว่าง ฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) หรือฮีโมโกลบินปกติ กับไกลโคซิเลต ฮีโมโกลบิน (Glycosylated hemoglobin) หรือฮีโมโกลบินที่มีโมเลกุลของกลูโคสเกาะติดอยู่ เป็นเวลา 2-3 เดือน

ระดับน้ำตาลสะสมที่ปกติควรต่ำกว่า 5.7 % ระดับน้ำตาลสะสมระหว่าง 5.7 และ 6.4 % นั้นถือว่าเป็นภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน ระดับ 6.5 % หรือมากกว่าในการตรวจทั้งสองรอบที่แยกจากกันจะบ่งชี้ว่าคุณเป็นโรคเบาหวาน

  • การวัดระดับกลูโคสในพลาสมา (Fasting blood glucose test) แพทย์จะใช้ตัวอย่างเลือดหลังจากที่คุณอดอาหารในตอนกลางคืนไปตรวจ ระดับของน้ำตาลตั้งแต่ 100 ถึง 125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (5.6 ถึง 6.9 มิลลิโมล/ลิตร) นั้นถือว่าเป็นภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน
  • การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล (Oral glucose tolerance test) การทดสอบจะวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากที่คุณอดอาหารในตอนกลางคืน หลังจากที่วัดระดับแล้ว คุณจะต้องดื่มน้ำเชื่อมเข้าไปแล้วรอให้น้ำเชื่อมปักหลักในร่างกาย แล้วจะทำการวัดระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง ระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 140 ถึง 199 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (7.8 ถึง 11.0 มิลลิโมล/ลิตร) นั้นถือว่าเป็นภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน

สำหรับการทดสอบเหล่านี้ ยิ่งมีตัวเลขสูงเท่าไหร่ยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคตมากขึ้นเท่านั้น

การรักษาภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน

หากคุณมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน การรักษาแรกคือการปรับเปลี่ยนไลฟสไตล์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำ กุญแจสำคัญของการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่ช่วยในการจัดการและกำจัดภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน คือการออกกำลังกายเป็นประจำ และการลดน้ำหนัก หากคุณมีน้ำหนักเกิน คุณก็จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานมาก

หากผลของการทดสอบนั้นสูงแต่ไม่พอที่เรียกว่าโรคเบาหวาน คุณอาจจำเป็นต้องใช้ยา เพื่อควบคุมระดับของอินซูลิน ยาทั่วไปของผู้มีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานคือ ยาเมทฟอร์มิน (Metformin) อย่างกลูโคเฟจ (Glucophage)

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองแบบไหนที่จะช่วยรักษา

ลักษณะไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเองต่อไปนี้ อาจจะช่วยรักษาอาการของคุณได้

  • หยุดสูบบุหรี่
  • ลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ปลอดภัย แม้แต่การลดน้ำหนักเพียง 5 % ก็สามารถเห็นความแตกต่างได้
  • การใช้สมุนไพรเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนั้น ค่อนข้างพบได้ทั่วไป สำหรับผู้มีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน สมุนไพรที่มักจะใช้ก็คือ อบเชย (Cassia cinnamon) โครเมียม (Chromium) โคเอนไซม์คิว10 (Coenzyme Q10) โสม กลูโคแมนแนน (Glucomannan) กัวร์ กัม (Guar gum) จิมเนมา (Gymnema) แมกนีเซียม (Magnesium) ผลของต้นกระบองเพชร (Prickly pear cactus) ถั่วเหลือง และหญ้าหวาน แม้ว่าสารบางชนิดนี้อาจจะแสดงให้เห็นความคาดหวังในช่วงแรก ๆ ของการทดลอง แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า การรักษาทางเลือกนี้จะได้ผล

หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

แนวทางปฏิบัติในการดูแลสุขภาพจิตสำหรับ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน

บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ขอนำวิธีดูแลจิตใจสำหรับ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน มาฝากกันค่ะ เพื่อให้ทุกคนนั้นได้มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยต่อไปอย่างใกล้ชิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
ศูนย์โรคเบาหวาน, ศูนย์สุขภาพ พฤศจิกายน 9, 2020 . เวลาในการอ่าน

การบำบัดด้วยสี กับประโยชน์ที่คุณควรรู้ไว้

การบำบัดด้วยสี สามารถช่วยรักษาสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตได้ การบำบัดด้วยสีส่วนใหญ่ถูกมองว่า เป็นการบำบัดแบบเสริมหรือการแพทย์ทางเลือก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 6, 2020 . เวลาในการอ่าน

หลักการกินอาหารแบบ ล้างพิษน้ำตาล ลดความหวาน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

การลดน้ำตาล สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ หลักการกินอาหารแบบ ล้างพิษน้ำตาล ว่าเป็นอย่างไร และมีข้อดีอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 5, 2020 . เวลาในการอ่าน

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับน้ำตาล ที่อาจทำให้หลายคนแปลกใจ

ยังมี ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับน้ำตาล อยู่อีกมากมาย ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ความเชื่อผิด ๆ เหล่านั้นมีอะไรบ้าง หาคำตอบได้ในบทความนี้เลยค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ชามะระขี้นก เครื่องดื่มสมุนไพร ที่อาจช่วยต่อสู้กับ โรคเบาหวาน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 13, 2020 . เวลาในการอ่าน
กลุ่มยาสแตติน-ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ

การลดระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Nattrakamol Chotevichean
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคหลอดเลือดหัวใจ-โรคแทรกซ้อน-ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โรคหลอดเลือดหัวใจ (CAD): โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยใน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Nattrakamol Chotevichean
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคเบาหวาน-น้ำตาลในเลือด-โรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ป่วย โรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดี มีความเสี่ยงที่จะเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Nattrakamol Chotevichean
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน