ภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ตุลาคม 1, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade) เกิดจากการสะสมของน้ำภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่การล้มเหลวของอวัยวะภายใน จนอาจนำไปสู่ภาวะช็อค และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

คำจำกัดความ

ภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade) คืออะไร

ภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade) เกิดจากการสะสมของน้ำภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่การล้มเหลวของอวัยวะภายใน จนอาจนำไปสู่ภาวะช็อค และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

พบได้บ่อยเพียงใด

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยภาวะบีบรัดหัวใจจะพบในผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหัวใจ การผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เป็นต้น

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

อาการ

อาการของภาวะบีบรัดหัวใจ

โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยภาวะบีบรัดหัวใจ มีอาการดังต่อไปนี้

  • มีความวิตกกังวล และความกระสับกระส่าย
  • มีอาการอ่อนแรง
  • อาการเจ็บบริเวณหน้าอก ส่งผลไปยังคอ ไหล่หรือหลัง
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ หายใจติดขัด
  • หายใจเร็ว
  • รู้สึกไม่สบายตัว แต่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อนั่งโน้มตัวไปข้างหน้า
  • เวียนศีรษะ

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะบีบรัดหัวใจ 

สาเหตุของภาวะบีบรัดหัวใจ เกิดจากสาเหตุและปัจจัย ดังต่อไปนี้

  • การได้รับบาดเจ็บ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์หรืออุตสาหกรรม
  • การผิดพลาดทางการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ เช่น การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ การสวนหลอดเลือดหัวใจ
  • หลอดเลือดโป่งพองแตก
  • ภาวะไตวาย
  • การติดเชื้อที่มีผลต่อหัวใจ
  • โรคลูปัส
  • เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
  • มะเร็งที่แพร่ลามไปยังถุงหุ้มหัวใจ

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะบีบรัดหัวใจ 

ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการทดสอบเพื่อยืนยันการวินิจฉัยการเต้นของหัวใจ ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

  • การอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) เพื่อตรวจหาความผิดปกติของเยื่อหุ้มหัวใจ
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography : CT SCAN) ตรวจหาความผิดปกติการสะสมของเหลวบริเวณหน้าอก
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography) เมื่อทดสอบการประเมินการเต้นของหัวใจ
  • การตรวจวินิจฉัยหลอดเลือด (Angiography) ตรวจดูระบบหมุนเวียนเลือดในหัวใจ

การรักษาภาวะบีบรัดหัวใจ 

ในเบื้องต้นแพทย์จะสอบถามอาการและประวัติผู้ป่วย การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาแรงกดดันบริเวณหัวใจ โดยแพทย์จะทำการเจาะระบายของเหลวออกจากช่องเยื่อหุ้มหัวใจ เพื่อระบายเลือดหรือเอาลิ่มเลือดที่อุดตันออกหากผู้ป่วยมีบาดแผลทะลุถึงภายในทรวงอก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรักษาภาวะบีบรัดหัวใจ 

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรักษาภาวะบีบรัดหัวใจ  มีดังนี้

ผู้ป่วยสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะบีบรัดหัวใจได้ด้วยการปรับวิถีชีวิตตนเอง เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความแนะนำ

ดื่มชา-ลดความเสี่ยง-โรคหัวใจ-หลอดเลือด

รู้หรือไม่ ดื่มชา คุณก็อาจลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 6, 2020 . เวลาในการอ่าน
หัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว-atrial-fibrillation

หัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 25, 2018 . เวลาในการอ่าน
ไรโบส-ribose

ไรโบส (Ribose)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 4, 2017 . เวลาในการอ่าน