ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Respiratory Distress Syndrome)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน คืออะไร

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน เป็นภาวะทางการแพทย์ที่รุนแรงและอาจมีอันตรายจนถึงชีวิต ภาวะนี้เกิดจากภาวะที่ของเหลวในหลอดเลือด ซึมผ่านหลอดเลือดและผนังถุงลมเข้าไปอยู่ในถุงลมแทนที่อากาศ และปิดกั้นไม่ให้อวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกายได้รับออกซิเจน ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน มักพัฒนามาจากผู้ที่มีอากาศป่วยภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยหนักและเป็นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน พบบ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปแล้วภาวะนี้จะเกิดกับผู้ป่วยหนักที่เข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลและเกิดขึ้นได้ในทารกเช่นกัน โรคสามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดภาวะนี้ได้ กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

อาการของ ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันเป็นอย่างไร

ส่วนใหญ่แล้วอาการของภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันมักเกิดขึ้นภายใน 1-2 วันนับจากวันที่ป่วยหรือบาดเจ็บ ซึ่งอาการโดยทั่วไปมีดังนี้

  • หายใจลำบาก
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • หายใจถี่
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ไข้
  • ความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
  • อาการงุนงงทางจิต
  • ผิวหนังหรือเล็บเปลี่ยนสีเนื่องจากระดับออกซิเจนที่ลดลงอย่างรุนแรงในเลือด

ในบางกรณีอาจมีอาการบางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

เมื่อไรที่ควรไปพบหมอ

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันเป็นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีภาวะนี้ มักจะเป็นผู้ป่วยที่รับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว

สาเหตุของภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

สาเหตุของภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน มีอะไรบ้าง

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันเกิดจากของเหลวที่รั่วออกมาจากหลอดเลือดที่เล็กที่สุดในปอดและซึมเข้าสู่ถุงลมเล็กๆ

สาเหตุของภาวะนี้ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ทางตรงและทางอ้อมต่อปอด สาเหตุที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

  • การสูดลมหายใจเข้า
  • การสูดดมสารที่เป็นอันตราย
  • การปลูกถ่ายอวัยวะ
  • ภาวะทางการแพทย์ เช่น ติดเชื้อ ซึ่งสาเหตุที่พบมากที่สุด โรคปอดบวม การอักเสบของตับอ่อน
  • การบาดเจ็บ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์
  • ยา เช่น ไนโตรฟูแรนโทอิน (Nitrofurantoin) หรือใช้มอร์ฟีนเมธาโดนเกินขนาด
  • เลือดออกอย่างรุนแรงที่จำเป็นต้องใช้การถ่ายเลือด

รู้ปัจจัยเสี่ยง

อะไรคือปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่ทำให้เกิด ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน เช่น

เข้าใจการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์อยู่เสมอ

จะวินิจฉัยภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันได้อย่างไร

ยังไม่มีการทดสอบเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคนี้ แต่การทดสอบที่เคยใช้ในการวินิจฉัย เช่น

  • เอ็กซ์เรย์หน้าอก อาจแสดงส่วนของปอดของและจำนวนของปอดมีของเหลวภายในและไม่ว่าหัวใจของจะขยายใหญ่หรือไม่
  • ก๊าซในเลือด เลือดจากหลอดเลือดแดงควบคุมระดับออกซิเจนในเลือด
  • การตรวจเลือด การทดสอบนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของร่างกาย
  • ใช้ไม้กดลิ้นและจมูก
  • การทดสอบหัวใจ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

การรักษาภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันมีอะไรบ้าง?

ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักได้รับการรักษาในห้องไอซียู (ICU) การรักษามีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีออกซิเจนในเลือดเพียงพอ เพื่อป้องกันความล้มเหลวของอวัยวะและรักษาสาเหตุของภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

  • เครื่องช่วยหายใจ ผู้ป่วยทุกรายที่มีภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน จะต้องได้รับการบำบัดด้วยออกซิเจน ซึ่งออกซิเจนเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ ผู้ป่วยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจช่วยด้วย
  • ตั้งpositive end expiratory pressure (PEEP) เทคนิคที่เรียกว่า PEEP ช่วยควบคุมความดันในปอด เพิ่มการทำงานของปอดและลดการบาดเจ็บของปอดจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ
  • การจัดการของเหลว หากร่างกายมีของเหลวมากเกินไป อาจทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในปอด และหากมีของเหลวน้อยเกินไปอาจทำให้อวัยวะและหัวใจตึงและช็อกได้ ปริมาณของเหลวทางหลอดเลือดดำจึงควรได้รับการจัดการอย่างรอบคอบ
  • ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดสามารถบรรเทาอาการปวดและไม่สบาย
  • ยาปฏิชีวนะสามารถป้องกันและรักษาโรคได้
  • ยารักษาภาวะวิตกกังวลช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบและผ่อนคลาย
  • ยาเจือจางเลือดสามารถป้องกันไม่ให้เกิดก้อนในปอดหรือขา

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาตัวที่บ้าน

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันมีอะไรบ้าง

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันป้องกันได้หากเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตแบบเดิมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคและรู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง

  • หยุดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการรับควันมือสอง
  • หยุดดื่มแอลกอฮอล์
  • รับการฉีดวัคซีน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีและวัคซีนป้องกันปอดบวมทุกๆห้าปี สามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในปอดได้

หากมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกที่ดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: สิงหาคม 6, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 7, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน