มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดในกระเพาะปัสสาวะซึ่งอวัยวะทรงบอลลูนที่กักเก็บน้ำปัสสาวะของคุณโดยจะอยู่บริเวณอุ้งเชิงกราน

คำจำกัดความ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะคืออะไร

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะคือมะเร็งชนิดหนึ่ง ที่เกิดในกระเพาะปัสสาวะซึ่งอวัยวะทรงบอลลูนที่กักเก็บน้ำปัสสาวะของคุณโดยจะอยู่บริเวณอุ้งเชิงกราน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะมักเริ่มเกิดที่เซลล์ที่อยู่ภายในกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะส่วนใหญ่จะได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกๆ ซึ่งยังเป็นระยะที่รักษาได้อยู่ แต่ถึงกระนั้นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะเริ่มแรกก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ ด้วยเหตุนี้เองผู้ที่รับการรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะแล้วจึงยังคงต้องตรวจติดตามเป็นระยะๆ เป็นเวลาหลายปีหลังการรักษาเพื่อดูเรื่องการกลับมาเป็นซ้ำ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะพบบ่อยเพียงใด

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะส่วนมากจะเกิดในผู้สูงวัย  อย่างไรก็ตามโรคนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย ตามสถาบันสุขภาพแห่งชาติ มีเพศชายประมาณ 4,500 คนและเพศหญิงประมาณ 17,000 คนที่ได้รับการวินิจฉัยด้วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อย่างไรก็ตามคุณก็สามารถลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้

อาการ

อาการของ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะจะมีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ โดยไม่มีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ มีหลายอาการที่บ่งบอกถึงโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ เช่น อาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลดและการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูก แต่อาการเหล่านี้ก็บ่งบอกถึงโรค อื่นๆ ได้ ดังนั้นคุณจึงควรใส่ใจกับอาการจำเพาะต่างๆของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะซึ่งได้แก่

ควรพบคุณหมอเมื่อไร

การได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถยับยั้งไม่ให้อาการแย่ลงและสามารถป้องกันการเกิดอาการฉุกเฉินได้ ดังนั้นคุณจึงควรบอกแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการที่ร้ายแรงขึ้น หากคุณมีสัญญาณหรืออาการแสดงต่างๆ ตามที่ระบุไว้ข้างต้นหรือมีคำถามใดๆโปรดปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้เนื่องจากอาการของแต่ละคนมีความแตกต่างกันคุณควรปรึกษาแพทย์อยู่เสมอถึงวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

สาเหตุ

สาเหตุของ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ที่จริงแล้วยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะแต่มันจะเกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์ที่ผิดปกติเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมได้และไปรุกรานไปยังเนื้อเยื่ออื่นๆ

  • นอกจากนี้ แพทย์จะแบ่งมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็น 3 ชนิดหลักๆ ได้แก่ มะเร็งเยื่อบุกรวยไต มะเร็งเยื่อบุกรวยไตเป็นมะเร็งบริเวณกระเพาะปัสสาวะที่พบมากที่สุดโดยจะเริ่มเกิดที่ transitional cell ในบริเวณเยื่อบุชั้นในของกระเพาะปัสสาวะโดย transitional cell จะเปลี่ยนรูปร่างโดยไม่ได้เกิดความเสียหายเมื่อเนื้อเยื่อยืดตัวออก
  • มะเร็งที่เซลล์สความัส มะเร็งชนิดนี้จะไม่ค่อยพบในสหรัฐอเมริกา การเกิดโรคจะเกิดบริเวณเซลล์รูปสี่เหลี่ยมที่บางและแบนซึ่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะหลังจากมีการติดเชื้อเรื้อรังที่กระเพาะปัสสาวะหรือเกิดการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • อะดีโนคาร์ซิโนมา เป็นมะเร็งอีกชนิดที่ไม่ค่อยพบในสหรัฐอเมริกา จุดกำเนิดอยู่ที่เซลล์ต่อมต่างๆที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะโดยมะเร็งจะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการระคายเคืองและการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานานซึ่งเซลล์ต่อมเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างและหลั่งเยื่อเมือกในร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

สภาวะต่อไปนี้จะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะสูงขึ้น

  • การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ ซิการ์ หรือไปป์ อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้โดยทำให้สารเคมีที่เป็นอันตรายไปสะสมในน้ำปัสสาวะ
  • เพศชาย เพศชายมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมากกว่าเพศหญิง
  • การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด ไตของคุณมีหน้าที่หลักในการกรองสารเคมีที่เป็นอันตรายต่างๆจากกระแสเลือดและนำไปเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ ดังนั้นการที่เซลล์ไตต้องสัมผัสกับสารเคมีที่เดิมๆ บ่อยๆ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้
  • การรับประทานยาต้านเบาหวานบางชนิด ผู้ที่รับประทานยาต้านเบาหวาน ที่ชื่อไพโอกลิตาโซน (แอคโตส) เป็นเวลานานกว่า1ปีจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
  • การอักเสบกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะเรื้อรังหรือการติดเชื้อซ้ำหรือการอักเสบต่างๆเช่นภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดสความัสได้
  • ประวัติความเจ็บป่วยตัวเองหรือคนในครอบครัว หากคุณญาติคนในคนหนึ่งมีประวัติเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะคุณก็อาจมีความเสี่ยงของการเกิดโรคเพิ่มขึ้นได้ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะจะไม่ค่อยถ่ายทอดกันในครอบครัวก็ตาม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลนี้ไม่ไช่คำแนะนำที่มาจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์เสมอสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะทำอย่างไร?

  • การตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะเป็นการตรวจหาเซลล์แปลกปลอมและสารต่างๆเช่น ผลึกหรือคาสท์ต่างๆในปัสสาวะ
  • การตรวจภายในโดยแพทย์จะสวมถุงมือและสอดนิ้วเข้าไปในช่องคลอดหรือทวารหนักเพื่อคลำหาก้อนเนื้อที่อาจโตเป็นมะเร็งได้
  • การส่องกล้องทางเดินปัสสาวะโดยแพทย์จะสอดท่อเล็กๆที่มีกล้องขนาดจิ๋วเข้าไปทางท่อปัสสาวะเพื่อดูภายในกระเพาะปัสสาวะ
  • การตัดชิ้นเนื้อเยื่อโดยแพทย์จะสอดเครื่องมือตัดเล็กๆเข้าไปทางท่อปัสสาวะและตัดชื้นเนื้อเยื่อบริเวณกระเพาะปัสสาวะมาตรวจว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
  • การทำซีทีสแกนเพื่อดูกระเพาะปัสสาวะ
  • การตรวจไตและทางเดินปัสสาวะโดยการฉีดสี
  • การเอ็กซเรย์

แพทย์จะพิจารณาว่าเป็นมะเร็งระยะใดโดยเริ่มจากระยะที่0ถึง4เพื่ระบุว่ามะเร็งแพร่กระจายไปเพียงใดแล้ว มะเร็งระยะต่างๆมีความหมายดังนี้

  • ระยะที่ 0 มะเร็งยังไม่ลุกลามไปนอกเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะชั้นใน
  • ระยะที่ 1 มะเร็งลุกลามไปนอกเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะชั้นในแต่ยังไม่ถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 2 มะเร็งลุกลามไปสู่ชั้นกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆที่อยู่รอบๆกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 4 มะเร็งลุกลามเข้าสู่อวัยวะอื่นๆข้างเคียงกระเพาะปัสสาวะ

วิธีการรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็งโดยแพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการของคุณซึ่งมีดังนี้

  • การรักษาสำหรับระยะที่ 0 และระยะที่ 1 การรักษาสำหรับระยะที่ 0 และระยะที่1อาจใช้วิธีการต่างๆ เช่น การผ่าตัดเพื่อตัดเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ การใช้ยาเคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัดโดยใช้ยาไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มให้ไปทำลายเซลล์มะเร็ง
  • การรักษาสำหรับระยะที่2และระยะที่3 การรักษาสำหรับระยะที่2และระยะที่3อาจใช้วิธีการต่างๆได้แก่
  • ตัดกระเพาะปัสสาวะบางส่วนประกอบกับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
  • ตัดกระเพาะปัสสาวะทิ้งทั้งหมดโดยใช้กล้องและตามด้วยการผ่าตัดเพื่อทำทางขับถ่ายปัสสาวะออกจากร่างกายใหม่
  • การใช้ยาเคมีบำบัด การใช้รังสีรักษาหรือภูมิคุ้มกันบำบัดซึ่งจะช่วยลดขนาดก้อนเนื้องอกก่อนผ่าตัดได้ อาจใช้วิธีเหล่านี้ในกรณีที่ทำการผ่าตัดไม่ได้หรือใช้เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลือหลังการผ่าตัดหรือใช้เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
  • การรักษาสำหรับระยะที่ 4 การรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะที่ 4 อาจใช้วิธีการดังต่อไปนี้
  • การใช้ยาเคมีบำบัดโดยไม่ต้องผ่าตัด จะเป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการและยืดอายุของผู้ป่วยเท่านั้น
  • การตัดเอากระเพาะปัสสาวะทิ้งและผ่าตัดเอาต่อมน้ำเหลืองรอบๆตามด้วยการผ่าตัดเพื่อทำทางขับถ่ายปัสสาวะออกจากร่างกายใหม่
  • การใช้ยาเคมีบำบัด,การใช้รังสีรักษาและภูมิคุ้มกันบำบัดหลังทำการผ่าตัดแล้วเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่หรือเพื่อบรรเทาอาการและยืดอายุของผู้ป่วยเท่านั้น
  • การใช้ยาที่ยังอยู่ในขั้นการทดลองทางคลินิก

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาตัวที่บ้าน

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาตัวที่บ้าน ที่สามารถช่วยให้คุณรับมือกับมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้

เคล็ดลับต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้

  • ไม่สูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
  • หลีกเลี่ยงการรับสารก่อมะเร็งอื่นๆ
  • ดื่มน้ำมากๆ

หากท่านมีข้อสงสัยใดๆโปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้นและหาวิธีการรักษาที่ดีและเหมาะสมกับท่านที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มกราคม 2, 2020 | Last Modified: มกราคม 21, 2020

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน