มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date กุมภาพันธ์ 18, 2020
Share now

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดในกระเพาะปัสสาวะซึ่งอวัยวะทรงบอลลูนที่กักเก็บน้ำปัสสาวะของคุณโดยจะอยู่บริเวณอุ้งเชิงกราน

คำจำกัดความ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะคืออะไร

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะคือมะเร็งชนิดหนึ่ง ที่เกิดในกระเพาะปัสสาวะซึ่งอวัยวะทรงบอลลูนที่กักเก็บน้ำปัสสาวะของคุณโดยจะอยู่บริเวณอุ้งเชิงกราน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะมักเริ่มเกิดที่เซลล์ที่อยู่ภายในกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะส่วนใหญ่จะได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกๆ ซึ่งยังเป็นระยะที่รักษาได้อยู่ แต่ถึงกระนั้นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะเริ่มแรกก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ ด้วยเหตุนี้เองผู้ที่รับการรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะแล้วจึงยังคงต้องตรวจติดตามเป็นระยะๆ เป็นเวลาหลายปีหลังการรักษาเพื่อดูเรื่องการกลับมาเป็นซ้ำ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะพบบ่อยเพียงใด

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะส่วนมากจะเกิดในผู้สูงวัย  อย่างไรก็ตามโรคนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย ตามสถาบันสุขภาพแห่งชาติ มีเพศชายประมาณ 4,500 คนและเพศหญิงประมาณ 17,000 คนที่ได้รับการวินิจฉัยด้วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อย่างไรก็ตามคุณก็สามารถลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้

อาการ

อาการของ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะจะมีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ โดยไม่มีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ มีหลายอาการที่บ่งบอกถึงโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ เช่น อาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลดและการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูก แต่อาการเหล่านี้ก็บ่งบอกถึงโรค อื่นๆ ได้ ดังนั้นคุณจึงควรใส่ใจกับอาการจำเพาะต่างๆของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะซึ่งได้แก่

ควรพบคุณหมอเมื่อไร

การได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถยับยั้งไม่ให้อาการแย่ลงและสามารถป้องกันการเกิดอาการฉุกเฉินได้ ดังนั้นคุณจึงควรบอกแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการที่ร้ายแรงขึ้น หากคุณมีสัญญาณหรืออาการแสดงต่างๆ ตามที่ระบุไว้ข้างต้นหรือมีคำถามใดๆโปรดปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้เนื่องจากอาการของแต่ละคนมีความแตกต่างกันคุณควรปรึกษาแพทย์อยู่เสมอถึงวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

สาเหตุ

สาเหตุของ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ที่จริงแล้วยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะแต่มันจะเกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์ที่ผิดปกติเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมได้และไปรุกรานไปยังเนื้อเยื่ออื่นๆ

  • นอกจากนี้ แพทย์จะแบ่งมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็น 3 ชนิดหลักๆ ได้แก่ มะเร็งเยื่อบุกรวยไต มะเร็งเยื่อบุกรวยไตเป็นมะเร็งบริเวณกระเพาะปัสสาวะที่พบมากที่สุดโดยจะเริ่มเกิดที่ transitional cell ในบริเวณเยื่อบุชั้นในของกระเพาะปัสสาวะโดย transitional cell จะเปลี่ยนรูปร่างโดยไม่ได้เกิดความเสียหายเมื่อเนื้อเยื่อยืดตัวออก
  • มะเร็งที่เซลล์สความัส มะเร็งชนิดนี้จะไม่ค่อยพบในสหรัฐอเมริกา การเกิดโรคจะเกิดบริเวณเซลล์รูปสี่เหลี่ยมที่บางและแบนซึ่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะหลังจากมีการติดเชื้อเรื้อรังที่กระเพาะปัสสาวะหรือเกิดการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • อะดีโนคาร์ซิโนมา เป็นมะเร็งอีกชนิดที่ไม่ค่อยพบในสหรัฐอเมริกา จุดกำเนิดอยู่ที่เซลล์ต่อมต่างๆที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะโดยมะเร็งจะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการระคายเคืองและการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานานซึ่งเซลล์ต่อมเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างและหลั่งเยื่อเมือกในร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

สภาวะต่อไปนี้จะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะสูงขึ้น

  • การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ ซิการ์ หรือไปป์ อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้โดยทำให้สารเคมีที่เป็นอันตรายไปสะสมในน้ำปัสสาวะ
  • เพศชาย เพศชายมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมากกว่าเพศหญิง
  • การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด ไตของคุณมีหน้าที่หลักในการกรองสารเคมีที่เป็นอันตรายต่างๆจากกระแสเลือดและนำไปเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ ดังนั้นการที่เซลล์ไตต้องสัมผัสกับสารเคมีที่เดิมๆ บ่อยๆ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้
  • การรับประทานยาต้านเบาหวานบางชนิด ผู้ที่รับประทานยาต้านเบาหวาน ที่ชื่อไพโอกลิตาโซน (แอคโตส) เป็นเวลานานกว่า1ปีจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
  • การอักเสบกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะเรื้อรังหรือการติดเชื้อซ้ำหรือการอักเสบต่างๆเช่นภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดสความัสได้
  • ประวัติความเจ็บป่วยตัวเองหรือคนในครอบครัว หากญาติของคุณคนใดคนหนึ่งมีประวัติเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะคุณก็อาจมีความเสี่ยงของการเกิดโรคเพิ่มขึ้นได้ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะจะไม่ค่อยถ่ายทอดกันในครอบครัวก็ตาม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลนี้ไม่ไช่คำแนะนำที่มาจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์เสมอสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะทำอย่างไร?

  • การตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะเป็นการตรวจหาเซลล์แปลกปลอมและสารต่างๆเช่น ผลึกหรือคาสท์ต่างๆในปัสสาวะ
  • การตรวจภายในโดยแพทย์จะสวมถุงมือและสอดนิ้วเข้าไปในช่องคลอดหรือทวารหนักเพื่อคลำหาก้อนเนื้อที่อาจโตเป็นมะเร็งได้
  • การส่องกล้องทางเดินปัสสาวะโดยแพทย์จะสอดท่อเล็กๆที่มีกล้องขนาดจิ๋วเข้าไปทางท่อปัสสาวะเพื่อดูภายในกระเพาะปัสสาวะ
  • การตัดชิ้นเนื้อเยื่อโดยแพทย์จะสอดเครื่องมือตัดเล็กๆเข้าไปทางท่อปัสสาวะและตัดชื้นเนื้อเยื่อบริเวณกระเพาะปัสสาวะมาตรวจว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
  • การทำซีทีสแกนเพื่อดูกระเพาะปัสสาวะ
  • การตรวจไตและทางเดินปัสสาวะโดยการฉีดสี
  • การเอ็กซเรย์

แพทย์จะพิจารณาว่าเป็นมะเร็งระยะใดโดยเริ่มจากระยะที่0ถึง4เพื่ระบุว่ามะเร็งแพร่กระจายไปเพียงใดแล้ว มะเร็งระยะต่างๆมีความหมายดังนี้

  • ระยะที่ 0 มะเร็งยังไม่ลุกลามไปนอกเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะชั้นใน
  • ระยะที่ 1 มะเร็งลุกลามไปนอกเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะชั้นในแต่ยังไม่ถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 2 มะเร็งลุกลามไปสู่ชั้นกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆที่อยู่รอบๆกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 4 มะเร็งลุกลามเข้าสู่อวัยวะอื่นๆข้างเคียงกระเพาะปัสสาวะ

วิธีการรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็งโดยแพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการของคุณซึ่งมีดังนี้

  • การรักษาสำหรับระยะที่ 0 และระยะที่ 1 การรักษาสำหรับระยะที่ 0 และระยะที่1อาจใช้วิธีการต่างๆ เช่น การผ่าตัดเพื่อตัดเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ การใช้ยาเคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัดโดยใช้ยาไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มให้ไปทำลายเซลล์มะเร็ง
  • การรักษาสำหรับระยะที่2และระยะที่3 การรักษาสำหรับระยะที่2และระยะที่3อาจใช้วิธีการต่างๆได้แก่
  • ตัดกระเพาะปัสสาวะบางส่วนประกอบกับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
  • ตัดกระเพาะปัสสาวะทิ้งทั้งหมดโดยใช้กล้องและตามด้วยการผ่าตัดเพื่อทำทางขับถ่ายปัสสาวะออกจากร่างกายใหม่
  • การใช้ยาเคมีบำบัด การใช้รังสีรักษาหรือภูมิคุ้มกันบำบัดซึ่งจะช่วยลดขนาดก้อนเนื้องอกก่อนผ่าตัดได้ อาจใช้วิธีเหล่านี้ในกรณีที่ทำการผ่าตัดไม่ได้หรือใช้เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลือหลังการผ่าตัดหรือใช้เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
  • การรักษาสำหรับระยะที่ 4 การรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะที่ 4 อาจใช้วิธีการดังต่อไปนี้
  • การใช้ยาเคมีบำบัดโดยไม่ต้องผ่าตัด จะเป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการและยืดอายุของผู้ป่วยเท่านั้น
  • การตัดเอากระเพาะปัสสาวะทิ้งและผ่าตัดเอาต่อมน้ำเหลืองรอบๆตามด้วยการผ่าตัดเพื่อทำทางขับถ่ายปัสสาวะออกจากร่างกายใหม่
  • การใช้ยาเคมีบำบัด,การใช้รังสีรักษาและภูมิคุ้มกันบำบัดหลังทำการผ่าตัดแล้วเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่หรือเพื่อบรรเทาอาการและยืดอายุของผู้ป่วยเท่านั้น
  • การใช้ยาที่ยังอยู่ในขั้นการทดลองทางคลินิก

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาตัวที่บ้าน

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาตัวที่บ้าน ที่สามารถช่วยให้คุณรับมือกับมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้

เคล็ดลับต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้

  • ไม่สูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
  • หลีกเลี่ยงการรับสารก่อมะเร็งอื่นๆ
  • ดื่มน้ำมากๆ

หากท่านมีข้อสงสัยใดๆโปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้นและหาวิธีการรักษาที่ดีและเหมาะสมกับท่านที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คนเป็นโรคเบาหวานทาน มันฝรั่ง ได้หรือไม่

หลายคนสงสัยว่า มันฝรั่ง นั้น เหมาะจะเป็นอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้หรือไม่ เพราะมันมีโปรตีนที่สูง ทาง Hello ได้นำเรื่องที่คุณกำลังสงสัยมาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

คุณตาคุณยายมี อาการฉี่ไม่ออก ลูกหลานควรดูแลอย่างไร?

หากในครอบครัวใครมี อาการฉี่ไม่ออก เราอย่าพึ่งนิ่งนอนใจเพราะอาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา วันนี้ Hello คุณหมอ พามาทำความรู้จักกับโรคนี้กัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

น้องชายผมไม่ได้ใหญ่ แต่ผมเป็น ไข่ดัน ครับผม

ไข่ดัน หรืออาการต่อมน้ำเหลืองบวมบริเวณขาหนีบ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความหนักใจให้กับคุณผู้ชายเป็นอย่างมาก ส่งผลเสียต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตประจำวัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ นิดหน่อยก็เล็ดจริงๆ แล้วเกิดได้ทุกวัย ไม่ต้องรอแก่

อาการ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เป็นเป็นอาการที่นับว่าเป็นเรื่องปกติ สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป ที่สำคัญสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย แค่ ไอ จาม นิดหน่อยก็เล็ดได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์