หลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

หลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) เป็นโรคที่เกิดจากการมีคราบ (plaque) ก่อตัวขึ้นด้านในหลอดเลือดแดง คราบดังกล่าวนี้จะแข็งตัว และทำให้หลอดเลือดแดงแคบลง ซึ่งจะจำกัดการไหลของเลือดที่มีออกซิเจนไปยังอวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกาย สามารถนำไปสู่ปัญหาร้ายแรง ได้แก่ หัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง หรืออาจถึงแก่ชีวิต

คำจำกัดความ

หลอดเลือดแดงแข็งคืออะไร

หลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) เป็นโรคที่เกิดจากการมีคราบหนา (plaque) ก่อตัวขึ้นด้านในหลอดเลือดแดง หลอดเลือดแดงเป็นหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดที่อุดมด้วยออกซิเจนไปยังหัวใจ และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย คราบดังกล่าวนี้เกิดจากไขมัน คอเลสเตอรอล แคลเซียม และสารอื่นๆ ที่พบได้ในเลือด เมื่อเวลาผ่านไป คราบดังกล่าวนี้จะแข็งตัว และทำให้หลอดเลือดแดงแคบลง ซึ่งจะจำกัดการไหลของเลือดที่มีออกซิเจนไปยังอวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกาย หลอดเลือดแดงแข็งสามารถนำไปสู่ปัญหาร้ายแรง ได้แก่ หัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง หรืออาจถึงแก่ชีวิต

หลอดเลือดแดงแข็งพบได้บ่อยเพียงใด

หลอดเลือดแดงแข็งเป็นปัญหาที่สัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งค่อนข้างพบได้โดยทั่วไป เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณมีความเสี่ยงต่อหลอดเลือดแดงแข็งมากขึ้น ปัจจัยทางพันธุกรรมหรือไลฟ์สไตล์ อาจเป็นตัวการที่ทำให้คราบหนาก่อตัวขึ้นในหลอดเลือดแดงของคุณ เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น เมื่อคุณเข้าสู่วัยกลางคน หรืออายุมากกว่านั้น คราบหนาจะก่อตัวขึ้นมากพอที่จะทำให้เกิดอาการต่างๆ ในผู้ชาย ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหลังจากอายุ 45 ปี ในผู้หญิง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลังจากอายุ 55 ปี

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

อย่างไรก็ดี สามารถรับมือได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

หลอดเลือดแดงแข็งมีอาการอะไรบ้าง

หลอดเลือดแดงแข็งมิได้ก่อตัวขึ้นในทันทีแต่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย หลอดเลือดแดงแข็งเพียงเล็กน้อยมักไม่มีอาการใดๆ

คุณอาจไม่มีอาการหลอดเลือดแดงแข็งใดๆ จนกระทั่งหลอดเลือดแดงมีขนาดแคบ หรือตีบตันเสียจนไม่สามารถลำเลียงเลือด ไปยังอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ ในบางครั้งอาจเกิดลิ่มเลือดปิดกั้นกระแสเลือด หรือแม้แต่แตกตัวออกไป และก่อให้เกิดหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง

อาการหลอดเลือดแดงแข็งในระดับปานกลางจนถึงร้ายแรง ขึ้นอยู่กับหลอดเลือดแดงในบริเวณที่มีอาการ ได้แก่

  • ถ้าคุณมีหลอดเลือดแดงแข็งในหลอดเลือดแดงที่หัวใจ คุณอาจมีอาการ เช่น อาการปวดเค้นที่หัวใจเนื่องจากหัวใจขาดเลือด (angina)
  • ถ้าคุณมีหลอดเลือดแดงแข็งในหลอดเลือดแดงที่ไปสู่สมอง คุณอาจมีสัญญาณหรืออาการ เช่น อาการชาอย่างกะทันหัน หรือแขนขาอ่อนแรง พูดลำบากหรือไม่ค่อยชัด สูญเสียการมองเห็นชั่วคราวที่ตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณบอกถึงภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (transient ischemic attack: TIA) ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รักษาจะกลายเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  • ถ้าคุณมีหลอดเลือดแดงแข็งในหลอดเลือดแดงที่แขนหรือขา คุณอาจมีอาการของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน (peripheral artery disease) เช่น ปวดขาขณะเดิน
  • ถ้าคุณมีหลอดเลือดแดงแข็งในหลอดเลือดแดงที่ไปสู่ไต คุณจะเกิดโรคความดันโลหิตสูงหรือไตวาย

ควรไปพบหมอเมื่อใด

การวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ ช่วยให้อาการไม่รุนแรงขึ้นและช่วยป้องกันหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะฉุกเฉินอื่นๆ ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันอาการรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้น

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของหลอดเลือดแดงแข็ง

คราบที่เกิดขึ้นในหลอดเลือด อาจทำให้เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือด และปิดกั้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงอวัยวะอื่นๆ ได้อย่างเพียงพอ

สาเหตุของหลอดเลือดแข็งที่อาจจะเกิดขึ้น

  • คอเลสเตอรอลสูง คอเลสเตอรอลสามารถกลายเป็นคราบอุดตันภายในหลอดเลือดได้
  • ไขมัน การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงอาจทำให้เกิดคราบอุดตันในหลอดเลือดได้
  • อายุ เมื่อมีอายุมากขึ้น การทำงานของหัวใจและหลอดเลือดก็จะเพิ่มขึ้น หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นน้อยลง และอาจทำให้เกิดคราบในหลอดเลือดได้ง่าย

สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้โดยทั่วไป ได้แก่

  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะดื้อต่ออินซูลิน โรคอ้วน หรือโรคเบาหวาน
  • อาการอักเสบจากโรคต่างๆ เช่น ข้ออักเสบ โรคลูปัส การติดเชื้อ หรืออาการอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงสำหรับหลอดเลือดแดงแข็ง

ปัจจัยต่างๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงสำหรับหลอดเลือดแดงแข็ง ปัจจัยเสี่ยงบางประการสามารถป้องกันได้ ในขณะที่บางประการไม่สามารถป้องกันได้

  • ประวัติครอบครัว หากสมาชิกในครอบครับของคุณมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง คุณอาจมีความเสี่ยงด้วย
  • ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงสามารถทำลายหลอดเลือดได้โดยทำให้หลอดเลือดอ่อนแอได้ในบางบริเวณ

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่

  • ระดับคอเลสเตอรอลสูง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคอ้วน
  • การสูบบุหรี่
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง

ในระหว่างการตรวจร่างกาย แพทย์อาจตรวจพบสิ่งบ่งชี้ภาวะหลอดเลือดแดงตีบ ขยาย หรือแข็ง ดังต่อไปนี้

  • ชีพจรอ่อน หรือไม่มีชีพจรในบริเวณหลอดเลือดแดงที่ตีบ
  • ความดันโลหิตลดลง
  • มีเสียงดัง (เสียงผิดปกติ) ในบริเวณหลอดเลือดแดง ได้ยินได้โดยใช้หูฟังของแพทย์

นอกจากนี้ แพทย์ก็อาจจะแนะนำการตรวจอื่นๆ เช่น 

  • ตรวจเลือด ตรวจวัดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด
  • วัดดัชนีความดันเลือดเทียบหลอดเลือดแดงแขนกับขา (Ankle-brachial index) เพื่อดูว่าคุณมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรือไม่
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: ECG)

การรักษาภาวะหลอดเลือดแข็ง

การรักษาสามารถทำได้โดยการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณ ให้สามารถจำกัดปริมาณไขมันและคอเลสเตอรอลที่คุณรับประทานเข้าไป คุณอาจจำเป็นต้องออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อให้สุขภาพของหัวใจและเส้นเลือดของคุณดีขึ้น นอกจากนี้ คุณอาจจำเป็นต้องใช้ยาในการรักษาอีกด้วย เช่น

การใช้ยา

การใช้ยาสามารถช่วยรักษาภาวะหลอดเลือดแข็งได้ ยาที่ใช้รักษา ได้แก่

  • ยาลดคอเลสเตอรอล ได้แก่ ยาสแตติน (statins) และอนุพันธุ์ของกรดไฟบริค (Fibric acid derivatives)
  • ยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelet drugs) และยากันเลือดแข็งตัว (anticoagulants) เช่น ยาแอสไพริน เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดเป็นลิ่มและอุดตันเส้นเลือด
  • ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta blockers) หรือยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (calcium channel blockers) เพื่อลดความดันเลือด
  • ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) หรือยาขับน้ำ (water pills) เพื่อช่วยลดความดันเลือด
  • ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ เอซีอี (Angiotensin converting enzyme: ACE nhibitors) ช่วยป้องกันหลอดเลือดตีบตัน

การผ่าตัด

ในบางกรณี การผ่าตัดอาจจำเป็น หากมีอาการที่รุนแรงมาก หรือหากกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อผิวหนังได้รับผลกระทบ การผ่าตัดที่เป็นทางเลือกในการรักษาภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ได้แก่

  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Bypass surgery) ซึ่งเป็นการใช้หลอดเลือดจากส่วนอื่นในร่างกาย หรือหลอดสังเคราะห์ เพื่อเบี่ยงเลือดจากหลอดเลือดที่ตีบหรือตัน
  • การละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic therapy) ซึ่งเป็นการละลายลิ่มเลือดโดยการฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่มีอาการ
  • การผ่าตัดขยายเส้นเลือด (Angioplasty) ซึ่งเป็นการใช้หลอดขนาดเล็กและยืดหยุ่นได้ที่เรียกว่าสายสวน (catheter) และบอลลูนเพื่อถ่างขยายเส้นเลือด
  • การผ่าตัดเปิดหลอดเลือด (Endarterectomy) ซึ่งเป็นการผ่าตัดเพื่อเอาไขมันออกจากหลอดเลือดแดง
  • การผ่าตัดหลอดเลือดตีบตัน (Atherectomy) ซึ่งเป็นการผ่าตัดเอาแผ่นหนาออกจากหลอดเลือดแดง โดยการใช้สายสวนที่มีใบมีดไว้ข้างหนึ่ง เพื่อตัดส่วนที่ตีบตันออก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมืออาการหลอดเลือดแดงแข็ง

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลต่ำ
  • หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง
  • เพิ่มเมนูปลาในมื้ออาหาร สองครั้งต่อสัปดาห์
  • ออกกำลังกาย 30 ถึง 60 นาทีต่อวัน หกวันต่อสัปดาห์
  • เลิกสูบบุหรี่
  • ลดน้ำหนัก
  • จัดการกับความเครียด
  • เข้ารับการรักษาภาวะที่สัมพันธ์กับภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ได้แก่ ความดันเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง และเบาหวาน

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เดินหลังกินข้าวเสร็จ ดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้

การเดินเล่นสบายๆ หลังอาหาร ดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องประโยชน์ของการ เดินหลังกินข้าวเสร็จ มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน

ออกกำลังกายตอนโกรธ ได้ประโยชน์หรือโทษกันแน่

ออกกำลังกายตอนโกรธ สามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกโมโหและไม่พอใจให้เบาบางลงได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ควรระวังเอาไว้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กรกฎาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

กลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia)

กลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia) เป็นการสูญเสียความทรงจำชั่วคราวโดยฉับพลัน ซึ่งไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในขณะนั้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ กรกฎาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม (Cerebral arteriovenous malformation)

 โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม  เกิดจากความผิดปกติที่เชื่อมกันระหว่างหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงในสมอง  ส่งผลให้ผู้ป่วย มีอาการปวดศีรษะ ชัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ กรกฎาคม 2, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

โรคเบาหวาน-น้ำตาลในเลือด-โรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ป่วย โรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดี มีความเสี่ยงที่จะเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Nattrakamol Chotevichean
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
ภาวะหัวใจวาย-กับ-ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน-ความแตกต่าง

ภาวะหัวใจวาย กับ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน แม้คล้ายคลึง… แต่แตกต่าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 20, 2020 . เวลาในการอ่าน
กลุ่มอาการที่ห้ามขับรถ-อุบัติเหตุ

เช็กให้ชัวร์ 9 กลุ่มโรคอันตราย หากเป็นแล้วห้ามขับรถ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กันยายน 23, 2020 . เวลาในการอ่าน
ประโยชน์สุขภาพ-ชาดอกชบา

ประโยชน์สุขภาพจาก ชาดอกชบา ชาดอกไม้ที่มีดีมากกว่าความสวย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กันยายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน