หัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date กรกฎาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรค หัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease)

คำจำกัดความ

โรคหัวใจขาดเลือด คืออะไร

โรค หัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) หมายถึง ภาวะที่สารจำพวกไขมันในหลอดเลือดหัวใจก่อตัวกันเป็นคราบพลัค และอุดตันหรือปิดกั้นหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ คอเลสเตอรอล (Cholesterol) ในหลอดเลือดและการอักเสบมักกล่าวถึงว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

เมื่อคราบพลัคก่อตัวขึ้น คราบพลัคจะไปอุดกั้นหลอดเลือดหัวใจ ทำให้กระแสเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหัวใจลดลง จึงอาจทำให้เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือมีสัญญาณเตือนและอาการอื่น ๆ ของโรคหลอดเลือดหัวใจ หากเกิดการอุดกั้นทั้งหลอดเลือดอาจทำให้เกิดหัวใจวาย (heart attack) ได้

โรคหัวใจขาดเลือดพบได้บ่อยแค่ไหน

ภาวะสุขภาพนี้พบได้บ่อยมาก สามารถส่งผลต่อผู้ป่วยได้ทุกวัยแต่คุณสามารถลดโอกาสในการเกิดโรคนี้ได้ ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงของคุณ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคหัวใจขาดเลือด

อาการทั่วไปของโรคหัวใจขาดเลือด ได้แก่

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาคุณหมอ

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณเตือนหรืออาการใด ๆ ที่กล่าวถึงข้างต้นหรือมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคหัวใจขาดเลือด

โรคหัวใจขาดเลือดคาดว่าเริ่มเกิดขึ้นเมื่อมีความเสียหายหรือการบาดเจ็บที่ชั้นด้านในของหลอดเลือดหัวใจ บางครั้งเกิดในวัยเด็กตอนต้น ความเสียหายดังกล่าวอาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่

เมื่อผนังด้านในของหลอดเลือดเกิดความเสียหาย การสะสมตัวของไขมันที่เกิดจากคอเลสเตอรอลและของเสียในระดับเซลล์อื่น ๆ มีแนวโน้มจะสะสมตัวในบริเวณที่มีการบาดเจ็บในกระบวนการที่เรียกว่าภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) หากพื้นผิวของคราบพลัคแตกออก เซลล์เม็ดเลือดจะจับตัวเป็นก้อนในบริเวณดังกล่าวและพยายามซ่อมแซมหลอดเลือด การจับตัวเป็นก้อนนี้สามารถอุดกั้นหลอดเลือด ซึ่งทำให้เกิดหัวใจวายได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการสำหรับโรคหัวใจขาดเลือด เช่น

  • การมีอายุมากขึ้น ก็เพิ่มความเสี่ยงในการมีหลอดเลือดเสียหายและตีบตันได้
  • เพศชาย มักมีความเสี่ยงมากกว่าในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงสำหรับผู้หญิงเพิ่มมากขึ้นหลังหมดประจำเดือน
  • ประวัติครอบครัว ความเสี่ยงจะมีมากที่สุดหากบิดาหรือพี่ชายหรือน้องชายได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 55 ปี หรือหากมารดาหรือพี่สาวหรือน้องสาวเป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 65 ปี
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มีความเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นโรคหัวใจ
  • ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการควบคุมอาจทำให้เกิดหลอดเลือดแข็งและหนา ซึ่งเป็นการอุดกั้นทางเดินที่โลหิตไหลผ่าน
  • ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการก่อตัวของคราบพลัคและภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis)
  • เบาหวาน สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่มากขึ้นในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหลอดเลือดหัวใจมีปัจจัยเสี่ยงที่คล้ายคลึงกัน เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน น้ำหนักที่มากเกินไปมักทำให้ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ แย่ลง
  • การขาดการออกกำลังกาย การขาดการออกกำลังกายยังสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดหัวใจและปัจจัยเสี่ยงบางประการ
  • ความเครียดสูง ความเครียดในชีวิตที่ไม่ได้รับการบรรเทาอาจทำลายหลอดเลือดรวมทั้งทำให้ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจแย่ลงได้

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหัวใจขาดเลือด

แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ ประวัติสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ แล้วจึงตรวจร่างกาย โดยคุณอาจต้องเข้ารับการตรวจดังต่อไปนี้

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram (ECG หรือ EKG)
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram)
  • การตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Exercise stress tests)
  • ลำแสงอิเล็กตรอน (Electron beam)
  • การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scans)
  • การใช้สายสวนหัวใจ (Cardiac catheterization) และอื่น ๆ

การตรวจเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ทราบถึงขอบเขตของภาวะของโรคหลอดเลือดหัวใจได้

การรักษาโรคหัวใจขาดเลือด

การรักษาบางประการสำหรับโรคหัวใจขาดเลือด ได้แก่

เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป การรับประทานไขมันทรานส์ในปริมาณต่ำ เกลือในปริมาณต่ำ และอาหารที่มีน้ำตาลในปริมาณต่ำ ให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหากเป็นเบาหวาน

  • การใช้ยา

ยาสามารถใช้เพื่อรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ซึ่งได้แก่ ยาปรับคอเลสเตอรอล (Cholesterol-modifying medications) ยาแอสไพริน (Aspirin) ยากลุ่ม Beta blockers ยาไนโตรกลีเซอริน (Nitroglycerin) ยากลุ่ม Angiotensin-converting enzyme (ACE) inhibitors และยากลุ่ม Angiotensin II receptor blockers (ARBs)

  • การผ่าตัดและหัตถการอื่น ๆ

มักใช้เพื่อรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ การผ่าตัดขยายหลอดเลือด (Angioplasty) การใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจ (Stent placement) (Percutaneous coronary revascularization) และการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery bypass surgery)

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับโรคหัวใจขาดเลือด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณรับมือกับโรคหัวใจขาดเลือดได้

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โรคหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome)

โรคหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome) เป็นอาการเกิดขึ้นกับจิตใจชั่วคราวที่เกิดจากสถานการณ์เครียดๆ หัวใจสลายเป็นปฏิกิริยาของหัวใจที่มีต่อฮอร์โมนความเครียด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ สิงหาคม 7, 2019 . เวลาในการอ่าน

เจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด หรือปวดเค้นหัวใจ (Angina)

เจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด หรือปวดเค้นหัวใจ (Angina) มักเกิดจากการขาดกระแสเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ เพราะมีการตีบตันหรือการอุดตันของหลอดเลือด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ธันวาคม 31, 2018 . เวลาในการอ่าน

ไส้เลื่อนกระบังลม (hiatal hernia)

ไส้เลื่อนกระบังลม เป็นอาการที่กระเพาะอาหารส่วนบนเคลื่อนตัวผ่านกระบังลม เมื่อคุณเป็นไส้เลื่อนกระบังลม กรดจะไหลขึ้นมาด้านบนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ธันวาคม 19, 2018 . เวลาในการอ่าน

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease)

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดหลักที่ลำเลียงเลือด ออกซิเจน และสารอาหาร ไปยังหัวใจ ถูกทำลายหรือเป็นโรค

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 21, 2018 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

เจ็บหน้าอกข้างขวา-สาเหตุของอาการเจ็บหน้าอก

เจ็บหน้าอกข้างขวา ขึ้นมากะทันหัน มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 18, 2020 . เวลาในการอ่าน
ยาลดกรด-วิธีใช้-ข้อควรระวัง

ยาลดกรด ต้องกินยังไง ถึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 12, 2020 . เวลาในการอ่าน
พ่อแม่เฝ้าระวัง-ดูแลลูก-เชื้อไวรัสโคโรนา

พ่อแม่เฝ้าระวัง ดูแลลูกอย่างไรให้ปลอดภัย จาก เชื้อไวรัสโคโรนา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน
ปัญหาการหายใจ-สัญญาณปัญหาสุขภาพ

ปัญหาการหายใจ อีกหนึ่งสัญญาณของปัญหาสุขภาพ ที่คุณควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน