เสียงฟู่ของหัวใจ (Heart murmur)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

สาเหตุ

คำจำกัดความ

เสียงฟู่ของหัวใจ คืออะไร

เสียงฟู่ของหัวใจ (Heart murmur) เป็นเสียงที่เกิดในระหว่างรอบการเต้นของหัวใจ คล้ายกับเสียงเป่าลม ซึ่งเกิดขึ้นจากความปั่นป่วนของการไหลของเลือดในหัวใจ หรือบริเวณใกล้เคียง เสียงชนิดนี้สามารถใช้หูฟังของแพทย์ โดยจังหวะการเต้นของหัวใจตามปกติจะมีสองเสียง เช่น ตุบๆ (lubb-dupp) (บางครั้งเรียกว่า “lub-DUP”) ซึ่งเป็นเสียงที่เกิดขึ้นขณะลิ้นหัวใจปิด

ภาวะเสียงฟู่ของหัวใจอาจเป็นตั้งแต่แรกเกิด หรือเกิดในเวลาต่อมาเมื่อโตขึ้น ภาวะนี้ไม่ใช่โรค แต่เสียงฟู่นี้อาจชี้ให้เห็นปัญหาของหัวใจที่ซ่อนอยู่

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

เสียงฟู่ของหัวใจพบได้บ่อยเพียงใด

เสียงฟู่ของหัวใจที่ไม่บ่งบอกถึงอันตรายแต่อย่างใด เกิดขึ้นได้บ่อย และมักจะเกิดกับเด็กๆ ร้อยละ 40-45 และผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ 10 ในบางครั้งของช่วงชีวิต เสียงฟู่ที่ไม่บ่งบอกถึงอันตรายนี้พบได้บ่อยมากกว่าในผู้หญิงในระหว่างการตั้งครรภ์ เสียงฟู่ของหัวใจที่ผิดปกติเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น ลิ้นหัวใจบกพร่อง ลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (aortic stenosis) และโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่ว (mitral regurgitation) โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของเสียงฟู่ของหัวใจ

หากคุณมีอาการเสียงฟู่ของหัวใจแบบไม่เป็นอันตราย ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ เสียงฟู่หัวใจชนิดปกติ (innocent heart murmur) มีแนวโน้มว่าคุณจะไม่มีสัญญาณแสดงหรืออาการอื่นใด

อาการเสียงฟู่ของหัวใจแบบผิดปกติอาจไม่ก่อให้เกิดสัญญาณแสดงหรืออาการอื่นๆ อย่างชัดเจน นอกเหนือจากเสียงผิดปกติที่แพทย์จะได้ยิน เมื่อฟังเสียงหัวใจผ่านหูฟัง แต่ถ้าคุณมีสัญญาณแสดงหรืออาการเหล่านี้ อาจชี้ได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาเกี่่ยวกับหัวใจ

อาจมีอาการอื่นที่ไม่ได้แสดงไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของเสียงฟู่ของหัวใจ

สภาวะที่พบบ่อยอาจทำให้หัวใจคุณเต็นเร็วขึ้นเรื่อยๆ และนำไปสู่ภาวะเสียงฟู่ของหัวใจ อาจเกิดขึ้นได้ถ้าคุณตั้งครรภ์หรือถ้าคุณมีความผิดปกติดังต่อไปนี้

เสียงฟู่อาจเป็นปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ โดยปกติ ลิ้นหัวใจจะปิดและเปิดออก เพื่อให้เลือดไหลผ่านห้องหัวใจส่วนบนสองห้อง ที่เรียกว่า atria และสองห้องล่าง คือ ventricles ปัญหาที่เกิดขึ้นกับลิ้นหัวใจ ได้แก่

  • ลิ้นหัวใจไมตรัลปลิ้น (mitral valve prolapse) ตามปกติ ลิ้นหัวใจไมตรัลจะปิดสนิท เมื่อห้องหัวใจล่างซ้ายหดตัว ลิ้นหัวใจนี้จะหยุดเลือดไม่ให้ไหลกลับสู่หัวใจห้องซ้ายบน ถ้ามีส่วนใดส่วนหนึ่งของลิ้นหัวใจโป่งออกมาและปิดไม่สนิท จะเกิดภาวะลิ้นหัวใจไมตรัลปลิ้น ซึ่งจะทำให้เกิดเสียงคลิกเมื่อหัวใจเต้น ภาวะนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อยและมักไม่รุนแรง แต่อาจทำให้เกิดเลือดไหลย้อนกลับผ่านลิ้นหัวใจได้ ซึ่งแพทยือาจะเรียกว่าเป็น ภาวะลิ้นหัวใจรั่ว (Regurgitation)
  • ลิ้นหัวใจเอออร์ติกหรือไมตรัลตีบ (mitral valave or aortic stenosis) ลิ้นหัวใจเอออร์ติกหรือไมตรัลอยู่ทางด้านซ้ายของหัวใจ ถ้าลิ้นนี้ตีบลง แพทย์จะเรียกว่าภาวะลิ้นหัวใจตีบ (Stenosis) ซึ่งทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปั๊มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ที่เหลือของร่างกาย ถ้าไม่ได้รับการรักษา หัวใจอาจเกิดภาวะผิดปกติและนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ บางคนอาจมีภาวะนี้มาตั้งแต่กำเนิด และสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากอายุที่มากขึ้น หรือเพราะแผลเป็นจากการติดเชื้อ เช่น ไข้รูมาติก (Rheumatic fever)
  • ลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบและแข็ง (aortic sclerosis and stenosis) หนึ่งในสามของผู้สูงอายุพบว่ามีภาวะเสียงฟู่ในหัวใจ เนื่องมาจากรอยแผล การหนาตัว หรือการแข็งตัวของลิ้นหัวใจเอออร์ติก ซึ่งเรียกว่า ภาวะแข็งตัวของลิ้นหัวใจเอออร์ติก ตามปกติแล้วไม่เป็นอันตราย เนื่องจากลิ้นหัวใจยังสามารถทำงานได้หลายปีหลังจากที่เริ่มเกิดเสียงฟู่ ตามปกติ พบภาวะนี้ได้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ แต่ลิ้นหัวใจก็อาจหดตัวได้เมื่อเวลาผ่านไป เรียกว่าภาวะลิ้นหัวใจตีบ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการเจ็บทรวงอก หายใจลำบาก หรืออาจหมดสติได้ บางครั้งจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
  • โรคลิ้นหัวใจไมตรัลหรือเอออร์ติกรั่ว (Mitral or aortic regurgitation) ในกรณีนี้ ภาวะลิ้นหัวใจรั่ว หมายถึงเลือดไหลไปผิดทางผ่านลิ้นหัวใจไมตรัลหรือเอออร์ติก และย้อนกลับไปสู่หัวใจ หัวใจคุณจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อผลักดันเลือดให้ไหลย้อนกลับผ่านลิ้นหัวใจที่เกิดความเสียหาย เมื่อเวลาผ่านไป ภาวะนี้อาจแย่ลงหรือทำให้หัวใจคุณโตขึ้นและนำไปสู่สภาวะหัวใจล้มเหลวได้
  • ความบกพร่องของหัวใจตั้งแต่กำเนิด ในแต่ละปี ทารกประมาณ 25,000 คนเกิดมาพร้อมกับภาวะหัวใจบกพร่องปัญหาเหล่านี้ได้แก่การเกิดรูในผนังหัวใจหรือลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติ อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดสามารถแก้ไขความผิดปกติเหล่านี้ได้เป็นจำนวนมาก

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของเสียงฟู่ของหัวใจ

มีปัจจัยเสี่ยงให้เกิดภาวะเสียงฟู่ของหัวใจมากมาย เช่น

  • ประวัติการเกิดภาวะผิดปกติของหัวใจของคนในครอบครัว ถ้ามีผู้ร่วมสายโลหิตมีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ นั่นจะเพิ่มความเป็นไปได้ที่คุณหรือบุตรของคุณอาจเป็นโรคหัวใจและเกิดภาวะเสียงฟู่ของหัวใจได้ด้วยเช่นกัน
  • โรคประจำตัวบางประการ เช่น โรคความดันโลหิตสูง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) ภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ (Endocarditis) ความดันหลอดเลือดปอดสูง (Pulmonary hypertension) คาร์ซินอยด์ซินโดรม (Carcinoid syndrome) โรค Hypereosinophilic syndrome โรคแพ้ภูมิตัวเอง (systemic lupus erythematosus) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ หรือมีประวัติเคยเป็นโรคไข้รูมาติก สามารถเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเสียงฟู่ของหัวใจได้ในภายหลัง

ทารกก็มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะเสียงฟู่ของหัวใจได้เช่นกัน โดยมีปัจจัยต่างๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงดังนี้

  • ความเจ็บป่วยในระหว่างการตั้งครรภ์ การเกิดอาการบางอย่างในระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น ภาวะเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือการติดเชื้อหัดเยอรมัน จะเพิ่มความเสี่ยงที่ทารกของคุณจะเกิดความผิดปกติของหัวใจและภาวะเสียงฟู่ของหัวใจ
  • การใช้ยาหรือยาเสพติดในระหว่างตั้งครรภ์ การใช้ยาบางชนิด แอลกอฮอล์ หรือยาเสพติดอาจเป็นอันตรายแก่ทารกที่กำลังเติบโต และส่งผลให้เกิดความผิดปกติของหัวใจได้

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะเสียงฟู่ของหัวใจ

โดยปกติ สามารถตรวจพบภาวะเสียงฟู่ของหัวใจ เมื่อแพทย์ใช้หูฟังตรวจฟังหัวใจระหว่างการตรวจร่างกาย เพื่อตรวจสอบว่าภาวะเสียงฟู่ของหัวใจบ่งบอกถึงภาวะที่เป็นอันตรายหรือไม่ โดยแพทย์จะพิจารณาจากสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้

  • หัวใจเต้นเสียงดังขนาดไหน โดยจะมีการจัดลำดับตามสเกลตั้งแต่ 1 ถึง 6 โดยที่ 6 หมายถึงเสียงดังที่สุด
  • เสียงมาจากส่วนไหนของหัวใจ และได้ยินจากบริเวณคอหรือหลัง
  • ระดับเสียงเป็นอย่างไร สูง ปานกลาง หรือต่ำ
  • อะไรที่ส่งผลกับเสียงที่ได้ยิน ถ้าคุณเปลี่ยนท่าทางหรือออกกำลังกายจะมีผลกับเสียงนั้นหรือไม่
  • เกิดเสียงเมื่อใดและนานเพียงใด ถ้าภาวะเสียงฟู่ของหัวใจเกิดขึ้นมื่อหัวใจของคุณเต็มไปด้วยเลือด หรือเสียงฟู่ของหัวใจคลาย (diastolic murmur) หรือตลอดระยะการเต้นของหัวใจ (เสียงฟู่หัวใจแบบต่อเนื่อง) ซึ่งอาจหมายความว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ และจำเป็นต้องตรวจร่างกายเพิ่มเติมเพื่อค้นหาว่าปัญหาคืออะไร

นอกจากนี้ แพทย์จะหาสัญญาณแสดงและอาการอื่นๆ ของโรคหัวใจ และสอบถามเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ และสอบถามว่าสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ของคุณมีเสียงฟู่หัวใจหรือปัญหาเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ หรือไม่

การตรวจเพิ่มเติม

ถ้าแพทย์คิดว่าภาวะเสียงฟู่หัวใจผิดปกติ อาจต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่

  • การเอ็กซ์เรย์ทรวงอก แสดงให้เห็นภาพของหัวใจ ปอดและหลอดเลือด สามารถแสดงให้เห็นได้ถ้าหัวใจของคุณขยายโตขึ้น ซึ่งอาจหมายถึงอาการที่ซ่อนอยู่กำลังทำให้เกิดเสียงฟู่หัวใจของคุณ
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram, ECG) ในการตรวจภายนอกร่างกาย (noninvasive test) นักเทคนิคจะวางเครื่องมือตรวจบนหน้าอกซึ่งจะบันทึกคลื่นชีพจรไฟฟ้าที่ทำให้หัวใจของคุณเต้น การตรวจ ECG จะบันทึกสัญญาณไฟฟ้าเหล่านี้และสามารถช่วยให้แพทย์ของคุณสามารถตรวจหาจังหวะหัวใจและปัญหาทางโครงสร้างได้
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) การทดสอบประเภทนี้ใช้คลื่นอัลตราซาวด์เพื่อแสดงภาพของการทำงานและโครงสร้างของหัวใจของคุณอย่างละเอียด โดยสามารถระบุลิ้นหัวใจที่ทำงานผิดปกติ เช่น ลิ้นหัวใจที่แข็ง (เกิดแคลเซียมเกาะ) หรือเกิดการรั่ว และยังสามารถตรวจพบความผิดปกติของหัวใจส่วนมากได้ด้วย
  • การสวนหัวใจและหลอดเลือด (Cardiac Catheterization) ในการตรวจประเภทนี้ จะมีการสอดสายสวนเข้าสู่เส้นเลือดดำหรือเส้นเลือดแดงในขาหรือแขนจนกว่าจะไปถึงหัวใจ โดยสามารถวัดประเมินแรงดันในห้องหัวใจของคุณ และอาจมีการฉีดสีย้อมเข้าไป

สีย้อมนี้สามารถเห็นได้บนฟิล์มเอ็กซ์เรย์ ซึ่งช่วยให้แพทย์ของคุณสามารถมองเห็นเลือดไหลผ่านหัวใจ เส้นเลือด และลิ้นหัวใจเพื่อตรวจหาความผิดปกติต่างๆ โดยทั่วไปใช้การทดสอบนี้เมื่อการตรวจอื่นๆ ไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด

การรักษาภาวะเสียงฟู่ของหัวใจ

ผู้ใหญ่และเด็กจำนวนมากมีเสียงฟู่หัวใจแบบไม่อันตราย ซึ่งไม่ต้องการการรักษา แต่ถ้ามีภาวะอื่น เช่น ความดันโลหิตสูง ทำให้คุณเกิดเสียงฟู่หัวใจ แพทย์จะรักษาสาเหตุของโรค

โรคลิ้นหัวใจบางประเภทโดยวิธีดังต่อไปนี้

  • ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติหรืออาการใจสั่น และความดันเลือดลง
  • ยาขับปัสสาวะเพื่อขจัดเกลือและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ทำให้หัวใจของคุณเต้นง่ายขึ้น
  • การผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติของหัวใจที่เป็นมาแต่กำเนิด
  • การผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติของลิ้นหัวใจบางประเภท

ไม่ใช่เรื่องพบบ่อย แต่บางครั้งแพทย์จะขอให้ผู้ป่วยใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อที่หัวใจก่อนรักษาฟันหรือดำเนินการผ่าตัดบางประเภท

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับภาวะเสียงฟู่ของหัวใจ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณสามารถรับมือกับภาวะเสียงฟู่ของหัวใจได้

ในขณะที่คุณไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพื่อป้องกันภาวะเสียงฟู่หัวใจ แต่ก็อาจทำให้เบาใจได้บ้างว่า จริงๆ แล้ว เสียงฟู่หัวใจไม่ใช่โรค และบ่อยครั้งแล้วไม่เป็นอันตราย ในเด็ก เสียงฟู่จะหายไปเองเมื่อโตขึ้น สำหรับผู้ใหญ่ เสียงฟู่อาจหายไปเมื่อโรคที่เป็นสาเหตุเสียงฟู่นั้นหายดี

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ดีขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์ สมุนไพรจากธรรมชาติ เพื่อผิวสวย สุขภาพดี

วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ ต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์ สมุนไพรจากธรรมชาติ มากประโยชน์ต่อสุขภาพ ที่ทุกคนไม่ควรพลาดค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี ธันวาคม 28, 2020 . เวลาในการอ่าน

วิธีจับชีพจร แบบง่าย ๆ สำหรับเช็กสัญญาณสุขภาพหัวใจเบื้องต้น

ชีพจร คือ อัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งผ่านจากหลอดเหลือดแดงเส้นใหญ่ไปยังหลอดเลือดแดงส่วนปลาย โดยที่เราสามารถใช้ วิธีจับชีพจร แบบง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี ธันวาคม 18, 2020 . เวลาในการอ่าน

ทำไมผู้ป่วยโรคหัวใจ จึงควร ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ?

นอกจากโรคหัวใจจะมีภาวะแทรกซ้อนอื่นที่คุณควรตรวจสอบแล้ว แต่การ ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ก็ยังถูกนับว่าเป็นสิ่งที่อาจควรต้องเข้ารับการเช็กด้วยเช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
ศูนย์โรคหัวใจ, ศูนย์สุขภาพ ธันวาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย สัญญาณอันตรายต่อสุขภาพที่ไม่ควรวางใจ

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย เป็นสัญญาณของอาการทางสุขภาพหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่เกี่ยวข้องกับหัวใจโดยตรง หรือเกิดจากปัญหาสุขภาพปอด ซึ่งจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
ศูนย์โรคหัวใจ, ศูนย์สุขภาพ ธันวาคม 14, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ตรวจสุขภาพหัวใจ-echocardiogram

ตรวจสุขภาพหัวใจ ด้วยวิธี Echocardiogram มีประโยชน์อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 12, 2021 . เวลาในการอ่าน
การปฐมพยาบาล-วิธีห้ามเลือด

วิธีห้ามเลือด ควรทำอย่างไรให้ปลอดภัยและถูกวิธี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 12, 2021 . เวลาในการอ่าน
การนอนไม่หลับ-ผลกระทบต่อร่างกาย

การนอนไม่หลับ กับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 6, 2021 . เวลาในการอ่าน
การขึ้นบันได-วิธีทดสอบสุขภาพหัวใจ

สุขภาพหัวใจแข็งแรงแค่ไหน การขึ้นบันได บอกได้นะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มกราคม 5, 2021 . เวลาในการอ่าน