โรคหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤศจิกายน 19, 2019
Share now

โรคหัวใจสลาย คืออะไร

โรคหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome) เป็นอาการชั่วคราวที่เกิดขึ้นกับจิตใจ มีสาเหตุมาจากสถานการณ์เครียดๆ เช่น การตายของคนที่เรารัก อาการเช่นนี้อาจจะถูกกระตุ้นโดยอาการไม่สบายทางกายหรือการผ่าตัด คนที่เป็นโรคหัวใจสลายจะมีอาการเจ็บหน้าอกและเข้าใจว่าตนเองเป็นหัวใจวาย สำหรับโรคหัวใจสลายนั้นหน้าที่การสูบฉีดเลือดที่ด้านหนึ่งของหัวใจจะหยุดการทำงานชั่วคราว ในขณะที่หน้าที่อื่นของหัวใจจะยังคงทำงานตามปกติ หรืออาจจะมีอาการหดตัวมากขึ้น โรคหัวใจสลายเป็นปฏิกิริยาของหัวใจที่มีต่อฮอร์โมนความเครียด

แพทย์อาจจะเรียกอาการนี้ว่าอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวคล้ายโรคหัวใจขาดเลือดกระทันหัน กลุ่มอาการที่หัวใจห้องล่างส่วนปลายโป่งพองหรือโรคหัวใจจากความเครียด อาการของโรคหัวใจสลายนี้สามารถรักษาได้ อาการอาจจะกลับมาดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่วันหรือสัปดาห์

โรคหัวใจสลาย นั้นเป็นอาการที่ไม่ค่อยพบบ่อยนัก และมีผลกับคนแค่ 2% ที่เป็นโรคหัวใจ คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคหัวใจจากความเครียดเป็นผู้หญิงที่อายุ 50 หรืออายุมากกว่า โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

อาการของโรค

อาการทั่วไปของโรคหัวใจสลายคือ

หากคุณมีอาการเจ็บหน้าอกต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจจะเป็นสัญญาณของโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ ดังนั้นจึงควรติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการเจ็บหน้าอก นอกจากนี้ยังมีอาจจะมีอาการอื่นๆ นอกเหนือจากด้านบน หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีอาการอย่างที่กล่าวตามข้างต้น หรือมีคำถามใดๆ ให้ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนจะมีปฏิกิริยาต่างกัน จะเป็นการดีที่สุดในการปรึกษาแพทย์ว่าอะไรจะเหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ของคุณ

หากคุณเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หายใจสั้นๆ หลังจากเหตุการณ์เครียดๆ โปรดรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที

สาเหตุของโรค

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจสลายนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า ฮอร์โมนความเครียด เช่น อะดรีนาลีน นั้นทำอันตรายต่อหัวใจสำหรับบางคนได้หรือไม่

ฮอร์โมนเหล่านี้ อาจจะทำอันตรายกับหัวใจ หรืออาจเป็นเพราะสาเหตุอื่นๆ ซึ่งยังไม่ชัดเจน นอกจากนี้ การหดตัวชั่วคราวของหลอดเลือดแดงขนาดใหญ่หรือหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่หัวใจก็อาจจะเป็นสาเหตุเช่นกัน

สิ่งที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจสลายมีดังนี้

  • ข่าวการตายที่ไม่ได้คาดหมายของคนที่คุณรัก
  • การวินิจฉัยทางการแพทย์ที่น่ากลัว
  • ความรุนแรงในครอบครัว
  • การสูญเสียหรือการได้รับเงินจำนวนมาก
  • การโต้เถียงกันอย่างรุนแรง
  • เซอร์ไพรส์ปาร์ตี้
  • การต้องปรากฏตัวสู่สาธารณชน
  • การสูญเสียงาน
  • การหย่าร้าง
  • ความเครียดทางกายภาพ เช่น โรคหอบหืด อุบัติเหตุทางรถยนต์ และ การผ่าตัดใหญ่

ยาที่อาจจะมีผลต่อโรคหัวใจสลายได้แก่

  • อิพิเนฟริน (อิพิเพน หรือ อิพิเพน จูเนียร์) ซึ่งใช้ในการรักษาอาการแพ้อย่างรุนแรงหรืออาการหอบหืดอย่างรุนแรง
  • ดูล็อกซีทีน (ซิมบอลต้า) ยาที่ใช้ในการรักษาปัญหาที่เกิดกับระบบประสาทในคนที่เป็นโรคเบาหวานหรือมีอาการของโรคซึมเศร้า
  • เวนลาฟาซีน (เอเฟกเซอร์ เอ็กซ์อาร์) ซึ่งใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า
  • เลโวไทรอกซิน (ซินทรอยด์,เลวอกซิล) ยาที่ให้กับคนไข้ที่ต่อมไทรอยด์ทำงานไม่ปกติ

รู้ถึงปัจจัยเสี่ยง

มีปัจจัยความเสี่ยงสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจสลาย เช่น

  • เพศ ผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นอาการนี้ได้มากกว่าชาย
  • อายุ พบว่าคนที่เป็นโรคหัวใจสลายส่วนใหญ่จะอายุมากกว่า 50 ปี
  • ประวัติการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาท คนที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทผิดปกติเช่นการบาดเจ็บที่ศีรษะ อาการชัก (โรคลมชัก) จะมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเป็นโรคหัวใจสลาย
  • ความผิดปกติทางจิตเวช คนที่มีความผิดปกติเช่นมีความวิตกกังวลหรือเป็นโรคซึมเศร้า จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจสลายเพิ่มขึ้น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหัวใจสลาย

หากแพทย์สงสัยว่าคุณเป็นโรคหัวใจสลาย แพทย์จะตรวจสอบและทดสอบเพื่อการวินิจฉัย

การตรวจซักประวัติส่วนตัวและสุขภาพทางกาย นอกจากการตรวจสอบสุขภาพพื้นฐาน แพทย์จะต้องการทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ โดยเฉพาะหากคุณเคยเป็นโรคหัวใจ คนที่มีปัญหาโรคหัวใจสลายโดยมากจะไม่เป็นโรคหัวใจมาก่อนที่พวกเขาจะวินิจฉัยโรคหัวใจสลาย ยิ่งไปกว่านั้นแพทย์จะต้องการทราบว่าคุณมีความเครียดอะไรมาก่อนในช่วงนี้หรือเปล่าเช่นการตายของคนที่คุณรัก

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในการตรวจร่างกายโดยไม่ล่วงล้ำเข้าสู่ร่างกาย นักเทคนิคการแพทย์จะวางสายไฟที่หน้าอกคุณและวัดการกระตุ้นของคลื่นไฟฟ้าที่จะทำให้หัวใจคุณเต้น การตรวจคลื่นหัวใจจะบันทึกสัญญาณไฟฟ้าและช่วยให้แพทย์สามารถตรวจสอบความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจและโครงสร้างของหัวใจได้
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง แพทย์จะส่งให้ทำการตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูงเพื่อตรวจสอบว่าหัวใจของคุณพองโตและอยู่ในรูปบร่างที่ผิดปกติหรือเปล่า มีสัญญาณของโรคหัวใจสลายหรือไม่ ในการตรวจร่างกายโดยไม่ล่วงล้ำสู่ร่างกายจะรวมถึงการทำอุลตร้าซาวนด์ที่หน้าอกของคุณ ซึ่งจะแสดงถึงรูปของโครงสร้างและหน้าที่หัวใจของคุณ คลื่นอุลตร้าซาวนด์จะส่งไปและจะบันทึกสัญญาณความถี่โดยเครื่องมือที่เรียกว่าทรานสดิวเซอร์ซึ่งจะใช้นอกร่างกาย คอมพิวเตอร์จะใช้ข้อมูลจากทรานสดิวเซอร์ในการสร้างภาพเคลื่อนไหวที่มอนิเตอร์วีดีโอ
  • การตรวจเลือด คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคหัวใจสลายจะมีเอ็นไซม์บางประเภทเพิ่มขึ้นในเลือดของพวกเขา แพทย์จะสั่งให้ตรวจเลือดเพื่อเช็คเอนไซม์เหล่านี้เพื่อช่วยในการวินิจฉันโรคหัวใจสลาย
  • X-ray หน้าอก แพทย์จะสั่งให้ X-ray หน้าอกเพื่อตรวจสอบหัวใจของคุณพองโตและอยู่ในรูปร่างเช่นเดียวกับคนที่เป็นโรคหัวใจสลายหรือไม่ หรือตรวจสอบว่ามีปัญหาในปอดของคุณหรือไม่ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของอาการของคุณ
  • การตรวจหัวใจด้วยเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) สำหรับการตรวจสอบวิธีนี้ คุณจะนอนบนโต๊ะข้างในเครื่องมือที่คล้ายท่อยาวๆ ที่มีสนามแม่เหล็ก สนามแม่เหล็กเหล่านี้จะสร้างภาพรายละเอียดที่ช่วยให้แพทย์ประเมินอาการที่เกิดขึ้นกับหัวใจของคุณ
  • การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ ระหว่างการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจประเภทของสีที่ใช้จะเห็นโดยเครื่อง X-ray โดยฉีดสีเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจ แล้วให้เครื่อง x-ray ถ่ายรูปเป็นซีรีส์ (การฉีดสีเข้าหลอดเลือด) เพื่อให้แพทย์เห็นภาพโดยละเอียดของสิ่งที่อยู่ในหลอดเลือดของคุณ

เพราะโรคหัวใจสลายอาจจะมีสัญญาณและอาการคล้ายกับโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจจะต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คนที่เป็นโรคหัวใจสลายจะไม่มีการอุดตันของเส้นเลือด แต่คนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจะมีการอุดตันซึ่งจะเห็นได้จากการฉีดสีหลอดเลือด

เมื่อชัดเจนแล้วว่าคุณไม่ได้เป็นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แพทย์จะเช็คเพื่อทราบว่าสัญญาณและอาการของคุณเกิดจากโรคหัวใจสลายหรือไม่

โรคหัวใจสลายจะรักษาได้อย่างไร

ไม่มีวิธีการรักษาโดยมาตรฐานสำหรับโรคหัวใจสลาย การรักษาก็คล้ายกับโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจนกว่าการวินิจฉัยจะชัดเจน คนส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าจะฟื้นตัวดี เมื่อชัดเจนว่าสาเหตุของอาการของคุณคือโรคหัวใจสลาย แพทย์จะสั่งยาให้คุณทานในขณะที่คุณอยู่โรงพยาล เช่นยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE inhibitors หรือ ตัวยับยั้งแองจิโอเทนซิน-คอนเวอร์ติง เอนไซม์ เบต้า บล็อกเกอร์ หรือ ยาขับปัสสาวะ ยาเหล่านี้จะช่วยลดการทำงานของหัวใจในขณะที่ช่วยให้คุณฟื้นตัวและป้องกันการเป็นหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในอนาคต

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะฟื้นตัวภายใน 1 เดือน ให้สอบถามแพทย์ว่าคุณจะต้องใช้ยาไปอีกนานเท่าใดเมื่อคุณฟื้นตัวดีขึ้นเพราะยาส่วนใหญ่สามารถหยุดได้ภายใน 3-6 เดือน

กระบวนการที่ใช้ในการรักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เช่น การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยการทำบอลลูนและการใส่ขดลวด หรือแม้แต่การผ่าตัดไม่มีประโยชน์ในการรักษาโรคหัวใจสลาย กระบวนการเหล่านี้ใช้ในการรักษาหลอดเลือดที่อุดตัน ซึ่งไม่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจสลาย แต่การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจสามารถใช้ในการวินิจฉัยสาเหตุของการเจ็บหน้าอกได้

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้อาจจะช่วยให้คุณจัดการกับโรคหัวใจสลายได้

มีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่โรคหัวใจสลาย อาจจะเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์แรก แต่ไม่มีการรักษาใดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้

แพทย์ส่วนมากจะป้องกันการรักษาระยะยาวด้วยเบต้าบล็อกเกอร์หรือการใช้ยาที่คล้ายคลึงกันที่ช่วยบล็อคจากผลกระทบที่เป็นอันตรายของฮอร์โมนความเครียดที่เกิดขึ้นกับหัวใจ การตระหนักรู้และจัดการกับความเครียดในชีวิตคุณเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการป้องกันโรคหัวใจสลาย แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์สิ่งเหล่านี้

หากคุณมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อเข้าใจทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัย และการรักษาแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คิดซ้ำไปซ้ำมา ทั้งวัน จนไม่เป็นอันทำอะไร แก้ได้ง่ายๆ ด้วยวิธีเหล่านี้

การ คิดซ้ำไปซ้ำมา เป็นการคิดเพียงเรื่องเดียวทั้งวัน จนทำให้เกิดความเครียด การหยุดการคิดซ้ำไปซ้ำมาสามารถทำได้ โดยเริ่มจากทำสิ่งอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

วิตกกังวล มากไป ไม่ใช่แค่ทำให้เครียด แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพอีกด้วย

ความวิตกกังวลนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากความวิตกกังวลมากไป อาการวิตกกังวล ส่งผลต่อร่างกาย ได้ เช่น ทำให้เกิดความมึนงงและคลื่นไส้ ปัญหาระบบย่อยอาหาร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

ดูแลสุขภาพจิตลูกอย่างไร ในช่วง สถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19

สถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ทำให้ลูกเกิดความเครียด ในฐานะผู้ใหญ่อย่างเราจะดูแลสุขภาพจิตลูกอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวลมากจนเกินไป

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ไขข้อข้องใจ ทำไมเราจึงมีอาการ ผวาตกจากที่สูงขณะหลับ (hypnic jerk)

นอนๆ อยู่กำลังจะเคลิ้มหลับ ก็ฝันว่าตกวูบจากที่สูง จนสะดุ้งตื่นขึ้นมา อาการสะดุ้งที่เรียกว่าอาการ ผวาตกจากที่สูงขณะหลับ นั้นเป็นอาการที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

หมอบอกไม่ให้เครียด มาทำ กิจกรรมแก้เครียดในช่วงการกักตัวอยู่บ้าน กันเถอะ

หมอบอกไม่ให้เครียด มาทำ กิจกรรมแก้เครียดในช่วงการกักตัวอยู่บ้าน กันเถอะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
Published on เมษายน 7, 2020
การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการนวด

การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการนวด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin
Published on เมษายน 3, 2020
เหงือกเลือดออก อย่าเพิ่งตระหนก แค่ปรับพฤติกรรมก็สามารถหายได้

เหงือกเลือดออก อย่าเพิ่งตระหนก แค่ปรับพฤติกรรมก็สามารถหายได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Published on เมษายน 3, 2020
เครียดจัด คลายได้ จัดการกับความเครียด อย่างไรให้ได้ผล

เครียดจัด คลายได้ จัดการกับความเครียด อย่างไรให้ได้ผล

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
Published on มีนาคม 27, 2020