โรคหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มิถุนายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรคหัวใจสลาย คืออะไร

โรคหัวใจสลายคืออะไร

โรคหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome) เป็นอาการชั่วคราวที่เกิดขึ้นกับจิตใจ มีสาเหตุมาจากสถานการณ์เครียดๆ เช่น การตายของคนที่เรารัก อาการเช่นนี้อาจจะถูกกระตุ้นโดยอาการไม่สบายทางกายหรือการผ่าตัด คนที่เป็นโรคหัวใจสลายจะมีอาการเจ็บหน้าอกและเข้าใจว่าตนเองเป็นหัวใจวาย

สำหรับโรคหัวใจสลายนั้นหน้าที่การสูบฉีดเลือดที่ด้านหนึ่งของหัวใจจะหยุดการทำงานชั่วคราว ในขณะที่หน้าที่อื่นของหัวใจจะยังคงทำงานตามปกติ หรืออาจจะมีอาการหดตัวมากขึ้น โรคหัวใจสลายเป็นปฏิกิริยาของหัวใจที่มีต่อฮอร์โมนความเครียด

แพทย์อาจจะเรียกอาการนี้ว่าอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวคล้ายโรคหัวใจขาดเลือดกระทันหัน กลุ่มอาการที่หัวใจห้องล่างส่วนปลายโป่งพองหรือโรคหัวใจจากความเครียด อาการของโรคหัวใจสลายนี้สามารถรักษาได้ อาการอาจจะกลับมาดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่วันหรือสัปดาห์

โรคหัวใจสลายพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคหัวใจสลาย นั้นเป็นอาการที่ไม่ค่อยพบบ่อยนัก และมีผลกับคนแค่ 2% ที่เป็นโรคหัวใจ คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคหัวใจจากความเครียดเป็นผู้หญิงที่อายุ 50 หรืออายุมากกว่า โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของ โรคหัวใจสลาย เป็นอย่างไร

อาการทั่วไปของโรคหัวใจสลายคือ

หากคุณมีอาการเจ็บหน้าอกต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจจะเป็นสัญญาณของโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ ดังนั้นจึงควรติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการเจ็บหน้าอก นอกจากนี้ยังมีอาจจะมีอาการอื่นๆ นอกเหนือจากด้านบน หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีอาการอย่างที่กล่าวตามข้างต้น หรือมีคำถามใดๆ ให้ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนจะมีปฏิกิริยาต่างกัน จะเป็นการดีที่สุดในการปรึกษาแพทย์ว่าอะไรจะเหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ของคุณ

หากคุณเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หายใจสั้นๆ หลังจากเหตุการณ์เครียดๆ โปรดรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที

สาเหตุ

สาเหตุของ โรคหัวใจสลาย

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจสลายนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า ฮอร์โมนความเครียด เช่น อะดรีนาลีน นั้นทำอันตรายต่อหัวใจสำหรับบางคนได้หรือไม่

ฮอร์โมนเหล่านี้ อาจจะทำอันตรายกับหัวใจ หรืออาจเป็นเพราะสาเหตุอื่นๆ ซึ่งยังไม่ชัดเจน นอกจากนี้ การหดตัวชั่วคราวของหลอดเลือดแดงขนาดใหญ่หรือหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่หัวใจก็อาจจะเป็นสาเหตุเช่นกัน

สิ่งที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจสลายมีดังนี้

  • ข่าวการตายที่ไม่ได้คาดหมายของคนที่คุณรัก
  • การวินิจฉัยทางการแพทย์ที่น่ากลัว
  • ความรุนแรงในครอบครัว
  • การสูญเสียหรือการได้รับเงินจำนวนมาก
  • การโต้เถียงกันอย่างรุนแรง
  • เซอร์ไพรส์ปาร์ตี้
  • การต้องปรากฏตัวสู่สาธารณชน
  • การสูญเสียงาน
  • การหย่าร้าง
  • ความเครียดทางกายภาพ เช่น โรคหอบหืด อุบัติเหตุทางรถยนต์ และ การผ่าตัดใหญ่

ยาที่อาจจะมีผลต่อโรคหัวใจสลายได้แก่

  • อิพิเนฟริน (อิพิเพน หรือ อิพิเพน จูเนียร์) ซึ่งใช้ในการรักษาอาการแพ้อย่างรุนแรงหรืออาการหอบหืดอย่างรุนแรง
  • ดูล็อกซีทีน (ซิมบอลต้า) ยาที่ใช้ในการรักษาปัญหาที่เกิดกับระบบประสาทในคนที่เป็นโรคเบาหวานหรือมีอาการของโรคซึมเศร้า
  • เวนลาฟาซีน (เอเฟกเซอร์ เอ็กซ์อาร์) ซึ่งใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า
  • เลโวไทรอกซิน (ซินทรอยด์,เลวอกซิล) ยาที่ให้กับคนไข้ที่ต่อมไทรอยด์ทำงานไม่ปกติ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด โรคหัวใจสลาย

มีปัจจัยความเสี่ยงสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจสลาย เช่น

  • เพศ ผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นอาการนี้ได้มากกว่าชาย
  • อายุ พบว่าคนที่เป็นโรคหัวใจสลายส่วนใหญ่จะอายุมากกว่า 50 ปี
  • ประวัติการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาท คนที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทผิดปกติเช่นการบาดเจ็บที่ศีรษะ อาการชัก (โรคลมชัก) จะมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเป็นโรคหัวใจสลาย
  • ความผิดปกติทางจิตเวช คนที่มีความผิดปกติเช่นมีความวิตกกังวลหรือเป็นโรคซึมเศร้า จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจสลายเพิ่มขึ้น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหัวใจสลาย

หากแพทย์สงสัยว่าคุณเป็นโรคหัวใจสลาย แพทย์จะตรวจสอบและทดสอบเพื่อการวินิจฉัย

การตรวจซักประวัติส่วนตัวและสุขภาพทางกาย นอกจากการตรวจสอบสุขภาพพื้นฐาน แพทย์จะต้องการทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ โดยเฉพาะหากคุณเคยเป็นโรคหัวใจ คนที่มีปัญหาโรคหัวใจสลายโดยมากจะไม่เป็นโรคหัวใจมาก่อนที่พวกเขาจะวินิจฉัยโรคหัวใจสลาย ยิ่งไปกว่านั้นแพทย์จะต้องการทราบว่าคุณมีความเครียดอะไรมาก่อนในช่วงนี้หรือเปล่าเช่นการตายของคนที่คุณรัก

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ในการตรวจร่างกายโดยไม่ล่วงล้ำเข้าสู่ร่างกาย นักเทคนิคการแพทย์จะวางสายไฟที่หน้าอกคุณและวัดการกระตุ้นของคลื่นไฟฟ้าที่จะทำให้หัวใจคุณเต้น การตรวจคลื่นหัวใจจะบันทึกสัญญาณไฟฟ้าและช่วยให้แพทย์สามารถตรวจสอบความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจและโครงสร้างของหัวใจได้

  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง

แพทย์จะส่งให้ทำการตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูงเพื่อตรวจสอบว่าหัวใจของคุณพองโตและอยู่ในรูปบร่างที่ผิดปกติหรือเปล่า มีสัญญาณของโรคหัวใจสลายหรือไม่

ในการตรวจร่างกายโดยไม่ล่วงล้ำสู่ร่างกายจะรวมถึงการทำอุลตร้าซาวนด์ที่หน้าอกของคุณ ซึ่งจะแสดงถึงรูปของโครงสร้างและหน้าที่หัวใจของคุณ คลื่นอุลตร้าซาวนด์จะส่งไปและจะบันทึกสัญญาณความถี่โดยเครื่องมือที่เรียกว่าทรานสดิวเซอร์ซึ่งจะใช้นอกร่างกาย คอมพิวเตอร์จะใช้ข้อมูลจากทรานสดิวเซอร์ในการสร้างภาพเคลื่อนไหวที่มอนิเตอร์วีดีโอ

  • การตรวจเลือด

คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคหัวใจสลายจะมีเอ็นไซม์บางประเภทเพิ่มขึ้นในเลือดของพวกเขา แพทย์จะสั่งให้ตรวจเลือดเพื่อเช็คเอนไซม์เหล่านี้เพื่อช่วยในการวินิจฉันโรคหัวใจสลาย

  • X-ray หน้าอก

แพทย์จะสั่งให้ X-ray หน้าอกเพื่อตรวจสอบหัวใจของคุณพองโตและอยู่ในรูปร่างเช่นเดียวกับคนที่เป็นโรคหัวใจสลายหรือไม่ หรือตรวจสอบว่ามีปัญหาในปอดของคุณหรือไม่ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของอาการของคุณ

  • การตรวจหัวใจด้วยเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

สำหรับการตรวจสอบวิธีนี้ คุณจะนอนบนโต๊ะข้างในเครื่องมือที่คล้ายท่อยาวๆ ที่มีสนามแม่เหล็ก สนามแม่เหล็กเหล่านี้จะสร้างภาพรายละเอียดที่ช่วยให้แพทย์ประเมินอาการที่เกิดขึ้นกับหัวใจของคุณ

  • การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ

ระหว่างการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจประเภทของสีที่ใช้จะเห็นโดยเครื่อง X-ray โดยฉีดสีเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจ แล้วให้เครื่อง x-ray ถ่ายรูปเป็นซีรีส์ (การฉีดสีเข้าหลอดเลือด) เพื่อให้แพทย์เห็นภาพโดยละเอียดของสิ่งที่อยู่ในหลอดเลือดของคุณ

เพราะโรคหัวใจสลายอาจจะมีสัญญาณและอาการคล้ายกับโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจจะต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คนที่เป็นโรคหัวใจสลายจะไม่มีการอุดตันของเส้นเลือด แต่คนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจะมีการอุดตันซึ่งจะเห็นได้จากการฉีดสีหลอดเลือด

เมื่อชัดเจนแล้วว่าคุณไม่ได้เป็นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แพทย์จะเช็คเพื่อทราบว่าสัญญาณและอาการของคุณเกิดจากโรคหัวใจสลายหรือไม่

การรักษาโรคหัวใจสลาย

ไม่มีวิธีการรักษาโดยมาตรฐานสำหรับโรคหัวใจสลาย การรักษาก็คล้ายกับโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจนกว่าการวินิจฉัยจะชัดเจน คนส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าจะฟื้นตัวดี เมื่อชัดเจนว่าสาเหตุของอาการของคุณคือโรคหัวใจสลาย แพทย์จะสั่งยาให้คุณทานในขณะที่คุณอยู่โรงพยาล เช่นยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE inhibitors หรือ ตัวยับยั้งแองจิโอเทนซิน-คอนเวอร์ติง เอนไซม์ เบต้า บล็อกเกอร์ หรือ ยาขับปัสสาวะ ยาเหล่านี้จะช่วยลดการทำงานของหัวใจในขณะที่ช่วยให้คุณฟื้นตัวและป้องกันการเป็นหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในอนาคต

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะฟื้นตัวภายใน 1 เดือน ให้สอบถามแพทย์ว่าคุณจะต้องใช้ยาไปอีกนานเท่าใดเมื่อคุณฟื้นตัวดีขึ้นเพราะยาส่วนใหญ่สามารถหยุดได้ภายใน 3-6 เดือน

กระบวนการที่ใช้ในการรักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เช่น การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยการทำบอลลูนและการใส่ขดลวด หรือแม้แต่การผ่าตัดไม่มีประโยชน์ในการรักษาโรคหัวใจสลาย กระบวนการเหล่านี้ใช้ในการรักษาหลอดเลือดที่อุดตัน ซึ่งไม่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจสลาย แต่การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจสามารถใช้ในการวินิจฉัยสาเหตุของการเจ็บหน้าอกได้

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้อาจจะช่วยให้คุณจัดการกับโรคหัวใจสลายได้

มีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่โรคหัวใจสลาย อาจจะเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์แรก แต่ไม่มีการรักษาใดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้

แพทย์ส่วนมากจะป้องกันการรักษาระยะยาวด้วยเบต้าบล็อกเกอร์หรือการใช้ยาที่คล้ายคลึงกันที่ช่วยบล็อคจากผลกระทบที่เป็นอันตรายของฮอร์โมนความเครียดที่เกิดขึ้นกับหัวใจ การตระหนักรู้และจัดการกับความเครียดในชีวิตคุณเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการป้องกันโรคหัวใจสลาย แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์สิ่งเหล่านี้

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ประโยชน์ดีๆ ที่คุณควรลองดื่ม ชาลาเวนเดอร์

ชาลาเวนเดอร์ หรือ ชาดอกลาเวนเดอร์ เป็นชาที่ใช้ส่วนของดอกที่เป็นสีม่วงของดอกลาเวนเดอร์ทั้งแบบสดและแบบแห้งมาทำเป็นชา หรือบางแห่งอาจใช้ใบของลาเวนเดอร์ผสมด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี กรกฎาคม 24, 2020 . เวลาในการอ่าน

ถึงเวลา หยุดความกังวล ก่อนจะส่งผลต่อสุขภาพ

ความเครียดและความกังวล ถือเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ต้องเจอ แต่หากกังวลมากไปจนส่งผลต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ อาจจะต้องสำรวจตัวเองแล้ว หยุดความกังวล นั้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพจิต กรกฎาคม 24, 2020 . เวลาในการอ่าน

กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม กินอิ่มแล้วก็ยังหิวได้อีก เป็นเพราะอะไรกันนะ

อาการ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม กินแล้วก็ยังหิวอีก เกิดขึ้นได้ตามปกติ และเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กรกฎาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน

รู้หรือไม่! ความเครียด ส่งผลต่อใบหน้า มากกว่าที่คิด

ความเครียด ส่งผลต่อใบหน้า ของเราได้ ความเครียดนั้นส่งผลต่อฮอร์โมน และร่างกายจนทำให้เกิดผลกระทบต่อใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเกิดสิว ริ้วรอย ผิวแห้ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กรกฎาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

เดินหลังกินข้าวเสร็จ-ดีต่อสุขภาพ-ช่วยลดน้ำหนัก

เดินหลังกินข้าวเสร็จ ดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
เขย่าขา-สาเหตุ-วิธีแก้

เขย่าขา เกิดจากอะไร แล้วทำไมเราถึงชอบนั่งเขย่าขา?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 6, 2020 . เวลาในการอ่าน
อาการทางกายภาพที่เกิดจากความวิตกกังวล-สิ่งที่ควรรู้

อาการทางกายภาพที่เกิดจากความวิตกกังวล กับสิ่งที่ควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 31, 2020 . เวลาในการอ่าน
ภาวะน้ำเกิน-hypervolemia

ภาวะน้ำเกิน (Hypervolemia)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน