โรคแอกทินิกเคอราโทซิส (Actinic Keratosis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

คำจำกัดความ

โรคแอกทินิกเคอราโทซิส คืออะไร

โรคแอกทินิกเคอราโทซิส (Actinic Keratosis) หรือที่เรียกว่า โซล่าเคอราโทซิส (Solar Keratosis) เป็นอาการผิวหนังหยาบ ตกสะเก็ด ลอกเป็นแผ่น เนื่องจากการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน อาการนี้มักจะเกิดขึ้นที่บริเวณใบหน้า ริมฝีปาก หู หลังมือ แขน กระโหลกศีรษะ หรือคอ โดยจะพบได้มากที่สุดในผู้ที่มีผิวขาว ผมบลอนด์หรือผมแดง และตาสีฟ้าหรือสีเขียว

ในกรณีส่วนใหญ่ โรคแอกทินิกเคอราโทซิสนั้นจะไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่มีบางส่วนที่โรคแอกทินิกเคอราโทซิสนั้นอาจจะกลายเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้

โรคแอกทินิกเคอราโทซิสพบได้บ่อยหรือไม่

ยิ่งท่านอาศัยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากเท่าใด ก็จะมีแนวโน้มในการเป็นโรคแอกทินิกเคอราโทซิสมากเท่านั้น โรคนี้มักจะพบได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย เนื่องจากผู้ชายมักจะต้องเผชิญกับแสงแดดมากกว่า และยังมีการป้องกันแสงแดดน้อยกว่าผู้หญิงอีกด้วย โรคนี้สามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคแอกทินิกเคอราโทซิสมีอะไรบ้าง

อาการของโรคแอกทินิกเคอราโทซิสเริ่มจาก อาการผิวหนังหนา หยาบ ตกสะเก็ด โดยปกติแล้วจะมีขนาดเท่ายางลบขนาดเล็ก นอกจากนี้ก็อาจจะมีอาการคัน หรือแสบร้อนร่วมด้วย

เมื่อเวลาผ่านไป รอยโรคอาจหายไป มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นอย่างเดิม หรือพัฒนาไปกลายเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้

สัญญาณและอาการของโรคแอกทินิกเคอราโทซิสได้แก่

  • อาการผิวหนังหนา หยาบ ตกสะเก็ด โดยปกติขนาดจะเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร
  • ผิวลอกเป็นแผ่น หรือเป็นตุ่มนูนบนผิวหนัง
  • ในบางครั้ง ผิวอาจจะแข็ง และมีลักษณะคล้ายหูด
  • มีอาการคันและแสบร้อน
  • โรคแอกทินิกเคอราโทซิสนั้นจะพบได้ในบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่น ใบหน้า ริมฝาก หู มือ หน้าแขน หนังศีรษะ และคอ

ควรพบหมอเมื่อใด

การแยกระหว่างจุดที่ไม่เป็นมะเร็งและจุดที่เป็นมะเร็งนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากที่ ดังนั้นท่านจึงควรไปพบหมอเพื่อทำการวินิจฉัย โดยเฉพาะหากรอยโรคนั้นยังคงอยู่ ขยายใหญ่ขึ้น หรือมีเลือดออก

หากคุณพบสัญญาณ หรืออาการที่กล่าวถึงเบื้องต้น หรือหากคุณมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลแสดงอาการไม่เหมือนกัน ทางที่ดีที่สุดคือควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาที่ดีที่สุด

สาเหตุ

สาเหตุของโรคแอกทินิกเคอราโทซิส

โรคนี้อาจเกิดได้จากสาเหตุหลายประการ อย่างไรก็ตาม การสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานๆนั้นถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่พบมากที่สุดของโรคแอกทินิกเคอราโทซิส

รังสีอัลตร้าไวโอเลตที่แผ่ออกมาจากโคมไฟรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตนั้นเป็นอันตรายมากกว่าแสงจากดวงอาทิตย์โดยตรง ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจึงเตือนให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการทำผิวแทนโดยใช้โคมไฟรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต

ในบางครั้ง โรคแอกทินิกเคอราโทซิส อาจเกิดจากการโดนรังสีเอ็กซ์เรย์เป็นเวลานานๆ หรือเกิดจากการใช้สารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมมากๆ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคแอกทินิกเคอราโทซิสคือ

คุณอาจมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคแอกทินิกเคอราโทซิส ถ้าหาก

เข้าใจการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับขอมูลเพิ่มเติมอยู่เสมอ

การวินิยฉัยโรคแอกทินิกเคอราโทซิส

แพทย์อาจจะสามารถวินิจฉัยได้โดยการส่องไฟหรือส่องด้วยแว่นขยายเพื่อตรวจหาการเจริญเติบโต ไฝ หรือรอยโรค นอกจากนี้แพทย์อาจทำการทดสอบอื่นๆ เช่น การทดสอบชิ้นเนื้อ โดยแพทย์จะนำตัวอย่างชิ้นเนื้อเล็กๆ ของคุณไปวิเคราะห์ในห้องทดลอง

แม้ภายหลังการรักษาโรคแอกทินิกเคอราโทซิส แพทย์ก็จะแนะนำให้ท่านเข้ารับการตรวจผิวหนังอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อหาสัญญาณของโรคมะเร็งผิวหนัง

 

การรักษาโรคแอกทินิกเคอราโทซิส

โรคแอกทินิกเคอราโทซิสเกือบทั้งหมดสามารถหายได้ หากรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่โรคนี้จะกลายเป็นมะเร็งผิวหนัง การรักษามีหลากหลายทางเลือก ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของอาการที่เกิดขึ้น อายุของผู้ป่วย และสุขภาพของผู้ป่วย วิธีการรักษาเหล่านี้ทำให้ผิวของคุณไวต่อแสงมากขึ้น ควรหมั่นใช้ครีมกันแดดในระหว่างการรักษา การรักษาที่พบได้บ่อยๆได้แก่

  • การแช่แข็งส่วนที่มีอาการด้วยไนโตรเจนเหลว (การผ่าตัดด้วยความเย็น) เพื่อกำจัดโรค การผ่าตัดด้วยความเย็น (หรือเรียกว่าการบำบัดด้วยความเย็นจัด) อาจทำให้เจ็บปวดเล็กน้อยแต่อาจคงอยู่ถึง 3 วัน การรักษาโดยทั่วไปใช้เวลา 7 ถึง 14 วัน และอาจมีแผลเป็นเล็กน้อย หรือไม่มีเลย ถึงแม้ว่าผู้ที่มีผิวสีเข้มแต่ก็อาจจะมีรอยเป็นสีขาว
  • การขูดผิวออกโดยใช้กระแสไฟฟ้า (การขูดเนื้อเยื่อ และศัลยกรรมไฟฟ้า) ผิวหนังจะถูกทำให้ชา และส่วนที่เป็นโรคจะถูกขูดออกด้วยเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายช้อน หลังจากการขูด จะมีการศัลยกรรมไฟฟ้าเพื่อควบคุมการหลั่งของเลือด และเพื่อทำลายเซลล์ที่ไม่ปกติที่ยังตกค้าง การขูดเนื้อเยื่อเป็นการรักษาที่ไว แต่อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็น บางครั้งอาจเป็นรอยแผลเป็นหนา หรือคีลอยด์เกิดขึ้นหลังรับการรักษาด้วยวิธีนี้ คีลอยด์อาจมีอาการคัน หรือมีขนาดใหญ่ขึ้นตามเวลาแต่ไม่ต้องทำการรักษาใดๆ
  • การโกนออกด้วยมีดผ่าตัด (การผ่าตัดออกโดยการโกน) ซึ่งทำเพื่อตัดส่วนที่เป็นโรคออก และตรวจสอบเซลล์เพื่อหาเซลล์มะเร็งชนิดเบซาล หรือชนิดสะความัส การรักษาโดยทั่วไปใช้เวลา 7-14 วัน อาจมีรอยแผลเป็น และการเปลี่ยนสีของผิวหนัง
  • การใช้สารเคมีในการลอกผิว (การลอกผลัดเซลล์ผิว) การทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ผิวใหม่เติบโตขึ้นแทนที่ผิวที่เสียไป
  • การเลเซอร์ให้ผิวลอก (การเลเซอร์ผิวหนัง) ลำแสงเลเซอร์ที่ร้อนแรง (อย่างคาร์บอนไดออกไซด์ หรือซีโอทูเลเซอร์) ถูกนำมาใช้เพื่อทำลายผิวชั้นนอกสุด เมื่อบริเวณที่ได้รับการรักษาหายแล้ว ผิวใหม่จะเกิดขึ้นแทนที่ผิวที่ถูกทำลาย
  • การรักษาผิวด้วยตัวยาทาผิว อย่างฟลูออโรยูราซิล (5-เอฟยู), อิมมิควิโมด (อัลดารา) อินจีนอล เมบูเตต (พิคาโท), ไดโคลฟีแนค (โซลาราซ)
  • การใช้ยาและแสงในการทำลายเซลล์ (การบำบัดด้วยแสง) การบำบัดด้วยแสงนั้นใช้ตัวยาอย่างกรดอะมิโนเลวูลินิก (ALA) ทาบนผิวแล้วถึงใช้แสง แสงที่ว่าจะทำให้ตัวยาทำลายโรคแอกทินิกเคอราโทซิส

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองแบบไหนที่จะช่วยจัดการกับโรคแอกทินิกเคอราโทซิส

วิธีที่ดีที่สุด ในการป้องกันโรคแอกทินิกเคอราโทซิส คือการป้องกันตัวเองจากแสงแดด เหล่านี้คือนิสัยในการป้องกันตนเองจากแดดที่ทำได้จริง

  • อยู่ในร่มเสมอ โดยเฉพาะเวลา 10 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น
  • หลีกเลี่ยงการอาบแดด และไม่อาบแดดด้วยเครื่องอบยูวีเด็ดขาด
  • ใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด รวมถึงการใส่หมวกปีกกว้าง และแว่นตาป้องกันยูวี
  • ใช้ครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติในการป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอ และยูวีบี ที่มีค่าเอสพีเอฟตั้งแต่ 15 ขึ้นไปทุกวัน สำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ยาวนาน ให้ใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอ และยูวีบี ที่มีค่าเอสพีเอฟตั้งแต่ 30 ขึ้นไป
  • ทาครีมกันแดด 1 ออนซ์ (2 ช้อนโต๊ะ) ทาให้ทั่วตัว 30 นาทีก่อนออกนอกบ้าน และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือหลังการว่ายน้ำ หรือออกเหงื่อมาก
  • ระวังการให้เด็กเกิดใหม่ถูกแสงแดด ควรใช้ครีมกันแดดกับทารกที่อายุเกิน 6 เดือน
  • ตรวจสอบผิวของท่านทั่วตัว ในทุกๆเดือน
  • พบแพทย์ทุกๆปีเพื่อทำการทดสอบผิว

หากท่านมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจการแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ วินิจฉัยหรือการรักษาแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ภาวะปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)

ภาวะปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง หรือ ภาวะแอนาฟิแล็กซิส (Anaphylaxis) คือ การแพ้ชนิดรุนแรงที่เกิดขึ้นฉับพลัน และสามารถเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ พฤศจิกายน 19, 2019 . เวลาในการอ่าน

ภูมิแพ้ยา (Drug Allergy)

ภูมิแพ้ยา หรือการแพ้ยา หมายถึง ปฏิกิริยาที่ไม่ปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อยา ยาใด ๆ รวมถึงยาที่ซื้อเองตามร้าน ยาตามคำสั่งแพทย์หรือสมุนไพรอาจจะทำให้แพ้ยาได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ พฤศจิกายน 18, 2019 . เวลาในการอ่าน

โรคตับและอาการคัน เกี่ยวข้องกันอย่างไร

อาการคันเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงหลายๆ โรคได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็น โรคตับและอาการคัน กลายเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 27, 2019 . เวลาในการอ่าน

เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อหยุดอาการคัน

ใครที่อาการคันถามหาและรบกวนใจ วันนี้ Hello คุณหมอมาพร้อมกับคำแนะนำเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์สำหรับอาการคัน ที่จะช่วยบรรเทาอาการค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย อนันตา นานา
โรคภูมิแพ้, ศูนย์สุขภาพ สิงหาคม 27, 2019 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

วิธีรักษาและป้องกัน-ริมฝีปากไหม้แดด

ริมฝีปากไหม้แดด จนดำคล้ำ ปวดแสบร้อน รักษาและป้องกันยังไงได้บ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
ลูกเล่นกลางแจ้ง-ภาวะเครียดจากความร้อน-heat-stress

ให้ลูกเล่นกลางแจ้ง แบบปลอดภัยจาก ภาวะเครียดจากความร้อน (Heat Stress)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ เมษายน 1, 2020 . เวลาในการอ่าน
สาเหตุของอาการคัน-คันแต่ไม่มีผื่น

คันแต่ไม่มีผื่น เป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่า?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มกราคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน
คันหู-สาเหตุ-วิธีทำความสะอาดหู

คันหู คันจริง ไม่รู้เพราะอะไร รับมือยังไงถึงจะหาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 26, 2019 . เวลาในการอ่าน