โลหิตจางจากการขาดวิตามิน (Vitamin Deficiency Anemia)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

โลหิตจางจากการขาดวิตามิน (Vitamin deficiency anemia) คือการขาดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สุขภาพดี สามารถเกิดขึ้นได้ หากคุณรับประทาน โฟเลต วิตามินบี-12 และวิตามินซีไม่เพียงพอ หรืออาจจะเกิดขึ้นได้ หากร่างกายของคุณมีปัญหากับการดูดซึม หรือจัดการกับสารเหล่านี้

คำจำกัดความ

โลหิตจางจากการขาดวิตามิน คืออะไร

โลหิตจางจากการขาดวิตามิน (Vitamin deficiency anemia) คือการขาดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สุขภาพดี เนื่องจากคุณมีปริมาณวิตามินน้อยกว่าปกติ วิตามินที่เกี่ยวข้องกับภาวะนี้ประกอบด้วย โฟเลต วิตามินบี-12 และวิตามินซี

ภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินสามารถเกิดขึ้นได้ หากคุณรับประทาน โฟเลต วิตามินบี-12 และวิตามินซีไม่เพียงพอ หรืออาจจะเกิดขึ้นได้ หากร่างกายของคุณมีปัญหากับการดูดซึม หรือจัดการกับสารเหล่านี้

ไม่ใช่ภาวะโลหิตจางทุกชนิดจะเกิดจากการขาดวิตามิน สาเหตุอื่นๆ มีทั้งการขาดธาตุเหล็ก และโรคเลือดบางชนิด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะไปพบหมอเพื่อตรวจ และรักษาภาวะโลหิตจางของคุณ ภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินนั้น มักจะสามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามิน และปรับเปลี่ยนอาหารที่รับประทาน

โลหิตจางจากการขาดวิตามินพบได้บ่อยแค่ไหน

โปรดปรึกษากับแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโลหิตจางจากการขาดวิตามิน

อาการทั่วไปมีดังนี้

ภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินมักจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ใข้เวลาหลายเดือนจนถึงหลายปี ในตอนแรกอาการขาดวิตามินนั้นอาจจะไม่รุนแรง แต่มันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการขาดวิตามินมากยิ่งขึ้น

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อไร

ถ้าคุณมีอาการใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น หรือมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษากับคุณหมอ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรพูดคุยกับหมอ เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโลหิตจางจากการขาดวิตามิน

ภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินจะเกิดขึ้น เมื่อร่างกายของคุณได้รับวิตามินไม่เพียงพอ ที่จะนำไปผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สุขภาพดีให้เพียงพอ เซลล์เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน จากปอดส่งไปยังจุดต่างๆ ในร่างกาย หากคุณรับประทานอาหารที่มีวิตามินบางชนิดไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินได้ หรือบางครั้งโรคนี้อาจจะเกิดขึ้น เพราะร่างกายของคุณไม่สามารถดูดซึมสารอาหารจากอาหารที่คุณรับประทานไปก็ได้

สาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินอาจเกิดได้จาก

  • โลหิตจางจากการขาดโฟเลต โฟเลตหรือที่รู้จักกันว่าวิตามินบี-9 คือสารอาหารที่มักพบได้ในผลไม้และผักใบเขียว การไม่รับประทานอาหารพวกนี้ อาจนำไปสู่การขาดสารอาหารนี้ได้ และการไม่สามารถดูดซึมโฟเลตจากอาหาร ก็สามารถทำให้เกิดการขาดสารอาหารนี้ได้เช่นกัน สารอาหารส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก คนที่มีโรคซึ่งเกิดกับลำไส้เล็ก เช่น โรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) หรือคนที่ผ่าตัดเพื่อเอาลำไส้เล็กออก หรือทำการบายพาส (bypass) ลำไส้เล้ก อาจมีปัญหาเรื่องการดูดซึมสารโฟเลต หรือสารในรูปแบบสังเคราะห์ของโฟเลต หรือกรดโฟลิค แอลกอฮอล์ยังทำให้การดูดซึมสารโฟเลตลดลงได้เช่นกัน ดังนั้น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้เกิดอาการขาดโฟเลตได้ ยาตามใบสั่งแพทย์บางชนิดเช่น ยาต้านชัก (anti-seizure medications) สามารถส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารได้เช่นกัน ผู้หญิงตั้งครรภ์และคุณแม่ให้นมบุตร อาจจำเป็นต้องได้รับโฟเลตมากขึ้น เช่นเดียวกับผู้ที่กำลังฟอกไต (Hemodialysis) หากไม่ได้รับสารโฟเลตให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่การขาดโฟเลตได้
  • โลหิตจางจากการขาดวิตามินบี-12 การขาดวิตามินบี-12 ซึ่งมาจากการรับประทานอาหารที่ขาดวิตามินบี-12 ซึ่งวิตามินนี้มักพบได้ในเนื้อสัตว์ ไข่ และนม ภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี-12 ยังสามารถเกิดขึ้นได้ หากลำไส้เล็กของคุณไม่สามมารถดูดซึมวิตามินบี-12 ได้ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการผ่าตัดบริเวณกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก (เช่น การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร) มีแบคทีเรียเติบโตอย่างผิดปกติที่ลำไส้เล็ก หรือโรคลำไส้ต่างๆ เช่น โรคโครห์น (Crohn’s Disease) หรือโรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) ซึ่งส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินบี-12 การขาดวิตามินบี-12 ยังสามารถเกิดจากพยาธิตัวตืดที่ติดมาจากปลาที่ปนเปื้อน เนื่องจากพยาธิตัวตืดจะแย่งเอาสารอาหารไปจากร่างกายของเรา อย่างไรก็ตามสาเหตุส่วนใหญ่ของการขาดวิตามินบี-12 มักจะมาจากการขาดสารอินทรินซิกแฟกเตอร์ (intrinsic factor) ซึ่งได้แก่โปรตีนที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหารมาพบกับวิตามินบี-12 ในกระเพาะอาหาร แล้วนำวิตามินบี-12 ไปสู่ลำไส้เล็ก เพื่อที่จะได้ดูดซึมเข้าสู่สายเลือด หากไม่มีสารอินทริซิกแฟกเตอร์ วิตามินบี-12จะไม่ถูกดูดซึม และถูกขจัดออกไปจากร่างกายกลายเป็นของเสีย การขาดสารอินทรินซิกแฟกเตอร์ มักมาจากปฏิกิริยาแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเองของระบบภูมิคุ้มกัน ที่โจมตีเซลล์ในกระเพาะอาหารซึ่งผลิตสารตัวนี้ ภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี-12 ที่เป็นเพราะขาดสารอินทรินแฟกเตอร์ เรียกว่าโรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง (Pernicious Anemia)
  • โลหิตจางจากการขาดวิตามินซี การขาดวิตามินซีสามารถเกิดขึ้นได้ หากคุณได้รับวิตามินซีจากอาหารที่รับประทานไม่เพียงพอ การขาดวิตามินซียังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากมีบางอย่างมาบั่นทอนความสามารถของร่างกายคุณในการดูดซึมวิตามินซี

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามิน

ปัจจัยเสี่ยงมีดังนี้

  • อาหารที่คุณรับประทาน มีอาหารที่เป็นแหล่งวิตามินตามธรรมชาติน้อยจนเกินไป เช่น ไม่มีอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ นม ผลไม้ และผัก ผู้รับประทานอาหารมังสวิรัติ ที่ไม่รับประทานอาหารจำพวกนม และผู้รับประทานแบบวีแกนที่ไม่รับประทานอาหารที่มาจากสัตว์เลย ก็อาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ นอกจากนี้การทำอาหารให้สุกมากจนเกินไปมาโดยตลอด สามารถทำให้เกิดอาการขาดวิตามินได้เช่นกัน
  • หากคุณกำลังตั้งครรภ์ และไม่ได้รับประทานวิตามินรวม กรดโฟลิคและยาเสริมอื่นๆ ที่สำคัญเป็นพิเศษในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์
  • หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ หรือมีอาการอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการดูดซึมวิตามิน การมีแบคทีเรียเติบโตอย่างผิดปกติในกระเพาะอาหาร หรือเคยมีการผ่าตัดที่บริเวณลำไส้และกระเพาะอาหาร สามารถส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินบี-12 ได้
  • หากคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป แอลกอฮอล์นั้นส่งผลต่อการดูดซึมโฟเลต วิตามินซี และวิตามินอื่น ๆ
  • หากคุณกำลังรับประทานยาที่ไปปิดกั้นการดูดซึมวิตามิน ยาต้านการชักสามารถป้องกันการดูดซึมโฟเลตได้ ยาลดกรด (Antacids) และยาอื่นๆ ที่ใช้เพื่อรักษาเบาหวานรูบแบบที่ 2 อาจส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินบี-12

ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างเฉพาะสำหรับการขาดวิตามินบางชนิด

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต

  • ผู้ที่กำลังฟอกไตเพื่อรักษาโรคไตวาย ควรถามคุณหมอว่าคุณจำเป็นต้องได้รับวิตามินเสริมโฟเลต เพื่อป้องกันการขาดสารอาหารหรือไม่
  • การรักษาโรคมะเร็ง ยาบางตัวที่ใช้รักษาโรคมะเร็งอาจส่งผลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของโฟเลต

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี-12

  • การขาดสารอินทรินซิกแฟกเตอร์ คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะโลลิตจางจากการขาดวิตามินบี-12 มักจะขาดสารอินทรินซิกแฟกเตอร์ โปรตีนที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร ที่มีส่วนสำคัญในการดูดซึมวิตามินบี-12 การขาดสารอินทรินซิกแฟกเตอร์ อาจเกิดจากปฏิกิริยาการแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง หรือการส่งต่อมาทางกรรมพันธุ์
  • โรคภูมิต้านทานตัวเองผิดปกติ (autoimmune disorder) คนที่มีปัญหาภูมิต้านทานตัวเองผิดปกติ ที่เกี่ยวข้องกับต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคต่อมไทรอยด์ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดขาดวิตามินบี-12บางชนิด เรียกว่าโรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินซี

  • การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการขาดวิตามินซี เนื่องจากมันไปลดการดูดซึมของวิตามินซี
  • โรคเรื้อรัง โรคเรื้อรังบางประเภท เช่น มะเร็ง หรือโรคไตเรื้อรัง สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินซี โดยการส่งผลกระทบกับการดูดซึมวิตามินซี

การวินิจฉัยโรคและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคโลหิตจางจากการขาดวิตามิน

การตรวจเลือด

เมื่อผลตรวจเลือดแสดงให้เห็นว่ามีอาการโลหิตจาง ก็จะมีการตรวจเพื่อบ่งชี้ว่า เป็นโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี-12หรือโฟเลต ข้อสงสัยในการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี-12หรือโฟเลต ก็คือการที่มีเม็ดเลือดแดงใหญ่ (macrocytic) หรือมีนิวโทรฟิลมีนิวเครียส (เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง) เป็นกระเปาะมากเกิน (hypersegmented) ในตัวอย่างเลือด ที่ตรวจด้วยการส่องด้วยกล้องจุลทัศน์ การมีปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดลดลง ก็อาจสามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินเป็นเวลานาน

จะมีการวัดระดับวิตามินบี-12 และโฟเลตในเลือด และมีการทดสอบอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุของการขาดวิตามินบี-12

การรักษาโรคโลหิตจางจากการขาดวิตามิน

การรักษามีทั้งการเสริมอาหารและการปรับเปลี่ยนอาหาร

  • ภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต การรักษาจะเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และรับอาหารเสริมโฟเลตตามแพทย์สั่ง ส่วนใหญ่แล้วจะใช้วิธีรับประทานอาหารเสริมโฟเลต เมื่อระดับของโฟเลตในร่างกายเพิ่มขึ้นจนถึงระดับปกติ คุณอาจสามารถหยุดอาหารเสริมได้ หากยังไม่สามารถรักษาอาการขาดโฟเลตได้ คุณอาจต้องรับประทานยาเสริมต่อไปแบบไม่มีกำหนด
  • ภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี-12 รวมไปถึงโรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง สำหรับอาการขาดวิตามินบี-12 ในระดับเบา อาจใช้วิธีปรับเปลี่ยนอาหาร และรับอาหารเสริมวิตามินบี-12 แบบเม็ดหรือสเปรย์พ่นจมูก คุณหมออาจแนะนำให้ฉีดวิตามินบี-12เข้าเส้นเลือด หากคุณมีอาการขาดอย่างรุนแรง ในตอนแรกคุณต้องฉีดทุกวัน แล้วหลังจากนั้นก็จะเป็นการฉีดเดือนละครั้ง ซึ่งอาจต้องดำเนินไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต ขึ้นอยู่กับอาการของคุณ
  • ภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินซี การรักษาอาการขาดวิตามินซีคือการรับประทานยาเม็ดวิตามินซี และรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีวิตามินซีให้มากยิ่งขึ้น

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่จะช่วยรักษาโลหิตจางจากการขาดวิตามิน

ลักษณะไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเองต่อไปนี้อาจจะช่วยคุณได้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ คุณสามารถป้องกันการขาดวิตามินได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย
  • รับประทานวิตามินรวม หากคุณกังวลว่าจะได้รับวิตามินจากอาหารที่คุณรับประทานไม่เพียงพอ ควรสอบถามคุณหมอว่า วิตามินรวมนั้นเหมาะสมกับคุณหรือไม่ คนส่วนใหญ่มักจะได้รับวิตามินที่เพียงพอจากอาหารที่รับประทาน แต่หากคุณรับประทานอาหารได้อย่างจำกัด อาจจำเป็นต้องรับประทานวิตามินรวม
  • อย่าสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่นั้นส่งผลกระทบกับการดูดซึมสารอาหาร เช่น วิตามินซี ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการขาดวิตามิน หากคุณสูบบุหรี่อยู่จงเลิกสูบ หากคุณยังไม่เคยสูบก็อย่าเริ่มสูบ หากคุณไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ด้วยตัวเอง สามารถขอความช่วยเหลือจากแพทย์ได้
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ แอลกอฮอล์สามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินได้ ดังนั้น ควรดื่มให้พอเหมาะพอควร

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

จะรู้ได้อย่างไร ว่าร่างกายกำลังตกอยู่ใน ภาวะขาดแคลนวิตามินบี 12

วิตามินบี 12 เป็นวิตามินที่ทำหน้าที่สำคัญต่อเซลล์เม็ดเลือดแดงและระบบประสาท หากร่างกายมี ภาวะขาดแคลนวิตามินบี 12 จะส่งผลให้เกิดอาการทางสุขภาพได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

วิตามินซี ช่วยป้องกันคุณจากโควิด-19 ได้หรือไม่

วิตามินซี ช่วยป้องกันคุณจากโควิด-19 ได้หรือไม่ยังไม่มีหลักฐานรองรับ แต่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับวิตามินซีไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการรักษา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
Coronavirus, COVID-19 เมษายน 20, 2020

เปลือกส้มมีค่า อย่าทิ้ง ประโยชน์สุขภาพของเปลือกส้ม ที่คุณอาจไม่เคยรู้

คุณรู้หรือเปล่าว่า จริงๆ แล้วภายใน เปลือกส้ม นั้น อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ ขนาดที่เนื้อส้มแทบจะเทียบไม่ได้เลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ส่วนผสมสำหรับต้านริ้วรอย ในผลิตภัณฑ์ที่คุณควรรู้

ผลิตภัณฑ์สำหรับลดริ้วรอยออกมีมากมาย หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยต้านริ้วรอยมีอะไรบ้าง วันนี้ Hello คุณหมอ มี ส่วนผสมสำหรับต้านริ้วรอย มาฝาก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

บทความแนะนำ

เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้

เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 5, 2020
ดูแลดวงตาให้แข็งแรง ด้วยวิธีแสนง่ายที่คุณเองก็ทำตามได้

ดูแลดวงตาให้แข็งแรง ด้วยวิธีแสนง่ายที่คุณเองก็ทำตามได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 28, 2020
ซีบัคธอร์น วิตามินซีสูง ประโยชน์ต่อสุขภาพก็สูงด้วยนะ

ซีบัคธอร์น วิตามินซีสูง ประโยชน์ต่อสุขภาพก็สูงด้วยนะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 13, 2020
อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง สำหรับคนที่รักสุขภาพควรต้องรู้

อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง สำหรับคนที่รักสุขภาพควรต้องรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 13, 2020