ไข้ซิกา (Zika Virus disease)

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ มกราคม 13, 2021 . เวลาในการอ่าน
Share now

ไข้ซิกา (Zika) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา เชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีพาหะนำโรคเป็นยุงลาย เช่นเดียวกันกับไข้เลือดออก และจะพบได้มากในพื้นที่เขตร้อน และพื้นที่กึ่งเขตร้อน

คำจำกัดความ

ไข้ซิกา คืออะไร

ไข้ซิกา (Zika) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus) เชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีพาหะนำโรคเป็นยุงลาย เช่นเดียวกันกับไข้เลือดออก และจะพบได้มากในพื้นที่เขตร้อน และพื้นที่กึ่งเขตร้อน

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงให้เห็นอาการอะไร แต่บางคนก็อาจจะอาจจะมีอาการไข้อ่อน ๆ มีผดผื่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว หรือตาแดง ซึ่งเป็นอาการของโรคไข้ซิกานั่นเอง

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

หากผู้หญิงตั้งครรภ์ป่วยเป็นโรคไข้ซิกา เชื้อไวรัสนี้ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ ทั้งทำลายสมอง ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและเจริญเติบโต จนอาจทำให้ทารกพิการแต่กำเนิด หรือเสียชีวิตในครรภ์ได้ นอกจากนี้ เชื้อไวรัสซิกายังอาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบประสาทอื่น ๆ เช่น กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre syndrome) ได้อีกด้วย

ไข้ซิกา พบได้บ่อยแค่ไหน

ไข้ซิกาจะพบได้มากในประเทศเขตร้อนและประเทศกึ่งเขตร้อน และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดสอบถามแพทย์

อาการ

อาการของไข้ซิกา

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสซิกา 4 ใน 5 คนอาจจะไม่มีอาการใด ๆ แต่หากมีอาการ ก็มักจะเริ่มมีอาการภายใน 2-7 วันหลังจากถูกยุงกัด สัญญาณและอาการของโรคไข้ซิกาที่พบได้บ่อยมีดังนี้

โดยปกติแล้ว อาการมักจะหายไปภายในหนึ่งสัปดาห์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถามเกี่ยวกับอาการของโรคโปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไข้ซิกา

ไข้ซิกาเกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา ที่มียุงลายเป็นพาหะ เมื่อยุงลายที่มีเชื้อซิกากัดคน เชื้อไวรัสซิกาก็จะเข้าสู่กระแสเลือด และทำให้เกิดการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบว่า ไวรัสซิกาอาจสามารถติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ และสามารถติดจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้อีกด้วย

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของไข้ซิกา

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคไข้ซิกามีดังต่อไปนี้

  • อยู่ในพื้นที่เขตร้อน พื้นที่เขตร้อน และเขตกึ่งร้อน เช่น ประเทศไทย อาจจะมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสซิกาได้
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เนื่องจากมีรายงานว่าไวรัสซิกาอาจสามารถติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ได้ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสซิกา

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยไข้ซิกา

แพทย์จะทำการซักประวัติและสอบถามเกี่ยวกับประวัติการเดินทาง เพื่อดูความเสี่ยงว่ามีโอกาสได้รับไวรัสซิกามากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็อาจจะทำการตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อไวรัสซิกาหรือไม่

สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นไข้ซิกา แพทย์อาจต้องทำการตรวจดังต่อไปนี้

  • ตรวจอัลตราซาวน์เพื่อดูความผิดปกติและพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • ตรวจตัวอย่างน้ำคร่ำ เพื่อหาดูว่ามีเชื้อไวรัสซิกาหรือไม่

การรักษาไข้ซิกา

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคไข้ซิกาอย่างเฉพาะเจาะจง อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนที่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสซิกาได้ การรักษาโรคไข้ซิกาจะมุ้งเน้นไปที่การบรรเทาอาการ พักผ่อน ให้น้ำเกลือ และรับประทานยา เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อช่วยลดไข้และบรรเทาอาการปวด

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับไข้ซิกา

เราสามารถปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อช่วยป้องกันโรคไข้ซิกาได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา
  • กำจัดแหล่งของยุงลาย เช่น แหล่งน้ำขัง แอ่งน้ำนิ่ง หรือบ่อน้ำ เนื่องจากยุงลายนั้นเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสซิกา หากพบน้ำขังควรเททิ้ง หรืออาจจะใช้ทรายกำจัดยุงลาย หรือเลี้ยงปลาหางนกยูงในบ่อน้ำเพื่อช่วยกินลูกน้ำยุงลายก็ได้เช่นกัน
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย
  • ทายากันยุง
  • ติดมุ้งลวดกันยุง

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

การใช้ยาปฏิชีวนะ มีอะไรบ้างที่คุณควรรู้ เพื่อการใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพ

เวลาเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ หลายคนอาจคิดถึงวิธีรักษาโรคด้วย การใช้ยาปฏิชีวนะ วันนี้เราเลยมีข้อควรรู้ในการใช้ยาปฏิชีวนะมาฝาก จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 24, 2020 . เวลาในการอ่าน

สูตรยำไข่ดาว

วันนี้ Hello คุณหมอ ขอนำเสนอ สูตรยำไข่ดาว ราดด้วยน้ำจิ้มแซ่บ ๆ มาฝากทุกคนกันค่ะ จะมีส่วนผสมและวิธีทำอย่างไร ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
สูตรอาหารสุขภาพ, โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 5, 2020 . เวลาในการอ่าน

ไขข้อข้องใจ รู้หรือไม่? มีไข้สูงเท่าไหร่ถึงควรไปหาหมอ

เมื่อร่างกายต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียหรือสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจะตอบสนองด้วยการเป็นไข้ หรือ มีไข้ และเมื่อมีไข้ขึ้นสูงหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรไปพบคุณหมอทันที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี ตุลาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

ไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever)

โรคไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่กำลังมีภาวะคออักเสบ มีลักษณะเด่นคือ มีผื่นสีแดงสดเกิดขึ้นตามลำตัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 1, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

คางทูม-mumps

คางทูม (Mumps)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มกราคม 12, 2021 . เวลาในการอ่าน
รอยช้ำกับห้อเลือด-ความแตกต่าง

รอยช้ำกับห้อเลือด มีความแตกต่างกันอย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 11, 2021 . เวลาในการอ่าน
หลีกเลี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาล-แนวทางปฏิบัติ

หลีกเลี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาล ด้วยแนวทางปฏิบัติเหล่านี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 9, 2020 . เวลาในการอ่าน
สูตรไข่ป่าม

สูตรไข่ป่าม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 2, 2020 . เวลาในการอ่าน