ไหลตายในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome หรือ SIDS)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 01/02/2021 . 3 mins read
Share now

โรค ไหลตายในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome หรือ SIDS) ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดในเด็กอายุ 1 เดือน ถึง 1 ปี เป็นการเสียชีวิตของเด็กทารกที่ไม่คาดคิด เพราะทารกจะเสียชีวิตอย่างกะทันหัน โดยไม่สามารถอธิบายถึงสาเหตุการเสียชีวิตได้

คำจำกัดความ

ไหลตายในเด็กทารก คืออะไร

โรค ไหลตายในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome หรือ SIDS) เป็นกลุ่มอาการเสียชีวิตอย่างกะทันหันในเด็กทารกที่มีสุขภาพดี ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่มีคำอธิบายถึงสาเหตุการเสียชีวิต บางครั้งแม้แพทย์จะตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วก็ยังไม่พบสาเหตุของการเสียชีวิต แม้จะยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่ โรคไหลตายในทารก นั้นมีความเกี่ยวข้องกับความบกพร่องของสมองทารกในส่วนที่ควบคุมการหายใจและการตื่นตัวจากการนอนหลับ

พบได้บ่อยเพียงใด

โรคไหลตายในทารก ถือเป็นโรคที่พบได้ยาก แต่ถือว่าเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบได้บ่อยที่สุดสำเด็กในช่วงอายุ 1 เดือน ถึง 1 ปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดในช่วงอายุระหว่าง 2-4 เดือน

อาการ

อาการของโรค ไหลตายในเด็กทารก

โรคไหลตายในทารก นั้นไม่มีอาการที่สามารถสังเกตเห็นได้ มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันในทารกที่ดูจะเหมือนแข็งแรงดี

ควรไปพบหมอเมื่อใด

โรคไหลตายในทารก มักจะไม่มีอาการที่สามารถสังเกตเห็นหรือมีสัญญาณเตือนใด ๆ ที่ควรต้องไปพบคุณหมอ

สาเหตุของโรค

สาเหตุของโรค ไหลตายในเด็กทารก

โรคไหลตายในทารก เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่มีสาเหตุบางประการที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ของโรคสามารถแบ่งได้เป็น 2 ปัจจัย ดังนี้

สาเหตุทางกายภาพ

ปัจจัยทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับ โรคไหลตายในทารก ได้แก่

  • การบกพร่องของสมอง ทารกบางคนเกิดมาพร้อมกับความบกพร่องทางสมอง ที่ทำให้พวกเขาเสี่ยงที่จะเกิด โรคไหลตายในทารก เด็กบางคนสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจและการตื่นตัวจากการนอนหลับมีปัญหา ทำงานได้ไม่เต็มที่
  • น้ำหนักแรกเกิดต่ำ การคลอดก่อนกำหนด เป็นการเพิ่มโอกาสที่สมองของทารกจะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ดังนั้นกระบวนการควบคุมการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจอาจทำงานได้น้อยลง
  • ติดเชื้อทางเดินหายใจ ทารกหลาย ๆ คนที่เสียชีวิตจาก โรคไหลตายในทารก มักจะเพิ่งเป็นไข้หวัด ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาในการหายใจได้

สาเหตุทางสภาพแวดล้อมในการนอนหลับ

  • ท่านอน การนอนคว่ำหรือนอนตะแคง อาจทำให้ทารกเกิดปัญหาทางร่างกาย และอาจทำให้เกิดปัญหาในการหายใจมากกว่าการนอนหงาย
  • อากาศร้อน หากอากาศร้อนเกินไปในขณะที่นอนหลับอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด โรคไหลตายในทารก ได้
  • ที่นอนนุ่มเกินไป การนอนบนพื้นผิวที่มีความนุ่มเกินไป เมื่อคว่ำหน้าเตียงหรือผ้าห่มอาจปิดกั้นทางเดินหายใจได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรค ไหลตายในเด็กทารก

มีปัจจัยหลายประการที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของทารกได้ เช่น

  • เพศ ทารกเพศชายมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายมากกว่าทารกเพศหญิงเล็กน้อย
  • อายุ ทารกมีความเสี่ยงเกิดโรคไหลตายมากที่สุดในช่วงเดือนที่ 2-4 มากที่สุด
  • พันธุกรรม หากมีทารกในครอบครัวเคยเสียชีวิตด้วย โรคไหลตายในทารก เด็กที่เกิดมาในครอบครัวนี้ก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายในทารก
  • บุหรี่มือสอง ทารกอยู่ได้รับบุหรี่มือสอง หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตด้วย โรคไหลตายในทารก
  • คลอดก่อนกำหนด ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ทำให้มีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็น โรคไหลตายในทารก ได้

ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากแม่

ในระหว่างตั้งครรภ์ หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีพฤติกรรมเกล่านี้ ทารกที่คลอดออกมาอาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคไหลตายในทารกได้

การวินิจฉัยละการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคและการรักษาโรค

โรคไหลตายในเด็กทารก เป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยที่ไม่มีอาการและสัญญาณเตือน จึงเป็นเรื่องยากที่จะวินิจฉัยและรักษา

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองเพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคไหลตายในเด็กทารก

ยังไม่มีวิธีการใดที่สามารถป้องกันการเกิดโรคไหลตายในเด็กทารกได้ แต่วิธีการการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ง่าย ๆ บางอย่างช่วยให้ลูกนอนหลับได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น โดยมีคำแนะนำดังนี้

  • เปลี่ยนท่านอน การเปลี่ยนท่านอน โดยให้เด็กทารกนอนในท่าหงาย แทนที่จะนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากการไหลตายในทารกได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องนอนที่หนานุ่ม การใช้เครื่องนอนที่หนานุ่มรอให้ลูกน้อยนอน เช่น หนังแกะหรือผ้านวมที่หนา เมื่อทารกคว่ำได้ เครื่องนอนที่หนานุ่มอาจปิดกั้นทางเดินหายใจของลูกน้อยได้
  • หลีกเลี่ยงอากาศร้อน อากาศร้อนเกินไป เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทารกเสียชีวิตจากการไหลตายได้ ดังนั้น ควรจัดห้องให้มีอุณภูมิที่พอเหมาะ การแต่งตัว ชุดของทารกก็ควรเลือกชุดที่ระบายอากาศได้ดี
  • นอนในห้องเดียวกับลูก ผู้ปกครองควรนอนในห้องเดียวกับลูก เพื่อให้พวกเขาอยู่ในสายตาตลอด เมื่อเกิดปัญหาจะได้ช่วยเขาได้อย่างทันถ่วงที แต่ไม่ควรนอนเตียงเดียวกันกับผู้ใหญ่ เพราะเตียงสำหรับผู้ใหญ่นั้นไม่ปลอดภัยสำหรับทารก
  • ให้ลูกกินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน

หากมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคไหลตายในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome หรือ SIDS)

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ลูกน้อยชอบกระแทกศีรษะ คุณพ่อคุณแม่ควรจัดการอย่างไรดี

ลูกน้อยชอบกระแทกศีรษะ อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่วิตกกังวล และกลัวรู้น้อยจะเกิดอาการบาดเจ็บ แต่ลองมาทำความเข้าใจพฤติกรรมที่เกิดขึ้น จากบทความนี้ของทาง Hello คุณหมอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

สัตว์เลี้ยงกับเด็ก ถ้าต้องอยู่ร่วมกัน พ่อแม่ควรเตรียมความพร้อมอย่างไร

เมื่อวันหนึ่งคุณแต่งงานและมีลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะต้องเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้ สัตว์เลี้ยงกับเด็ก สามารถอยู่ด้วยกันได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเด็กแรกเกิด รับรอง! ว่าที่คุณพ่อคุณแม่รู้แล้วจะอึ้ง

เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ คุณพ่อคุณแม่คงเตรียมตัวศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับทารกเต็มที่ และนี่คือ 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเด็กแรกเกิด ที่บอกเลยว่ารู้แล้วจะอึ้ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เนตรนภา ปะวะคัง

อันตราย! สวมหน้ากากพลาสติก ให้เด็กแรกเกิด เสี่ยงเสียชีวิต

เนื่องจากโรงพยาบาลของไทยและอินเดีย ได้ทำการ สวมหน้ากากพลาสติก (Face Shield) ให้กับเด็กแรกเกิด ซึ่งความจริงอาจอันตรายถึงขั้นทำให้เด็กทารกเสียงชีวิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย