ไอเรื้อรัง (chronic cough)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 5 mins read
Share now

ไอเรื้อรัง เป็นอาการไอที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์หรือนานกว่าในผู้ใหญ่ หรือ 4 สัปดาห์ในเด็ก อาการไอเรื้อรังสามารถส่งผลต่อการนอนและทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย

คำจำกัดความ

ไอเรื้อรังคืออะไร

ไอเรื้อรัง (chronic cough) เป็นอาการไอที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์หรือนานกว่าในผู้ใหญ่ หรือ 4 สัปดาห์ในเด็ก อาการไอเรื้อรังสามารถส่งผลต่อการนอนและทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ในกรณีที่มีอาการรุนแรงสามารถทำให้เกิดการอาเจียน มึนศีรษะ และแม้แต่กระดูกซี่โครงแตกได้ อย่างไรก็ตาม อาการไอเรื้อรังมักหายไปเมื่อได้รับการรักษา

ไอเรื้อรังพบบ่อยเพียงใด

มีรายงานว่าพบอาการไอเรื้อรังได้ในผู้ใหญ่ร้อยละ 10-20 โดยอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานและประวัติการทำงาน

อย่างไรก็ดี สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

ไอเรื้อรังมีอาการอย่างไร

อาการไอเรื้อรังสามารถเกิดขึ้นร่วมกับสิ่งบ่งชี้และอาการอื่นๆ หลายประการ ได้แก่

  • น้ำมูกไหล
  • มีเสมหะในลำคอ
  • ระคายคอและเจ็บคอบ่อย
  • เสียงแหบ
  • หายใจมีเสียงและหายใจติดขัด
  • แสบร้อนกลางอกหรือมีรสเปรี้ยวในปาก
  • ในกรณีที่พบได้น้อย อาจมีอาการไอเป็นเลือด

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ ควรต้องเข้ารับการรักษาทันที

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน

สาเหตุ

สาเหตุของการไอเรื้อรัง

ควรสังเกตว่าอาการไอที่เกิดขึ้นเป็นอาการปกติหรือไม่ กล่าวคือ โดยปกติแล้วการไอจะช่วยกำจัดสิ่งระคายเคืองและสารคัดหลั่งจากปอดและป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ดี อาการไอเรื้อรังเป็นเวลาหลายสัปดาห์ มักเป็นผลจากปัญหาสุขภาพ และมักมีสาเหตุที่เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งประการ

สาเหตุที่พบได้ทั่วไปดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นประการเดียวหรือหลายประการร่วมกัน เป็นสาเหตุหลักของไอเรื้อรัง

  • เสมหะในลำคอ

เมื่อจมูกหรือไซนัสผลิตเมือกออกมามากเกินไป เมือกดังกล่าวสามารถไหลลงไปทางคอด้านหลังและกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาฉับพลันของลำคอ

  • หอบหืด

อาการไอที่สัมพันธ์กับหอบหืดอาจเกิดขึ้นในช่วงอากาศเปลี่ยน โดยมักเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อทางเดินทายใจส่วนบน อาจมีอาการแย่ลงเมื่อสัมผัสอากาศเย็นหรือสารเคมีหรือน้ำหอมบางชนิด โดยอาการไอถือเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ทั่วไปของโรคหอบหืด

  • กรดไหลย้อน

ภาวะนี้เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลกลับเข้าไปในหลอดอาหารที่เชื่อมกระเพาะอาหารกับลำคอ ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง ในทางกลับกัน อาการไอทำให้กรดไหลย้อนมีอาการแย่ลง ซึ่งเป็นวัฏจักรที่อันตราย

  • การติดเชื้อ

อาการไอเรื้อรังสามารถเกิดขึ้นได้อย่างช้าๆ เป็นเวลานานหลังจากอาการปอดบวม เป็นไข้ อาการหวัด หรือการติดเชื้ออื่นๆ ในระบบทางเดินหายใจส่วนบนหายไป สาเหตุทั่วไปของอาการไอเรื้อรังในผู้ใหญ่ แต่มักถูกมองข้ามไปคือโรคไอกรน

  • ยารักษาความดันโลหิต

ยากลุ่ม Angiotensin-converting enzyme (ACE) inhibitors ที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูงและหัวใจวาย เป็นสาเหตุให้เกิดอาการไอเรื้อรังในผู้ป่วยบางราย

  • หลอดลมอักเสบเรื้อรัง

การติดเชื้อที่ทางเดินหายใจหลัก (หลอดลม) ที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานนี้ อาจทำให้เกิดอาการไอที่มีเสมหะสีเข้ม ผู้ป่วยโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่มาก่อน โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังมักเป็นอาการต่อเนื่องของโรคปอด ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ที่เรียกว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง นอกจากนี้ โรคถุงลมโป่งพองยังเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมโป่งพองมักเกิดขึ้นร่วมกันในผู้ที่สูบบุหรี่ และเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง ได้แก่

  • การสำลักอาหารในผู้ใหญ่ และสิ่งแปลกปลอมในเด็ก
  • โรคหลอดลมโป่งพอง ทำให้ทางเดินหายใจเสียหาย
  • หลอดลมฝอยอักเสบ
  • โรคซิสติกไฟโบรซิส
  • กรดไหลย้อนขึ้นมาที่คอและกล่องเสียง
  • โรคมะเร็งปอด
  • โรคหลอดลมอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากหอบหืด
  • โรคซาร์คอยโดซิส (Sarcoidosis) ที่เกิดการสะสมตัวของเซลล์ที่อักเสบที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย พบได้มากที่สุดในปอด

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของการไอเรื้อรัง

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการไอเรื้อรัง ได้แก่

  • การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับอาการไอเรื้อรัง เกิดจากการสูดดมสารพิษจากบุหรี่โดยตรงหรือสูดดมสารพิษจากบุหรี่ในอากาศ
  • ภูมิแพ้ ผู้ที่เป็นภูมิแพ้มีความเสี่ยงมีอาการไอเพิ่มขึ้นเมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้
  • สิ่งแวดล้อม สถานที่ทำงานบางแห่งมีสารระคายเคืองในอากาศ ที่ทำให้เกิดอาการไอ บริเวณที่มีมลภาวะสูงหรือการใช้ถ่านปรุงอาหารหรือทำความร้อนก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงของอาการไอได้อีกด้วย
  • โรคปอดเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคหลอดลมโป่งพองโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง และผู้เคยมีอาการปอดติดเชื้อที่มีพังผืด จะมีความเสี่ยงเกิดอาการไอเพิ่มขึ้น
  • เพศหญิง ผู้หญิงมีปฏิกิริยาตอบสนองต่ออาการไอไวกว่าผู้ชาย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของอาการไอเรื้อรังได้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการไอเรื้อรัง

การตรวจร่างกาย

แพทย์จะวัดสัญญาณชีพและอุณหภูมิร่างกาย โดยแพทย์จะตรวจระดับออกซิเจนโดยการหนีบคลิปที่นิ้วมือ แล้วแพทย์จะส่องดูที่คอด้านหลังและหู นอกจากนี้ แพทย์จะฟังเสียงปอดและหัวใจและอาจตรวจบริเวณขาและผิวหนังร่วมด้วย

การทดสอบต่างๆ

แพทย์อาจตัดสินใจให้มีการทดสอบเพิ่มเติม ซึ่งอาจได้แก่

  • การเอกซเรย์หน้าอก
  • การตรวจตัวอย่างเลือด เพื่อดูว่าร่างกายของคุณต้านทานการติดเชื้อหรือไม่
  • การตรวจหน้าอกด้วย CT scan ทำให้ได้ภาพถ่ายหน้าอกชัดเจนขึ้น
  • การป้ายคอ มักใช้แผ่นสำลีขนาดยาวเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจหาเชื้อโรค
  • ตัวอย่างเสมหะ เก็บตัวอย่างเสมหะเเมื่อเกิดอาการไอรุนแรง
  • การตรวจสมรรถภาพปอดโดยวัดปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอด โดยผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องหายใจออกอย่างแรงและเร็ว เข้าไปในอุปกรณ์พลาสติกขนาดเล็กเพื่อวัดว่า หายใจออกได้ดีเพียงใด
  • การทดสอบการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นของหลอดลม เป็นการทดสอบอาการหอบหืดมาตรฐานที่มักใช้เพื่อประเมินอาการหอบหืดประเภท cough variant asthma

การรักษา

สำหรับผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาในกลุ่ม ACE inhibitor แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดอาการไอ

ยาที่ใช้รักษาอาการไอเรื้อรัง ได้แก่

  • ยาแก้แพ้ ยากลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoids) และยาลดน้ำมูก ซึ่งเป็นยามาตรฐานสำหรับรักษาอาการภูมิแพ้และลดเสมหะในลำค
  • ยาแก้หอบหืดสำหรับสูดดม เป็นยาที่ได้ผลมากที่สุดสำหรับรักษาอาการไอที่สัมพันธ์กับโรคหอบหืด ได้แก่ ยากลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoids) และยาขยายหลอดลม (bronchodilators) ซึ่งลดอาการอักเสบและขยายทางเดินหายใจ
  • ยาปฏิชีวนะ หากการติดเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะ
  • ยาลดกรด เมื่อการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ไม่ช่วยรักษากรดไหลย้อนได้ อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยยาที่ขัดขวางการสร้างกรด ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด
  • ยาแก้ไอ หากไม่ทราบสาเหตุการไอและการไอทำให้เกิดปัญหารุนแรง เช่น รบกวนการนอนหลับ แพทย์อาจสั่งให้ใช้ยาแก้ไอ อย่างไรก็ดี ไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่ายาแก้ไอที่วางจำหน่ายทั่วไปใช้ได้ผล

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการอาการไอเรื้อรัง

การเลือกไลฟ์สไตล์ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเยียวยาตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีแนวทางที่แนะนำดังต่อไปนี้

  • เลิกสูบบุหรี่ หลังจากคุณเลิกสูบบุหรี่ จะมีโอกาสป็นหวัดหรือไอกรนน้อยลงมาก
  • การเปลี่ยนแปลงอาหาร หากต้องการความช่วยเหลือในการปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร แพทย์อาจแนะนำให้พบนักโภชนาการ
  • ภาวะสุขภาพ แนะนำให้อยู่ห่างจากผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางสัมผัส เช่น โรคหลอดลมอักเสบเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรค นอกจากนี้ ควรล้างมือบ่อยๆ และไม่ใช้เครื่องใช้ที่มีใบมีด ผ้าเช็ดตัว หรือหมอนร่วมกัน

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ


Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อาการไอเรื้อรัง ไอไม่หายของคุณ..อาจเป็นเพราะ 8 สาเหตุนี้

อาการไอช่วยขจัดสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจ แต่บางคนถึงขั้น ไอเรื้อรัง ไอนานเป็นเดือนไม่หายสักที อะไรบ้างที่อาจเป็นสาเหตุของ อาการไอเรื้อรัง เรามาดูกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

มาร์ชเมโล่ (Marshmallow)

สรรพคุณของ Marshmallow อะไรบ้างส่วนใบและรากของ Marshmallow ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและอาการอักเสบของเยื่อเมือกบุผิวของทางเดินหายใจตอนบน ...

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate
สมุนไพร ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ ธันวาคม 4, 2017 . 3 mins read

กรดแทนนิก (Tannic Acid)

กรดแทนนิก (Tannic Acid) พบได้ในผลไม้ และในใบของพืชหลายชนิด เช่น ใบชา องุ่น ลูกพลับ มะนาว นิยมใช้เป็นยารักษาโรค เช่น เริม ผื่นผ้าอ้อม ผดร้อน เล็บขบ โรคบิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
สมุนไพร ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ ธันวาคม 4, 2017 . 3 mins read

บทความแนะนำ

เสมหะมีเลือดปน-ร่างกายอาจกำลังบอกโรค

เสมหะมีเลือดปน โปรดจงตั้งสติ ร่างกายอาจกำลังบอกอะไรคุณอยู่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 27, 2020 . 3 mins read
อาการไอแห้ง-วิธีรักษา-วิธีป้องกัน

อาการไอแห้ง ไร้เสมหะ เราสามารถรักษาได้อย่างไรกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 18, 2020 . 2 mins read
เกษตรกรยุคใหม่-หยุด-เผาไร่อ้อย

เกษตรกรยุคใหม่ หยุด เผาไร่อ้อย เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020 . 2 mins read
ลักษณะการไอ

ลักษณะการไอ ของคุณเป็นแบบไหน ลองเช็คอาการไอ 5 รูปแบบต่อไปนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย แวววิกา ศรีบ้าน
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 25, 2019 . 2 mins read