กลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ (Secondary Parkinsonism)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

กลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ หรือพาร์กินโซนิสซึ่ม (parkinsonism) เป็นกลุ่มอาการ (ไม่ใช่โรค) ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องปัญหาทางการเคลื่อนไหวที่พบในโรคพาร์กินสัน

คำคำกัดความ

กลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิคืออะไร

กลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ (secondary parkinsonism) จะมีอาการเหมือนกับ โรคพาร์กินสัน (หรือ โรคสันนิบาต) แต่อาการนี้จะเกิดจากยาบางชนิด ความผิดปกติของระบบประสาท หรือความเจ็บป่วยอื่นๆ

กลุ่มอาการพาร์กินสันหรือพาร์กินโซนิสซึ่ม (parkinsonism) เป็นกลุ่มอาการ (ไม่ใช่โรค) ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องปัญหาทางการเคลื่อนไหวที่พบในโรคพาร์กินสัน ปัญหาเหล่านี้รวมถึงตัวสั่น เคลื่อนไหวช้า แขนและขาอ่อนแรง

กลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

กลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิมีอาการอย่างไร

อาการทั่วไปของกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ ได้แก่

  • สีหน้าแสดงอารมณ์ลดลง
  • เริ่มและควบคุมการเคลื่อนไหวยาก
  • เคลื่อนไหวไม่ได้หรือร่างกายอ่อนแรง (อัมพาต)
  • พูดเบาลง
  • ลำตัว แขนและขาอ่อนแรง
  • ตัวสั่น

ความสับสนและสูญเสียความทรงจำ อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ นี่เป็นเพราะโรคหลายโรคที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการดังกล่าว สามารถส่งผลให้สมองเสื่อมได้เช่นกัน

อาจมีอาการที่ไม่ได้ระบุถึงข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

เมื่อไหร่ที่ควรไปโรงพยาบาล

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้นหรือมีคำถามอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์ว่า อะไรเป็นทางออกที่ดีที่สุด สำหรับสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ

ภาวะพาร์กินสันทุติยภูมิอาจเกิดได้จากปัญหาสุขภาพหลายปัญหา เช่น

  • สมองได้รับการกระทบกระเทือน
  • โรคลิววีบอดีทั่วร่างกาย (diffuse Lewy body disease) ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของโรคสมองเสื่อม
  • โรคสมองอักเสบ
  • ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือโรคเอดส์ (AIDS)
  • โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • โรคประสาทเสื่อมในร่างกายหลายที่ (Multiple system atrophy)
  • โรคก้านสมองเสื่อม
  • เส้นเลือดในสมองแตก
  • โรควิลสัน (Wilson disease)

สาเหตุอื่นของภาวะพาร์กินสันทุติยภูมิยังรวมถึง

  • สมองได้รับความเสียหายจากยาชา (เช่น ระหว่างการผ่าตัด)
  • คาร์บอน มอนอกไซด์เป็นพิษ
  • ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคจิตเภท หรืออาการคลื่นไส้
  • ปรอทเป็นพิษ รวมถึงสารพิษอื่นๆ
  • การใช้ยาเสพติดเกินขนาด
  • การใช้สารเสพติด MPTP (สารปนเปื้อนในยาเสพติด)

ไม่ค่อยมีกรณีที่ผู้ติดสารเสพติดที่ฉีดสาร MPTP เข้าร่างกาย จะเกิดกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ สารนี้จะเกิดขึ้นระหว่างการทำเฮโรอีน

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ

ผู้ให้บริการด้านการแพทย์จะตรวจร่างกาย และถามคำถามเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวและอาการของผู้ป่วย โปรดตระหนักไว้ว่าอาการของโรคอาจยากที่จะประเมินได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุมาก

การตรวจอาจช่วยแสดงให้เห็นถึงสิ่งต่อไปนี้

  • เริ่มเคลื่อนไหวหรือหยุดเคลื่อนไหวลำบาก
  • กล้ามเนื้อตึง
  • ปัญหาเกี่ยวกับการแสดงท่าทาง
  • เดินช้าและงุ่มง่าม
  • ตัวสั่น
  • โดยทั่วไปแล้ว การตอบสนองโดยอัตโนมัติจะเป็นปกติ

แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นโรคอะไร หรือตัดโรคที่ไม่เกี่ยวข้งออกไป (โรคที่อาจก่อให้เกิดอาการใกล้เคียงกัน)

การรักษากลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ

หากกลุ่มอาการนี้เกิดจากการใช้ยา ผู้ให้บริการด้านการแพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนหรือหยุดยา

การรักษาโรคที่ไม่ได้แสดงอาการอื่นๆ เช่น เส้นเลือดในสมองแตกหรือติดเชื้อ อาจลดอาการหรือป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้น

หากอาการทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ ผู้ให้บริการด้านการแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยา ยาที่ใช้เพื่อรักษาโรคนี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง สิ่งสำคัญก็คือ ต้องพบผู้ให้บริการด้านการแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย กลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิมีแนวโน้มว่า จะตอบสนองต่อการรักษาน้อยกว่าโรคพาร์กินสัน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่จะช่วยรับมือกับกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ

ไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้อาจช่วยป้องกันภาวะพาร์กินสันทุติยภูมิได้

  • การรักษาโรคที่เป็นเหตุให้เกิดกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ อาจช่วยลดความเสี่ยงได้
  • ผู้ใช้ยาที่อาจก่อให้เกิดกลุ่มอาการพาร์กินสันทุติยภูมิ ควรได้รับการเฝ้าสังเกต โดยผู้ให้บริการด้านการแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้น

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: สิงหาคม 14, 2018 | Last Modified: กันยายน 26, 2019