กล้ามเนื้อแข็งตัว (Muscle Stiffness)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

คำจำกัดความ

กล้ามเนื้อแข็งตัวคืออะไร

กล้ามเนื้อแข็งตัว (Muscle stiffness) คืออาการที่กล้ามเนื้อหดเกร็งและเคลื่อนไหวลำบากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่เฉยๆ

กล้ามเนื้อแข็งตัว (Muscle Stiffness) นั้นแตกต่างจากการตึงตัว (rigidity) และ การหดเกร็ง (spasticity) ตรงที่อาการจะเกิดขึ้นแม้ว่าคุณจะไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายก็ตาม

อาการกล้ามเนื้อแข็งตัว (Muscle Stiffness) ส่วนใหญ่หายได้เอง คุณอาจพบว่าอาการนั้นจะบรรเทาลงจากอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวเมื่อคุณออกกำลังกายสม่ำเสมอและยืดเส้นบ่อยๆ

ในบางกรณี อาการกล้ามเนื้อแข็งตัว (Muscle Stiffness) ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีอาการอื่นๆตามมา

กล้ามเนื้อแข็งตัวพบได้บ่อยเพียงใด

กล้ามเนื้อแข็งตัว (Muscle Stiffness)  พบได้ทั่วไป สามารถเกิดได้กับผู้ป่วยทุกเพศทุกวัย แต่สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม

อาการกล้ามเนื้อแข็งตัว

อาจพบสัญญาณเตือนและอาการดังต่อไปนี้

  • เจ็บกล้ามเนื้อ ปวดบวม หรือรู้สึกไม่สบาย
  • บวมแดง
  • นอนไม่หลับ
  • อาการเป็นอุปสรรคต่อการสวมใส่เสื้อผ้า
  • มีปัญหาในการเปลี่ยนท่าทาง

สาเหตุ

สาเหตุของกล้ามเนื้อแข็งตัว

สาเหตุของกล้ามเนื้อแข็งตัวได้แก่

การออกกำลังกาย

สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการกล้ามเนื้อแข็งตัว คือการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ใช้ร่างกายหักโหม

บ่อยครั้ง กล้ามเนื้อแข็งตัวเกิดขึ้นได้ในผู้ที่เริ่มออกกำลังกาย หรือใช้เวลาออกกำลังกายนานขึ้นและหนักขึ้นกว่าปกติ

เมื่อออกกำลังกายหนักขึ้นหรือนานขึ้น กล้ามเนื้อก็ต้องทำงานหนักขึ้น และเป็นสาเหตุที่กล้ามเนื้อบาดเจ็บ เป็นผลให้เกิดอาการแข็งตัวและเจ็บปวดในเวลาต่อมา บางครั้งเราเรียกอาการนี้ว่า DOMS หรืออาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย

เอ็นและกล้ามเนื้ออักเสบ

โดยทั่วไปสาเหตุของการเกิดโรคกล้ามเนื้อแข็งตัวที่พบได้บ่อยคืออาการเอ็นและกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งอาการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อและเอ็น

กล้ามเนื้ออักเสบนั้นเกิดขึ้นเมื่อเส้นใยของกล้ามเนื้อนั้นยืดตัวหรือฉีกขาด พบได้บ่อยโดยเฉพาะในบริเวณขาและบั้นเอว

เอ็นอักเสบนั้นเกิดขึ้นเมื่อเอ็นนั้นเกิดการยืดตัว พลิกหรือฉีกขาด ซึ่งเอ็นคือกลุ่มของเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นรอบข้อต่อที่ทำการเชื่อกระดูกเข้าด้วยกัน

โรคกลุ่มกล้ามเนื้อและข้ออักเสบ (Polymyalgia rheumatica)

โรคกลุ่มกล้ามเนื้อและข้ออักเสบนั้นเกิดจาการที่กล้ามเนื้อมีอาการเจ็บปวดและแข็งตัว ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อส่วนบน รวมถึง บ่า ไหล่และแขน บางครั้งก็มีอาการบริเวณสะโพก อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยนั้นอยู่ที่ 70 ปีและบางคนยังไม่มีอาการจนกระทั่งอายุ 80 ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

แมลงสัตว์กัดต่อย

เมื่อโดนแมลงกัดหรือต่อยบางครั้งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการกล้ามเนื้อแข็งตัว โดยบริเวณที่โดนกัดหรือต่อยมักบวมแดง ผิวหนังนูนขึ้น มีอาการคันและเจ็บปวด

โดยทั่วไปเมื่อโดนแมลงต่อยหรือกัดอาจมีอาการกล้ามเนื้อแข็งตัว อาทิ แตน แตนยักษ์ ผึ้ง เหลือบ เห็บ ยุง หมัด แมลงมุม ริ้น

เมื่อโดนต่อยหรือกัดส่วนใหญ่จะแสดงอาการในสองสามวัน แต่บางรายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยอาการแพ้ที่อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษา

อาการกล้ามเนื้อแข็งหลังถูกแมลงกัดต่อยนั้นมักร่วมด้วยอาการรุนแรง อาทิ โรคข้ออักเสบ โรคมาลาเรีย หรือไข้ป่า โรคเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอื่นๆตามมา อาทิ ไข้สูง และวิงเวียน

การติดเชื้อบางชนิด

อาจเป็นสาเหตุของอาการกล้ามเนื้อแข็งตัว ซึ่งรวมถึงการติดเชื้อดังต่อไปนี้

  • ติดเชื้อบาดทะยัก การติดเชื้อแบคทีเรียที่มาจากดินหรือฝุ่นละออง
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ คือการติดเชื้อบริเวณสมองและไขสันหลัง
  • เอชไอวี
  • โรคปอดอักเสบลีเจียนแนร์
  • โปลิโอ
  • โรคไข้โมโนนิวคลีโอซิส
  • ลูปัส
  •  ไข้หวัด

การใช้ยาบางชนิด

ยาบางชนิดอาจเป็นสาเหตุของอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวได้ โดยอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวมักพบว่าเป็นผลข้างเคียงของการใช้ยากลุ่มสแตตินที่ใช้ลดระดับคลอเรสเตอรอล ยาชาที่ใช้ก่อนทำการผ่าตัดก็สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวได้ โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจกินเวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากใช้ยา

สาเหตุอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อแข็งตัว ได้แก่

  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย
  • น้ำหนักเกิน
  • รับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ
  • นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • อากาศหนาวหรืออากาศชื้นเกินไป

เงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นมักเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อแข็งตัว โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับการวินิจฉัยที่แม่นยำต่อไป

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อแข็ง

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อแข็ง ได้แก่

  • อากการปวด
  • ได้รับบาดเจ็บ
  • อาการเมื่อยล้า
  • อาการบาดเจ็บจากการใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ
  • ความผิดปกติของเส้นประสาท
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ความผิดปกติของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อ
  • ท่านั่งหรือยืนผิดสุขลักษณะ
  • แผลฟกช้ำ

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อใดควรไปพบหมอ

คุณควรพบหมอหากตัวคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการดังต่อไปนี้

  • เมื่ออาการกล้ามเนื้อแข็งตัว ร่วมด้วยอาการไข้ ปวด ปัสสาวะสีเข้ม หรือ เกิดอาการบวม
  •  เมื่อเกิดอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวหลังจากถูกแมลงกัดต่อย และมีปฏิกิริยาแพ้ที่รุนแรง

หากพบว่ามีอาการดังกล่าวหรือมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้ ร่างกายของคนเรานั้นมีปฎิกิริยาตอบสนองแตกต่างกันออกไป โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสมสำหรับตัวคุณ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับอาการกล้ามเนื้อแข็งตัว

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองด้วยวิธีการดังต่อไปนี้อาจช่วยคุณบรรเทาอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวได้

  • พักผ่อนจนกว่าจะร่างกายจะฟื้นตัว
  • ประคบร้อนหรือเย็น หรือเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ยืดเส้นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและระบบไหลเวียนโลหิต
  • อาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำอุ่นเพื่อช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
  • นวดบริเวณที่มีอาการ

นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ง่ายๆ อาจช่วยป้องกันอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวได้ เช่น

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • อบอุ่นร่างกายทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย
  • ยืดกล้ามเนื้อ
  • สวมใส่รองเท้าที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย
  • สวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นหากอากาศเย็น
  • ปรับท่าทางการนั่ง ยืน หรือเดิน ให้ถูกสุขลักษณะ
  • เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน
  • พยายามอย่าอยู่นิ่งๆ เป็นระยะเวลานาน

นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อได้รับสารอาหารที่สำคัญและจำเป็นต่ออวัยวะทุกส่วนของร่างกาย อีกทั้งการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมยังสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวได้อีกด้วย

เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ ควรดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะทุกวัน อาจลองชาสมุนไพร หรือฝานผลไม้บางๆ ลงในน้ำดื่มอัดก๊าซเพื่อเพิ่มรสชาติก็ได้

ผลงานวิจัยชี้ว่า มีความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างอาการกล้ามเนื้อแข็งตัวและภาวะร่างกายขาดน้ำ ดังนั้น ระหว่างออกกำลังกาย ควรสลับหยุดพักและดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกายเป็นระยะๆ

หากมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจอาการและหาแนวทางการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: เมษายน 1, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 27, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย