ความกระทบกระเทือน (Concussion)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ความกระทบกระเทือนคืออะไร

ประเภทของ ความกระทบกระเทือน การได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง สมองแตก หรือร่างกายที่เกิดจากการตกจากที่สูง หรือความบาดเจ็บที่เกิดจากการชน หรือสมองข้างในกระโหลกศรีษะสั่นสะเทือน ถึงแม้ว่าจะมีบาดแผล ฟกช้ำ ที่ใบหน้าและศรีษะ อาจไม่สัญญาณใดที่เกี่ยงกับสมอง คุณอาจจะไม่สลบ (สูญเสียสติ ไม่รู้สึกตัว) ต่อให้กระทบกระเทือนอย่างรุนแรง บางคนอาจมีอาการอย่างเห็นได้ชัดจากความกระทบกระเทือน ตัวอย่างเช่น สลบทันที หรือลืมเรื่องราวก่อนที่จะเกิดความกระทบกระเทือน แต่คนอื่น ๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่คนบางส่วนจะฝื้นตัวได้ทันที หลังจากที่ถูกกระทบกระเทือน บางคนอาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่สำหรับบางคนอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็นอาทิตย์

ความกระทบกระเทือนเป็นอย่างไร

ทุกคนอาจได้รับบาดเจ็บจากการกระแทก รถชน หรือเวลาทำกิจกรรมระหว่างวัน หากคุณมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬา อย่างเช่น ฟุตบอล มวย คุณอาจมีความเสี่ยงในการกระทบกระเทือนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เราสามารถจัดการลดปัจจัยความเสี่ยง ด้วยการปรึกษาแพทย์ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการสั่นสะเทือนเป็นอย่างไร

สัญญาณและอาการของการกระทบกระเทือนมีอยู่หลายประเภท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผล และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ มันไม่ใช่เรื่องจริงเลยที่การหมดสติ จะต้องเกิดจากการกระทบกระเทือนเสมอไป อาจจะเกิดขึ้นในบางคนที่หมดสติไป แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับบางคน

อาการนั้นอาจเกิดขึ้นได้ทันที หรืออาจจะยังไม่เกิดขึ้นในชั่วโมงนั้น วันนั้น สัปดาห์นั้น หรือเดือนนั้นก็เป็นไปได้ สัญญาณของการได้รับ ความกระทบกระเทือน มีดังนี้

  • สูญเสียสติจากความกระทบกระเทือนหลังได้รับบาดเจ็บ
  • มีปัญหาด้านความทรงจำ
  • มึนงง
  • ซึม หรือ อาการซึมเศร้า
  • อาการวิงเวียนศรีษะ
  • เห็นภาพซ้อน หรือ เบลอ
  • ปวดศรีษะ
  • คลื่นไส้ หรือ อาเจียน
  • อ่อนไหวง่ายต่อแสงหรือเสียงดัง
  • ปัญหาด้านความสมดุล
  • ปฏิกิรยาตอบโต้ต่อสิ่งเร้าช้ากว่าปกติ

ช่วงระยะเวลาที่กำลังพักฟื้นหลังจากได้รับ ความกระทบกระเทือน นั้น คุณอาจมีอาการดังต่อไปนี้

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบคุณหมอ

คุณควรติดต่อหมอถ้าคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • สูญเสียสติ หมดสติ เพียงระยะเวลาสั้น ๆ
  • ความจำเสื่อม หรือสูญเสียความทรงจำช่วงเวลาหนึ่ง
  • รู้สึกมึนงงหรือสับสน
  • ปวดหัว
  • อาเจียน
  • อาการชัก เกร็ง
  • นอกจากนี้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ หนังศรีษะบวม ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ

สามเหตุที่ถูกกระทบกระเทือนคืออะไร

สมองของคุณก็เหมือนกับเจลลาติน มันถูกบีบจากการกระแทกในชีวิตประจำวัน และกระแทกโดยไขสันหลังภายในกระโหลกของคุณ การกระแทกอย่างรุนแรงไปยังศรีษะ ลำคอ หรือช่วงบนของร่างกาย อาจทำให้สมองของคุณเลื่อนไปกระแทกกับกระโหลกศรีษะของคุณได้

ความแรงและความเร็วของแรงกระแทกที่ศรีษะนั้น เกิดขึ้นมาจากเหตุการณ์บางอย่าง เช่น อุบัติเหตุรถชน หรือถูกเขย่าอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่สมองได้

อาการบาดเจ็บเหล่านี้มีผลต่อสมอง ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ส่งผลให้เกิดสัญญาณและอาการจากความกระทบกระเทือน

การบาดเจ็บที่สมองนั้น อาจทำให้เกิดเลือดออกในสมองหรือรอบๆ สมองได้ ทำให้เกิดอาการเซื่องซึม หรือสับสน ที่อาจจะเกิดขึ้นทันที หรือภายหลังจากที่เกิดเหตุ

การที่คุณมีเลือดออกในสมองนั้น อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิต นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่มีประสบการณ์ที่ได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ คอยเฝ้าระวังและดูอาการหลังจากนั้น และต้องดูแลอย่างใกล้ชิด หากเกิดภาวะฉุกเฉินหรืออาการแย่ลง

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรคือสิ่งที่เพิ่มความเสียงต่อการกระทบกระเทือนได้

มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพร่างกายของเรา อย่างเช่น

  • การเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ฟุตบอล ฮอกกี้ ซอคเกอร์ รักบี้ มวย หรือกีฬาอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หากมีอุปกรณ์ในการเล่นที่ไม่ปลอดภัย
  • อยู่ในสถาณะการณ์เกิดอุบัติเหตุทางยานพาหนะ
  • อยู่ในสถานณะการณ์เกิดอุบัติเหตุทางเท้าหรือจักรยาน
  • เป็นทหารอยู่ในสนามรบ
  • ตกเป็นเหยื่อในการทารุณกรรมทางร่างกาย
  • เหตุการณ์ตกกระแทก เกิดขึ้นได้ในเด็กและผู้สูงอายุ
  • เคยถูกกระแทกมาแล้วก่อนหน้านี้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่ได้รับไปนั้นไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะดีกว่า

การวินิจฉัยสำหรับการถูกกระทบกระเทือนเป็นอย่างไร

หากแพทย์ผู้ดูแลไข้ของคุณสงสัยว่า คุณนั้นอาจประสบกับภาวะนี้อยู่ การตรวจร่างกายก็จะเกิดขึ้น การทดสอบบางอย่าง แพทย์อาจจะเป็นผู้กำหนด แพทย์ของคุณอาจตั้งคำถามที่ทดสอบความสามารถที่คุณใส่ใจ ตั้งใจ ความรู้ หรือความทรงจำของคุณ แพทย์ของคุณพยายามที่จะหาทางให้คุณแก้ปัญหานั้นได้อย่างรวดเร็ว เขาอาจจะแสดงสิ่งของบางอย่าง หรือซ่อนมัน เพื่อให้คุณระลึกออกได้ว่า มันคืออะไร จากนั้นแพทย์จะทดสอบความแข็งแรง ความสมดุลของการตอบสนองและความรู้สึกของคุณ การทดสอบทางประสาทวิทยาเป็นที่นิยมนำมาใช้มากขึ้น หลังจากถูกกระทบกระเทือน การทดสอบนี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีที่แพทย์ของคุณนั้น สามารถหาทางทำให้คุณคิดออก หรือจำได้หลังจากเกิดความกระทบกระเทือน การทดสอบเหล่านี้แสดงให้เห็นผลว่า อารมณ์ของคุณนั้นเปลี่ยนแปลงไปไหมหลังจากที่ได้รับความกระทบกระเทือน บางครั้งแพทย์อาจจะทดสอบผ่านทางภาพเอ็กซเรย์ อย่างเช่น ภาพจากเครื่องเอ็กซเรย์ CT หรือ เครื่อง MRI เพื่อตรวจดูให้มั่นใจว่า สมองไม่ช้ำ หรือมีเลือดออก

การรักษาอาการจากการกระทบกระเทือนเป็นอย่างไร

การรักษาจะรักษาตามอาการความรุนแรงที่ได้รับตามลำดับ คุณอาจจะต้องทำการผ่าตัด หรือวิธีทางการแพทย์ทางอื่นๆ หากพบว่า คุณมีเลือดออกในสมอง อาการสมองบวม หรือสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ก็ยังถือว่าโชคดีอยู่บ้างที่ส่วนใหญ่นั้น การได้รับความกระทบกระเทือนบางครั้ง อาจจะไม่ต้องถึงกับผ่าตัด หรือว่าทำการรักษาใดๆ มากมายนัก

ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บ แพทย์ของคุณอาจจะสั่งให้ใครสักคนปลุกคุณทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่า คุณนั้นยังมีสติและไม่ได้อาการหนักมากเกินไป พร้อมกับเช็คว่า ร่างกายและพฤติกรรมของคุณนั้นไม่ได้ผิดปกติไป

ในกรณีที่การกระทบกระเทือนนั้น อาจส่งผลให้คุณปวดศีรษะ แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ใช้ยาแก้ปวด อย่างเช่น Ibuprofen (Advil) หรือ Acetaminophen (Tylenol) แพทย์ของคุณอาจสั่งให้คุณพักผ่อนให้มาก ๆ และหลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาและกิจกรรมที่ต้องใช้กำลัง หลีกเลี่ยงการขับรถ ขี่จักรยานเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่เดือน ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้รับความรุนแรงจากการกระทบกระเทือนมากน้อยแค่ไหน แอลกอลฮอลนั้นอาจทำให้คุณหายช้าลง คุณควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และควรหลีกเลี่ยงการดื่มไปสักระยะ

วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการพักฟื้นตัวที่บ้าน

วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการพักฟื้นที่บ้านนั้นช่วยให้จัดการกับการกระทบกระเทือนอย่างไร

โดยการสวมหมวกกันน็อคที่เหมาะสมกับกีฬาประเภทนั้นๆ เพื่อความปลอดภัยในชั่วโมงกิจกรรมด้านกีฬา คุณสามารถลดความเสี่ยงจากการถูกกระทบกระแทกได้ ต้องมั่นใจก่อนว่า หมวกกันน็อค หรือชุดที่สวมใส่นั้น มีความเหมาะสมกับกิจกรรม ปรึกษาโค๊ชผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา เพื่อเทคนิคการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย และต้องให้แน่ใจว่า จะทำตามคำแนะนำของโค๊ชหรือครูฝึก หากคุณมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหาคำตอบและทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: ตุลาคม 17, 2019 | Last Modified: ตุลาคม 18, 2019