ปวดศีรษะ (Headache)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ปวดศีรษะ มีตั้งแต่ระดับที่ไม่รุนแรง ที่สามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการ ไปจนถึงอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ซึ่งถ้าคุณมีอาการปวดหัวเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรักษาอาการต่อไป

ข้อมูลพื้นฐาน

อาการ ปวดศีรษะ คืออะไร

อาการปวดศีรษะ คืออาการปวดที่อาจขึ้นได้ในทุกบริเวณของศีรษะ อาจปวดทั้งสองข้าง หรือปวดเพียงข้างใดข้างหนึ่ง อาจปวดรุนแรง ปวดจี๊ด หรือ ปวดตื้อ อาจค่อยเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นโดยฉับพลัน และอาจปวดเป็นชั่วโมงหรือปวดตลอดวัน

อาการปวดศีรษะแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ ได้แก่

  • ปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ (Primary headaches) เป็นการปวดศีรษะที่ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ได้แก่ ปวดไมเกรน ปวดศีรษะจากความเครียด และปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์
  • ปวดศีรษะแบบทุติยภูมิ (Secondary headaches) เป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดจากโรคอื่นๆ

การปวดศีรษะพบได้บ่อยเพียงใด

อาการปวดศีรษะเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนทุกเพศ ทุกวัย แต่สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการปวดศีรษะ

อาการปวดศีรษะอาจแตกต่างกันไป ตามประเภทของการปวดศีรษะ

อาการของการปวดศีรษะที่เกิดจากความเครียด (tension headache)

  • มีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • มีอาการปวดทั้งศีรษะ
  • มีอาการปวดตลอดทั้งวัน
  • ปวดตอนตื่นนอน
  • มีอาการเหนื่อยล้า
  • ไม่มีสมาธิ
  • มีปฏิกิริยาไวต่อแสงและเสียงดัง
  • ปวดกล้ามเนื้อ

อาการปวดศีรษะไมเกรน (migraines headache)

  • มีอาการปวดปานกลางถึงรุนแรง
  • ตาพร่า
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ปวดท้อง
  • เบื่ออาหาร
  • เกิดจุดบอดในตา
  • ผิวซีด

อาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (cluster headaches)

  • ปวดแบบสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และมีอาการปวดรุนแรงคล้ายอาการแสบไหม้ หรือถูกเจาะ
  • ปวดบริเวณด้านข้างศีรษะ
  • ปวดที่ดวงตาหรือบริเวณกระบอกตาข้างใดข้างหนึ่ง เพียงข้างเดียวตลอดโดยไม่เปลี่ยนข้าง
  • อาการจะค่อยๆ หายไป และจะกลับมามีอาการใหม่ภายในวันเดียวกัน หรือวันต่อๆ ไป

ทั้งนี้ อาจมีอาการอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์

เมื่อใดควรไปพบหมอ

โดยทั่วไป อาการปวดศีรษะนั้นไม่เป็นอันตรายและสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยตนเองเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะที่รุนแรงนั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคภัยไข้เจ็บบางประการ เช่น เนื้องอกในสมองและโรคหลอดเลือดสมอง ทางที่ดี ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการปวดศรีษะของคุณ อย่างไรก็ตาม ร่างกายของแค่ละคนแสดงอาการแตกต่างกัน ควรพบหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไป

สาเหตุ

สาเหตุของการปวดศีรษะ

มีปัจจัยหลายประการที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะได้ บางครั้งอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรมของคุณเองเป็นตัวกระตุ้นโรคประจำตัวก็อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะได้เช่นกัน หรืออาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไวน์แดง
  • เนื้อสัตว์รมควัน
  • การอดนอน
  • อาการปวดกล้ามเนื้อจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม
  • รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา
  • ภาวะขาดน้ำ
  • ความเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล
  • การออกกำลังกายมากไป หรือน้อยเกินไป
  • การใช้ยาผิดประเภท
  • การรับประทานอาหารเย็นจัด

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของอาการปวดศีรษะ

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ได้แก่

  • มีประวัติบุคคลในครอบครัวมีอาการเดียวกันมาก่อน
  • อายุ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีเป็นต้นไปส่วนใหญ่จะมีอาการไมเกรน
  • เพศ เพศหญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนได้มากกว่าชาย 3 เท่า
  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ในเพศหญิงมักมีอาการปวดศีรษะก่อนมีรอบเดือน

การวินิจฉัยและการรักษา

บทความนี้ไม่ได้ให้การวินิจฉัยโรคแต่อย่างใด โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคต่อไป

การวินิจฉัยอาการปวดศีรษะ

ขั้นตอนแรกของการวินิจฉัยอาการปวดศีรษะคือ การตรวจร่างกายเบื้องต้น รวมถึงการตรวจสอบประวัติการแพทย์ของคุณ

โดยคุณควรแจ้งรายละเอียดของคุณให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับอาการปวดศีรษะ ลักษณะของการปวดศีรษะ ระยะเวลาและช่วงเวลาที่ปวด รวมถึงอาการอื่นๆ อย่างละเอียด

การจดบันทึกรายละเอียดของอาการที่คุณมีและแจ้งให้แพทย์ทราบจะช่วยให้การตรวจวินิฉัยโรคแม่นยำยิ่งขึ้น

การรักษาอาการปวดศีรษะ

โดยทั่วไป วิธีรักษาอาการปวดศีรษะนั้นสามารถทำได้ด้วยการซื้อยามารับประทานเอง

อาการปวดศีรษะจากความเครียดนั้นสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวด ได้แก่

อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้ไม่ควรใช้มากเกินไป ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ การใช้ยาที่ซื้อมารับประทานเองมากเกินไป อาจก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาเกินได้ หากใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป ทำให้ร่างกายคุ้นชินกับการใช้ยาและอาจทำให้อาการปวดศีรษะรักษาได้ยากขึ้น

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะ สามารถทำได้ด้วยการลดความเครียดตามวิธีดังต่อไปนี้

  • ทำสมาธิ
  • ฝึกผ่อนคลาย
  • การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT)
  • การตรวจสอบความสมดุลของร่างกาย (Biofeedback)
    ด้วยเทคนิคการผ่อนคลายที่จะช่วยคุณรับมืออาการปวดและความเครียดได้ดีขึ้น
  • การฝังเข็ม
  • การนวดและยืดต้นคอเบาๆ
  • การประคบอุ่นหรืออาบน้ำอุ่น

หากมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: มีนาคม 15, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 22, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน