มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

มะเร็งรังไข่ คือเนื้อร้ายเกิดขึ้นในรังไข่ ซึ่งทำหน้าที่สร้างเซลล์ไข่และฮอร์โมนเพศหญิง มะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การวินิจฉัยโรคนี้ในระยะเริ่มแรกเป็นไปได้ยาก

คำจำกัดความ

มะเร็งรังไข่คืออะไร

มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) เป็นภาวะที่มีเนื้อร้ายเกิดขึ้นในรังไข่ซึ่งทำหน้าที่สร้างเซลล์ไข่และฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งได้แก่ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน หากตรวจพบมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ดี การวินิจฉัยโรคนี้ในระยะเริ่มแรกเป็นไปได้ยาก

มะเร็งรังไข่พบบ่อยเพียงใด

โรคมะเร็งรังไข่พบได้ค่อนข้างบ่อยในผู้หญิงวัยกลางคนถึงสูงอายุ กรณีส่วนใหญ่ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมักเกิดขึ้นในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 55 ปี แต่สามารถป้องกันได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของมะเร็งรังไข่

สิ่งบ่งชี้และอาการต่างๆ ของโรคมะเร็งรังไข่มักไม่ชัดเจนโดยเฉพาะในระยะแรก และอาจทำให้ผู้ป่วยจำนวนมาก และแม้กระทั่งแพทย์เข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคอื่นๆ ได้

สิ่งบ่งชี้และอาการต่างๆ ของโรคมะเร็งรังไข่ที่พบได้มากที่สุด ได้แก่

  • ท้องอืดและกระเพาะอาหารขยายตัว
  • รู้สึกอิ่มง่าย
  • น้ำหนักลด
  • รู้สึกไม่สบายตัวบริเวณเชิงกราน
  • มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการขับถ่าย เช่น ท้องผูก
  • ปัสสาวะบ่อย

อาการที่เป็นไปได้อื่นๆ ได้แก่

  • ประจำเดือนเปลี่ยนแปลง
  • คลื่นไส้ อาเจียน อาหารไม่ย่อย คลั่งผอม หรืออะนาร็อกเซีย ท้องอืด
  • ปวดหลังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีเลือดออกจากช่องคลอดระหว่างรอบเดือน

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

โปรดปรึกษาแพทย์หากคุณมีสิ่งบ่งชี้และอาการใดๆ ของมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านม ควรเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกัน

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของมะเร็งรังไข่

ทุกวันนี้ แพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคนี้ แต่โดยทั่วไปแล้ว มะเร็งมักเกิดขึ้นจากเปลี่ยนแปลงของยีนในร่างกาย ซึ่งทำให้เซลล์ปกติเติบโตกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ หลังจากนั้น เซลล์ดังกล่าวจะแบ่งตัวเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นก้อนเนื้อ นอกจากนี้ เซลล์เหล่านี้ยังสามารถส่งผลกระทบต่อเซลล์ใกล้เคียงและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งรังไข่

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งรังไข่ เช่น

  • มีบุตรน้อย ยิ่งผู้หญิงมีบุตรน้อยมากเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่มากขึ้นเท่านั้น
  • ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมหรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
  • ผู้หญิงที่ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทนติดต่อกันเป็น 5 ปีหรือมากกว่า
  • หญิงสูงอายุ

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยมะเร็งรังไข่

แพทย์สามารถวินิจฉัยมะเร็งรังไข่ตามอาการปัจจุบันและการวินิจฉัยทางคลินิก โดยส่วนมากจะทำการวินิจฉัยโดยใช้อัลตราซาวด์, เอ็มอาร์ไอ (MRI) และ ซีทีสแกน (CT scan) ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นถึงสิ่งบ่งชี้ของการเกิดมะเร็ง

ขณะที่การตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อ เป็นวิธีเดียวที่จะทราบว่า ความผิดปกติที่รังไข่นั้นเป็นเนื้อร้ายหรือเป็นเพียงเนื้องอก โดยจะนำเนื้อเยื่อขนาดเล็กของเนื้องอกไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

นอกจากนี้ แพทย์ยังใช้การผ่าตัดเพื่อระบุระยะของโรคของมะเร็ง เพื่อให้ทราบว่ามะเร็งแพร่กระจายไปไกลเท่าใด ในบางครั้ง สารบ่งชี้มะเร็งรังไข่ หรือที่เรียกว่า CA-125 ซึ่งเป็นสารที่พบในเลือดก็สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคนี้ได้

การรักษามะเร็งรังไข่

การผ่าตัด คือวิธีการรักษามะเร็งรังไข่ที่แพร่หลายที่สุด ไม่ว่าอยู่ในระยะโรคขั้นใดก็ตาม สำหรับมะเร็งในระยะเริ่มแรกนั้น การผ่าตัดเป็นวิธีการรักษาเพียงวิธีเดียวที่แนะนำ โดยจะนำรังไข่และท่อนำไข่ออก นอกจากนี้ มดลูกและอวัยวะอื่นๆ ในบริเวณเชิงกรานและกระเพาะอาหาร จะได้รับการผ่าตัดออกด้วยเช่นกัน หากปรากฏว่ามะเร็งแพร่กระจายไปถึง

ในขั้นต่อไปอาจจำเป็นต้องใช้เคมีบำบัด เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ ส่วนขั้นตอนสุดท้ายคือ แพทย์จะให้ผู้ป่วยตรวจสุขภาพอย่างอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อจัดการกับโรคมะเร็งรังไข่

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้รับมือกับโรคมะเร็งรังไข่ได้

  • เข้ารับการตรวจติดตามอาการเพื่อติดตามระยะของโรคตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ยาเอง หรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ และห้ามใช้ยานอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา
  • รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยเน้นผักและธัญพืชเต็มเมล็ดปริมาณมาก และลดอาหารที่มีไขมัน
  • คุมน้ำหนักและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 23, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน