มะเร็งต่อมพาราไทรอยด์ (Parathyroid Cancer)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ต่อมพาราไทรอยด์ (parathyroid glands) เป็นต่อมขนาดเล็กสี่ต่อมที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์ ที่อยู่ข้างใต้ลูกกระเดือกในคอของคุณ มะเร็งต่อมพาราไทรอยด์ เป็นก้อนเนื้อมะเร็งภายในต่อมพาราไทรอยด์

คำจำกัดความ

มะเร็งต่อมพาราไทรอยด์คืออะไร

ต่อมพาราไทรอยด์ (parathyroid glands) เป็นต่อมขนาดเล็กสี่ต่อมที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์ ที่อยู่ข้างใต้ลูกกระเดือกในคอของคุณ มะเร็งต่อมพาราไทรอยด์เป็นก้อนเนื้อมะเร็งภายในต่อมพาราไทรอยด์

พบได้บ่อยเพียงใด

มะเร็งต่อมพาราไทรอยด์เป็นมะเร็งที่แบ่งตัวช้าประเภทที่พบได้น้อย ผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์มักมีอายุ 30 ปีหรือมากกว่า โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

อาการของมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

  • ปวดกระดูก
  • ท้องผูก
  • อ่อนเพลีย
  • กระดูกแตก
  • หิวน้ำบ่อย
  • ปัสสาวะบ่อย
  • มีนิ่วในไต
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ไม่มีความอยากอาหาร

อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้นหรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

สาเหตุที่เป็นไปได้ของมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์ มีดังต่อไปนี้

  • การฉายรังสี (การรักษาด้วยเอกซเรย์หรือพลังงานชนิดอื่นๆ) ที่บริเวณคอ
  • การถ่ายทอดภาวะไทรอยด์ทำงานเกินในครอบครัว (Familial Isolated Hyperparathyroidism) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้เกิดนิ่วในไต คลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตสูง ร่างกายอ่อนแรง และอ่อนเพลีย
  • กลุ่มอาการ MEN1 (multiple endocrine neoplasia type 1) ซึ่งเป็นภาวะที่สัมพันธ์กับเนื้องอกของต่อมสร้างฮอร์โมน

ปัจจัยเสี่ยง

ความเสี่ยงของมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

ประวัติครอบครัวที่เคยเป็นมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์ ภาวะที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่เรียกว่า multiple endocrine neoplasia อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเนื้องอกต่อมพาราไทรอยด์ชนิดไม่อันตราย เนื้องอกต่อมพาราไทรอยด์ที่สัมพันธ์กับกลุ่มอาการ MEN มักเป็นชนิดที่ไม่ใช่เนื้อร้าย ปัจจัทางพันธุกรรมไม่ปรากฏว่าสัมพันธ์กับมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

ไม่มีความเสี่ยงที่แน่ชัดสำหรับผู้ที่ไม่มีประวัติครอบครัวที่เคยเป็นมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

มะเร็งต่อมพาราไทรอยด์สามารถวินิจฉัยได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การตรวจและประวัติสุขภาพ แพทย์จะสังเกตร่างกายและตรวจหาก้อนนูนหรือสิ่งอื่นๆ ที่ดูไม่ปกติ นอกจากนี้ แพทย์จะถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพในปัจจุบัน และประวัติสุขภาพของครอบครัวของคุณ
  • การตรวจเลือดและปัสสาวะ เป็นการตรวจหาระดับแคลเซียมและพาราไทรอยด์ฮอร์โมนระดับสูงในเลือดและปัสสาวะ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์ก่อนการตรวจ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลตรวจที่ถูกต้องที่สุด
  • การสแกนต่อมพาราไทรอยด์ วิธีนี้จะแสดงให้เห็นว่าต่อมพาราไทรอยด์สร้างพาราไทรอยด์ฮอร์โมนมากเกินไปหรือไม่ วิธีนี้ดำเนินการกับผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาล คุณจะได้รับการฉีดยาที่มีวัตถุกัมมันตรังสี แล้วคุณจะนอนนิ่งๆ เป็นเวลาประมาณ 30 นาทีในขณะที่ถูกถ่ายภาพศีรษะและคอ ต่อมาจะถ่ายภาพอีก และเปรียบเทียบกับภาพถ่ายชุดแรก
  • CT (CAT) สแกน จะมีการใช้คอมพิวเตอร์และเอกซเรย์ถ่ายภาพอย่างละเอียดภายในร่างกาย
  • MRI (magnetic resonance imaging) ใช้คอมพิวเตอร์ เอกซเรย์ และแม่เหล็กเพื่อถ่ายภาพอย่างละเอียดภายในร่างกาย .
  • วิธีนี้ใช้คลื่นเสียงพิเศษเพื่อถ่ายภาพ ซึ่งเรียกว่าวิธีโซโนแกรม (sonogram)
  • ฉีดน้ำสีชนิดพิเศษเข้าสู่หลอดเลือด ในขณะที่น้ำสีเคลื่อนผ่านร่างกาย จะทำการเอกซเรย์เพื่อตรวจหาการอุดกั้น
  • ตัวอย่างเลือดจากหลอดเลือด จะเป็นการนำตัวอย่างเลือดมาจากหลอดเลือดที่แตกต่างกัน และตรวจเพื่อดูว่าต่อมพาราไทรอยด์ต่อมใด ที่สร้างพาราไทรอยด์ฮอร์โมนมากกว่าที่ควรจะเป็น

การรักษามะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

หากแพทย์ตรวจพบมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์ แพทย์จะตรวจว่ามีการลุกลามหรือไม่ ในบางครั้งมะเร็งจะแพร่กระจายและเกิดเซลล์มะเร็งใหม่ในที่อื่นในร่างกาย การรักษาแตกต่างกันออกไปสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

  • การผ่าตัดเป็นการรักษาที่พบได้มากที่สุดสำหรับมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์ แพทย์อาจผ่าตัดนำเพียงก้อนมะเร็งออกมาหรือนำเนื้อเยื่ออื่นๆ ออกมาด้วย หากมะเร็งลุกลามไปยังบริเวณอื่น
  • การฉายรังสีโดยใช้เอกซเรย์และพลังงานสูงอื่นๆ เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง การฉายรังสีอาจใช้ก่อนหรือหลังจากผ่าตัด
  • การผ่าตัดด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency ablation) ใช้ความร้อนเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับพาราไทรอยด์ฮอร์โมนได้
  • เคมีบำบัด เป็นการใช้ยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง ประเภทของยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับมะเร็ง
  • การวิจัยเชิงทดลองทางคลินิก เป็นการตรวจที่แพทย์ลองใช้ยาและวิธีการรักษาแบบใหม่ ให้สอบถามแพทย์ว่าคุณเป็นผู้รับการทดลองได้หรือไม่

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ จะช่วยคุณในการรับมือมะเร็งต่อมพาราไทรอยด์

คนเราสามารถที่จะรับมือกับมะเร็งได้ เช่นเดียวกับจัดการปัญหาอื่นๆ ในชีวิต โดยแต่ละคนทำได้ตามวิธีของตนเอง โดยอาศัยเวลาและการปฏิบัติ คนส่วนใหญ่หาหนทางต่างๆ สำหรับการทำงาน งานอดิเรก และความสัมพันธ์ทางสังคม

ในขณะที่คุณมองหาหนทางในการจัดการสิ่งต่างๆ ที่ได้ผลสำหรับคุณ คุณอาจต้องการลองใช้แนวคิดบางประการดังต่อไปนี้

  • เรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้เกี่ยวกับมะเร็งและการรักษา
  • แสดงความรู้สึก บางคนค้นพบว่าการได้ระบายความรู้สึก สามารถช่วยได้
  • ดูแลตนเอง
  • ออกกำลังกาย
  • พยายามสื่อสารกับผู้อื่น
  • พยายามมุ่งเน้นในสิ่งที่คุณสามารถควบคุมได้ แทนสิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุมได้

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 10, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019

แหล่งที่มา