ลมชัก (Epilepsy)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ลมชัก เป็นความผิดปกติเรื้อรังประเภทหนึ่ง โดยมีอาการชักเกิดขึ้นเองและเกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำ กลุ่มอาการชักมีหลายประเภท และผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการชักมากกว่าหนึ่งประเภท

คำจำกัดความ

ลมชักคืออะไร

ลมชัก (Epilepsy) เป็นความผิดปกติเรื้อรังประเภทหนึ่ง โดยมีอาการชักเกิดขึ้นเองและเกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำ กลุ่มอาการชักมีหลายประเภท และผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการชักมากกว่าหนึ่งประเภท รวมทั้งอาจมีอาการอื่นๆ เกี่ยวกับระบบประสาทร่วมด้วยเช่นกัน

โรคลมชักสามารถรับมือได้โดยลดปัจจัยความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคลมชัก

สิ่งบ่งชี้และอาการของโรคลมชัก ได้แก่

  • มึนงงชั่วคราว
  • ตาค้าง
  • การเคลื่อนไหวแบบกระตุกที่ควบคุมไม่ได้ของแขนและขา
  • ไม่รู้สึกตัว
  • มีอาการทางจิต

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

การมีอาการชักในช่วงเวลาหนึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะที่เป็นอันตรายต่อตัวคุณเองหรือผู้อื่นได้ เช่น

  • หกล้ม
  • จมน้ำ
  • อุบัติเหตุทางรถยนต์
  • อาการแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์
  • อาการทางสุขภาพจิต

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้เกิดขึ้น

  • มีอาการชักมากกว่าห้านาที
  • การหายใจหรือสติไม่กลับมาหลังจากอาการชักหายไป
  • มีอาการชักครั้งที่สองเกิดตามมาทันที
  • มีไข้สูง
  • มีอาการเพลียแดด
  • ตั้งครรภ์
  • เป็นเบาหวาน
  • ทำร้ายตัวเองในระหว่างที่มีอาการชัก

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคลมชัก

ตัวเลขทางสถิติแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยโรคลมชักมากกว่าครึ่งหนึ่งมักไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค ในกรณีที่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค สาเหตุ

มักเกี่ยวข้องกับสมองที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • อิทธิพลทางพันธุกรรม
  • อุบัติเหตุที่ศีรษะ
  • อาการทางสมอง
  • โรคที่เกิดจากติดเชื้อ
  • อาการบาดเจ็บก่อนคลอด
  • อาการผิดปกติเกี่ยวกับการเจริญเติบโต

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคลมชัก

ปัจจัยบางประการอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคลมชัก ได้แก่

  • อายุ
  • ประวัติครอบครัว
  • อาการบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดอื่น ๆ
  • ภาวะสมองเสื่อม
  • สมองติดเชื้อ
  • อาการชักในวัยเด็ก

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคลมชัก

หลังการตรวจสอบอาการและประวัติสุขภาพ แพทย์อาจทำการทดสอบหลายประการ เช่น

  • การตรวจทางประสาท
  • การตรวจเลือด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
  • การตรวจซีทีสแกน
  • การตรวจเอ็มอาร์ไอ
  • การตรวจเอ็มอาร์ไอแบบ Functional MRI (fMRI)
  • การตรวจแบบ Positron Emission Tomography (PET)
  • การตรวจแบบ Single-photon emission computerized tomography (SPECT)

การรักษาโรคลมชัก

การรักษาอาการชักคือการควบคุมอาการชัก ซึ่งผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาทุกราย

การใช้ยา

มียาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคลมชัก ตัวเลือกการใช้ยามักยึดตามปัจจัยต่างๆ เช่น การทนทานต่ออาการข้างเคียงของผู้ป่วย อาการป่วยอื่นๆ ที่ผู้ป่วยอาจมี และการออกฤทธิ์ของยา ถึงแม้ว่าประเภทของโรคลมชักมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก แต่โดยทั่วไปแล้วการใช้ยาสามารถควบคุมอาการชักได้ในผู้ป่วยประมาณร้อยละ 70 อย่างไรก็ดี ผลข้างเคียงบางประการของยารักษาโรคลมชัก ได้แก่

  • ง่วงซึม
  • อ่อนเพลีย
  • กระสับกระส่าย
  • ปวดศีรษะ
  • มีอาการสั่นที่ควบคุมไม่ได้
  • ผมร่วงหรือมีขนขึ้นที่ไม่ต้องการ
  • เหงือกบวม
  • มีผื่น

การผ่าตัด

การผ่าตัดเป็นวิธีรักษาเมื่อพบว่าอาการชักเกิดขึ้นในสมองเป็นบริเวณเล็กและระบุได้ ซึ่งไม่ส่งผลต่อการทำหน้าที่ตามปกติ เช่น การพูด การใช้ภาษา การเคลื่อนไหว การมองเห็น หรือการได้ยิน ในการผ่าตัดนั้น แพทย์จะผ่าตัดนำชิ้นส่วนสมองที่ทำให้เกิดอาการชักออกไป  แต่หากอาการชักเกิดขึ้นในส่วนของสมองที่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้  แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดแบบอื่น โดยใช้การผ่าหลายๆ รอยในสมอง ซึ่งรอยผ่านี้มีไว้ป้องกันการชักไม่ให้แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของสมอง

ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจำนวนมากยังจำเป็นต้องได้รับยาเพื่อป้องกันอาการชักไม่ให้เกิดขึ้นหลังจากการผ่าตัด คุณอาจสามารถใช้ยาได้น้อยลงและลดขนาดยาลง

ในผู้ป่วยบางกลุ่มซึ่งเป็นจำนวนน้อย การผ่าตัดรักษาโรคลมชักอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ความสามารถในการคิดและการรับรู้ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อจัดการกับโรคลมชัก

ถึงแม้ว่าโรคลมชักสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยได้ในหลายด้าน แต่มีแนวปฏิบัติหลักบางประการที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตอย่างไม่ลำบากมากนัก

  • รู้เกี่ยวกับสิ่งกระตุ้น ยิ่งคุณรู้เกี่ยวกับสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการชักและวิธีหลีกเลี่ยงได้มากเท่าไร คุณจะสามารถจัดการอาการของคุณได้มากขึ้นเท่านั้น
  • ใช้ยา ยารักษาโรคลมชักควบคุมอาการชักได้ในผู้ป่วยประมาณร้อยละ 70 แนะนำให้คุณปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัดเนื่องจากอาจเป็นวิธีการที่ได้ผลที่สุดเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ดีกับโรคลมชัก
  • ติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ควรเข้ารับการตรวจติดตามอาการโรคลมชักและการรักษาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง ถึงแม้ว่าคุณอาจจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจอาการบ่อยกว่านี้หากอาการไม่ดีขึ้น
  • ดูแลตัวเอง คุณควรหาวิธีดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและรักษาสุขภาวะด้านจิตใจ เพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ รวมทั้งระมัดระวังอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ และอาการในระยะยาวให้มากขึ้น

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 21, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย