ลิ่มเลือด (Blood clot)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ลิ่มเลือด เป็นกระบวนการที่มีการรวมตัวของเลือดในบริเวณที่มีบาดแผลฉีกขาด กระบวนการแข็งตัวของเลือดจะกระตุ้นเซลล์ขนาดเล็กในเลือดซึ่งเรียกว่าเกล็ดเลือด จะรวมตัวกันในบริเวณที่เกิดบาดแผลเพื่ออุดกั้นในเบื้องต้น

คำจำกัดความ

ลิ่มเลือดคืออะไร

ลิ่มเลือด (Blood clot) เป็นกระบวนการที่มีการรวมตัวของเลือดในบริเวณที่มีบาดแผลฉีกขาด และทำให้เลือดหยุดไหล เมื่อมีบาดแผลหรือได้รับบาดเจ็บ ตัวอย่างเช่น หากเกิดมีดบาดโดยบังเอิญ กระบวนการแข็งตัวของเลือดจะกระตุ้นเซลล์ขนาดเล็กในเลือดซึ่งเรียกว่าเกล็ดเลือด จะรวมตัวกันในบริเวณที่เกิดบาดแผลเพื่ออุดกั้นในเบื้องต้น ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดในเลือด ทำให้เกิดปฏิกิริยาห่วงโซ่อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เกิดสายของโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไฟบริน ซึ่งทำหน้าที่ยึดเกล็ดเลือดเข้าด้วยกัน

เกล็ดเลือดจำนวนมากจะมีการเชื่อมติดกันทางเคมี เพื่อทำให้เกิดลิ่มเลือดที่แข็งแรง เพื่อหยุดภาวะเลือดไหล โดยมีโปรตีนชนิดอื่นๆ ในร่างกายที่ช่วยยับยั้งกระบวนการแข็งตัวของเลือด เมื่อลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่มากพอ และเมื่อบาดแผลหายแล้ว สายไฟบรินจะสลายไปเอง และเกล็ดเลือดจะกลับไปเป็นเพียงเนื้อเยื่อเลือดตามปกติ

ลิ่มเลือดพบบ่อยเพียงใด

ลิ่มเลือดพบได้บ่อยมาก โดยสามารถส่งผลได้ต่อคนทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของการเกิดลิ่มเลือด

คุณอาจสังเกตเห็น เมื่อคุณทำมีดบาดตนเอง มีบริเวณที่บวมขนาดเล็กโดยรอบบาดแผล ในบางครั้งมีอาการคันและมีอาการเจ็บแน่นอน อาการต่างๆ ของลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มีความคล้ายคลึงกัน เมื่อลิ่มเลือดเกิดขึ้นในหลอดเลือดดำ แล้วจะมีรอยแดง อาการเจ็บ อาการบวม และอาจรู้สึกร้อน ในบางครั้ง บริเวณที่มีอาการบวมทั้งหมดมีสีน้ำเงิน เนื่องจากมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นมาก

อย่างไรก็ดี หากมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดง อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น ตามปกติ เลือดจะไหลเวียนไปตามหลอดเลือดแดง เพื่อทำหน้าที่ทางชีววิทยา เช่น การหายใจ ดังนั้น หากเกิดลิ่มเลือด อาจมีอาการเหงื่อออก หายใจลำบาก และในบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก และอาหารไม่ย่อย และหากเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปยังสมอง อาจทำให้เกิดอาการมึนงง และสูญเสียการมองเห็นหรือการพูด หรือเกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดลิ่มเลือด

ลิ่มเลือดเกิดขึ้นเมื่อมีบาดแผล อย่างไรก็ดี หากการไหลเวียนของกระแสเลือดมีปํญหาหรือเกิดภาวะหยุดนิ่ง เลือดจะเริ่มเกิดการแข็งตัวด้วยเช่นกัน

ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึก (Deep vein thrombosis) และภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation) เป็นอาการที่พบได้หากเกิดการแข็งตัวของเลือด การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึก จะเกิดขึ้นเมื่อเลือดไหวเวียนช้าในหลอดเลือดดำ ในขณะที่ภาวะหัวห้องบนสั่นพลิ้วเกิดขึ้น เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจไม่คงที่ จึงสูบฉีดโลหิตผิดปกติ

นอกจากนี้ ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดได้ เนื่องจากทำให้เกิดคราบพลัคภายในหลอดเลือด เมื่อคราบพลัคเหล่านี้แตกตัว เลือดจะเริ่มแข็งตัวกลายเป็นลิ่มเลือดได้

คำจำกัดความ

ลิ่มเลือด

ลิ่มเลือด (Blood clot) เป็นกระบวนการที่มีการรวมตัวของเลือดในบริเวณที่มีบาดแผลฉีกขาดและเลือดหยุดไหลเมื่อมีบาดแผลหรือได้รับบาดเจ็บ 

ตัวอย่างเช่น หากเกิดมีดบาดโดยบังเอิญ กระบวนการแข็งตัวของเลือดจะได้รับการกระตุ้น เซลล์ขนาดเล็กในเลือดซึ่งเรียกว่าเกล็ดเลือด จะรวมตัวกันในบริเวณที่เกิดบาดแผลเพื่ออุดกั้นในเบื้องต้น ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดในเลือดทำให้เกิดปฏิกิริยาห่วงโซ่อย่างรวดเร็วซึ่งทำให้เกิดสายของโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไฟบริน ซึ่งทำหน้าที่ยึดเกล็ดเลือดเข้าด้วยกัน

เกล็ดเลือดจำนวนมากจะมีการเชื่อมติดกันทางเคมีเพื่อทำให้เกิดลิ่มเลือดที่แข็งแรงเพื่อหยุดภาวะเลือดไหล โดยมีโปรตีนชนิดอื่นๆ ในร่างกายที่ช่วยยับยั้งกระบวนการแข็งตัวของเลือดเมื่อลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่มากพอ และเมื่อบาดแผลหายแล้ว สายไฟบรินจะสลายไปเอง และเกล็ดเลือดจะกลับไปเป็นเพียงเนื้อเยื่อเลือดตามปกติ

เลิ่มเลือดพบบ่อยเพียงใด 

ลิ่มเลือดพบได้บ่อยมาก โดยสามารถส่งผลได้ต่อคนทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

อาการ

อาการ

คุณอาจสังเกตเห็นเมื่อคุณทำมีดบาดตนเอง มีบริเวณที่บวมขนาดเล็กโดยรอบบาดแผล ในบางครั้งมีอาการคันและมีอาการเจ็บแน่นอน อาการต่างๆ ของลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญมีความคล้ายคลึงกัน เมื่อลิ่มเลือดเกิดขึ้นในหลอดเลือดดำ แล้วจะมีรอยแดง อาการเจ็บ อาการบวม และอาจรู้สึกร้อน ในบางครั้ง บริเวณที่มีอาการบวมทั้งหมดมีสีบ้ำเงินเนื่องจากมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นมาก

อย่างไรก็ดี หากมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดง อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น ตามปกติ เลือดจะไหลเวียนไปตามหลอดเลือดแดงเพื่อทำหน้าที่ทางชีววิทยา เช่น การหายใจ ดังนั้น หากเกิดลิ่มเลือด อาจมีอาการเหงื่อออก หายใจลำบาก และในบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก และอาหารไม่ย่อย และหากเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปยังสมอง อาจทำให้เกิดอาการมึนงง และสูญเสียการมองเห็นหรือการพูด หรือเกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้ 

ควรไปพบหมอเมื่อใด 

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ 

สาเหตุ

สาเหตุ

ลิ่มเลือดเกิดขึ้นเมื่อมีบาดแผล อย่างไรก็ดี หากการไหลเวียนของ
กระแสเลือดมีปํญหาหรือเกิดภาวะหยุดนิ่ง เลือดจะเริ่มเกิดการแข็งตัวด้วยเช่นกัน 

ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึก (Deep vein thrombosis) และภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation) เป็นอาการที่พบได้หากเกิดการ
แข็งตัวของเลือด การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึกจะเกิดขึ้นเมื่อเลือดไหวเวียนช้าในหลอดเลือดดำ ในขณะที่ภาวะหัวห้องบนสั่นพลิ้ว
เกิดขึ้นเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจไม่คงที่ จึงสูบฉีดโลหิตผิดปกติ
 

นอกจากนี้ ระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดสูงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดได้เนื่องจากทำให้เกิดคราบพลัคภายในหลอดเลือด เมื่อคราบพลัคเหล่านี้แตกตัว เลือดจะเริ่มแข็งตัวกลายเป็นลิ่มเลือดได้ 

ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง 

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดลิ่มเลือด เช่น   

  • ความดันโลหิตสูง
  • ระดับคลอเรสเตอรอลสูง
  • โรคเบาหวาน
  • การสูบบุหรี่
  • มีประวัติสุขภาพของครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจวาย
    หรือโรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคมะเร็ง
  • ผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากการได้รับบาดเจ็บหรือใช้เวลานั่ง
    เป็นเวลานาน
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม

การวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัย

สิ่งแรกคือการทำความเข้าใจประวัติสุขภาพของผู้ป่วยเพื่อหาภาวะ
สุขภาพที่อาจทำให้เกิดลิ่มเลือด การเกิดลิ่มเลือดเป็นกระบวนการ
ตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น ดังนั้น การทำความเข้าใจข้อมูลแวดล้อมโดยละเอียดจะช่วยกำหนดแนวทางการรักษาได้ดียิ่งขึ้น 

การแข็งตัวของเลือดที่เป็นอันตรายมีสิ่งบ่งชี้แตกต่างกัน เนื่องจาก
ลิ่มเลือดสามารถเกิดขึ้นทุกบริเวณในร่างกายตั้งแต่สมองไปจนถึงขา
การตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจ EEG, EKG, และ CT scan หรือวิธีอื่นๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการวินิจฉัยขั้นต่อไป 

การรักษา 

ด้วยความหลากหลายเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด มีการรักษาหลายประการจากการใช้ยาไปจนถึงการผ่าตัด บริเวณและความรุนแรงของ
การแข็งตัวของเลือดจะกำหนดว่าการรักษาประเภทใดที่เหมาะสม

โดยสรุปแล้ว วัตถุประสงค์ในการรักษาคือการทำให้เลือดไหลเวียนได้ตามปกติอีกครั้งโดยไม่มีการแข็งตัวของเลือดที่ผิดปกติใดๆ นอกจากนี้ คผู้ป่วยยังสามารถดูแลรักษาตัวเองโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา ด้วยการใช้ชีวิตที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการออกกำลังกายเป็นประจำซึ่งจะช่วยใให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และ
การเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับ
ลิ่มเลือด
 

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้จะช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดได้ 

  • เคลื่อนไหวและขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว คลอเรสเตอรอล และโซเดียมในปริมาณต่ำ 
  • เฝ้าระวังความดันโลหิต
  • ลดน้ำหนัก
  • ลดน้ำตาลในเลือด
  • เลิกสูบบุหรี่ 

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด 

Review Date: ธันวาคม 30, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019

แหล่งที่มา