หนองในเทียม (Chlamydia)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

หนองในเทียม หรือ คลามายเดีย เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่เกิดจากแบคทีเรีย ซึ่งพบได้บ่อย สัญญาณเตือนทั่วไปคืออาการเจ็บที่อวัยวะเพศ และมีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดหรือองคชาต

คำจำกัดความ

หนองในเทียม คืออะไร

หนองในเทียม หรือคลามายเดีย (Chlamydia) เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (sexual transmitted infection: STI) ชนิดหนึ่งที่เกิดจากแบคทีเรียที่เรียกว่าคลามายเดีย ทราโคเมทิส (chlamydia trachomatis) คุณอาจไม่ทราบว่าเป็นหนองในเทียม เนื่องจากคนจำนวนมากมักไม่มีสัญญาณเตือนหรืออาการใดๆ หากมีสัญญาณเตือนหรืออาการ สัญญาณเตือนทั่วไปคืออาการเจ็บที่อวัยวะเพศ และมีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดหรือองคชาต หนองในเทียมยังสามารถส่งผลต่อคอมดลูก ทวารหนัก ท่อปัสสาวะ ตา และคอได้อีกด้วย

หนองในเทียมพบได้บ่อยเพียงใด

หนองในเทียมพบได้บ่อยมาก โดยจะมีการติดเชื้อในคนประมาณ 131 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี สามารถส่งผลต่อทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี หนองในเทียมพบได้มากกว่าหนองในแท้สามเท่า และมากกว่าซิฟิลิส (syphilis) 50 เท่า ซึ่งโรคทั้งสองชนิดดังกล่าวเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้ทั่วไปอีกด้วย หากคุณสงสัยว่าคุณอาจติดเชื้อ เป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้ารับการรักษาโดยทันที

อาการ

อาการของหนองในเทียม

หนองในเทียมไม่ค่อยแสดงให้เห็นถึงสัญญาณเตือนและอาการในระยะเริ่มแรก เมื่อมีสัญญาณเตือนและอาการต่างๆ คุณอาจสังเกตเห็นสิ่งดังต่อไปนี้

  • มีไข้ต่ำ
  • มีอาการบวมรอบช่องคลอดหรืออัณฑะ
  • มีความรู้สึกปวดหรือแสบในระหว่างขับถ่ายปัสสาวะ
  • มีอาการปวดท้องส่วนล่าง
  • มีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดที่ผิดปกติ
  • มีสารคัดหลั่งจากองคชาต
  • มีอาการปวดในระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • ใมีเลือดออกในระหว่างช่วงมีประจำเดือนและหลังมีเพศสัมพันธ์
  • มีอาการปวดอัณฑะ

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นภายในเวลาหนึ่งถึงสามสัปดาห์ของการรับเชื้อ หากมีข้อกังวลใดๆ เกี่ยวกับอาการหนึ่งหรืออาการใดๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอหากมีสัญญาณเตือนหรืออาการใดๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น นอกจากนี้ ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะพบหมอหากคู่นอนของคุณมีสัญญาณเตือนหรืออาการใดๆ ของหนองในเทียม ถึงแม้ว่าคุณไม่มีอาการ คุณอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อป้องกันจากการมีอาการแย่ลงหรือการแพร่กระจาย

สาเหตุ

สาเหตุของหนองในเทียม

หนองในเทียมเกิดจากแบคทีเรียที่เรียกว่าคลามายเดีย ทราโคเมทิส และสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปาก และทางทารหนัก หากคุณเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นหนองในเทียม คุณยังสามารถแพร่เชื้อไปยังทารกได้ ซึ่งทำให้เกิด โรคปอดบวม (pneumonia) หรือการติดเชื้อรุนแรงที่ดวงตา หนองในเทียมรักษาได้ง่ายและไม่ควรละเลย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา หนองในเทียมสามารถทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ยาก หากคุณสงสัยว่าคุณหรือคู่นอนของคุณเป็นหนองในเทียม โปรดไปพบหมอทันที

นอกเหนือจากภาวะมีบุตรยาก (infertility) แล้ว หนองในเทียมสามารถทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น

  • เชิงกรานอักเสบ (Pelvic inflammatory disease) เชิงกรานอักเสบเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียได้แพร่กระจายไปยังเชิงคอมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ เชิงกรานอักเสบสามารถทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ท้องนอกมดลูก (ภาวะร้ายแรงเมื่อไข่ปฏิสนธินอกมดลูก) หรือมีอาการปวดเชิงกรานเรื้อรัง
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) เกิดขึ้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ
  • ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) เกิดขึ้นเมื่อต่อมลูกหมากบวม
  • กลุ่มอาการไรเตอร์ (Reiter’s syndrome) ทำให้เกิดข้ออักเสบ ตาแดง และความผิดปกติเกี่ยวกับท่อปัสสาวะ
  • การติดเชื้ออื่นๆ การติดเชื้อเหล่านี้อาจส่งผลต่อพื้นผิวของท่อปัสสาวะในผู้ชาย พื้นผิวของไส้ตรง หรือดวงตา

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหนองในเทียม

คุณมีความเสี่ยงมากขึ้นสำหรับหนองในเทียมหากมีปัจจัยเสี่ยงใดๆ ดังต่อไปนี้

  • มีอายุน้อยกว่า 24 ปี
  • มีเพศสัมพันธ์บ่อยกับคู่นอนหลายคน
  • มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน
  • มีประวัติเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

เพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด คุณควรมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและเข้ารับการตรวจเป็นประจำ

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหนองในเทียม

หนองในเทียมมักได้รับการวินิจฉัย เมื่อคุณเข้ารับการตรวจในระหว่างที่พบหมอ คุณควรเข้ารับการตรวจทุกปีหากมีอายุน้อยกว่า 25 ปีและมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง หากคุณมีอายุมากกว่า 25 ปี คุณควรเข้ารับการตรวจทุกปี หากมีคู่นอนมากกว่าหนึ่งคน มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีคู่นอนหลายคน ไม่มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หรือมีประวัติเคยเป็นหนองในเทียมในอดีต

การรักษาโรคหนองในเทียม

หนองในเทียมสามารถรักษาได้ง่ายด้วยยาปฏิชีวนะ คุณจะจำเป็นต้องพบหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องเหมาะสม แล้วแพทย์มักจะสั่งยาปฏิชีวนะให้คุณและคู่นอนของคุณเป็นเวลาห้าถึงสิบวัน ในบางกรณี อาจใช้เวลาสองสัปดาห์เพื่อรักษาหนองในเทียมให้หายขาด คุณไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างเวลานี้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของหนองในเทียม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างระมัดระวัง เป็นสิ่งสำคัญเสมอที่จะใช้ยาปฏิชีวนะให้ครบชุดเพื่อป้องกันการดื้อยาและการกลับมาติดเชื้อซ้ำ ทันทีที่คุณได้รับการรักษา คุณไม่มีภูมิคุ้มกันต่อหนองในเทียม การกลับมาติดเชื้อซ้ำยังคงสามารถเกิดขึ้นได้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการหนองในเทียม

เพื่อจัดการความเสี่ยงสำหรับหนองในเทียม แนะนำให้คุณปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ห้ามมีเพศสัมพันธ์ หมายความว่าห้ามมีเพศสัมพันธ์ใดๆ ทั้งเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ใดๆ
  • ซื่อสัตย์ต่อคู่รัก เมื่อคุณและคู่รักของคุณไม่มีคู่นอนคนอื่นๆ คุณลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างมาก
  • มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หมายความว่าคุณจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมด ถุงยางอนามัยทำงานโดยการป้องกันเลือด สารคัดหลั่งในช่องคลอด และน้ำอสุจิไม่ให้แพร่เชือ้แบคทีเรียไปยังบุคคลอื่น
  • ทำความเข้าใจว่าวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ จะไม่ป้องกันคุณได้ การคุมกำเนิดวิธีอื่นๆ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด การปลูกถ่าย อุปกรณ์ (intrauterine devices) แผ่นครอบปากมดลูก และยาฆ่าอสุจิ จะไม่ป้องกันคุณจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ใดๆ ซึ่งรวมทั้งหนองในเทียมด้วย
  • พูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับคู่นอนของคุณ เป็นสิ่งสำคัญที่จะสื่อสารอย่างเกิดเผยกับคู่นอนของคุณเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และการใช้ถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์
  • เข้ารับการตรวจ หากคุณมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับคู่นอนหลายคน คุณควรเข้ารับการตรวจเป็นประจำเพื่อหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด
  • ตรวจร่างกายเป็นประจำ ในระหว่างการตรวจร่างกาย แพทย์สามารถหาสัญญาณเตือนต่างๆ ที่สามารถช่วยให้คุณได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ ได้

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 31, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 2, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย