หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย (Exercise-induced asthma)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ผู้ป่วยหอบหืดเรื้อรังส่วนใหญ่มักเกิดอาการหอบหืดระหว่างการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นโรคหอบหืดเรื้อรัง แต่เกิดอาการหอบหืดขึ้นในช่วงที่ออกกำลังกาย

อาการ

หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกายคืออะไร

หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย (Exercise-induced asthma) เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายหนักและยาวนาน ผู้ป่วยหอบหืดเรื้อรังส่วนใหญ่มักเกิดอาการหอบหืดระหว่างการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นโรคหอบหืดเรื้อรัง ที่เกิดอาการหอบหืดขึ้นในช่วงที่ออกกำลังกาย

หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกายพบบ่อยแค่ไหน

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

สัญญาณและอาการของโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

สัญญาณและอาการของโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย อาจเกิดขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย หรือประมาณ 2-3 นาทีหลังออกกำลังกาย และอาการจะเกิดต่อเนื่องไปเป็นเวลา 30 นาที หรือนานกว่านั้น หากไม่ได้รับการรักษา สัญญาณและอาการของโรคมีดังนี้

  • ไอ
  • หายใจมีเสียงวี้ด
  • หายใจสั้น
  • แน่นและเจ็บหน้าอก
  • เหนื่อยล้าขณะออกกำลังกาย
  • สมรรถนะการเล่นกีฬาต่ำกว่าปกติ
  • รู้สึกสุขภาพไม่ดี ถึงแม้จะดูมีสุขภาพดีก็ตาม
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม (สัญญาณเบื้องต้นในกลุ่มเด็ก)

อาจมีอาการอื่นที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น หากมีปัญหาเกี่ยวกับอาการของโรค ควรปรึกษาแพทย์

ควรพบหมอเมื่อไร

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการดังที่กล่าวไปข้างต้น หรือมีคำถามใดก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ แต่ละคนมีอาการที่แตกต่างกันออกไป จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ดีที่สุด ควรเข้ารับการรักษาโดยด่วนหากอาการต่างๆ แย่ลง ดังนี้

  • หายใจสั้นลงและมีเสียงวี้ดที่รุนแรงขึ้น
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังจากพ่นยา

สาเหตุ

โรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

นักวิจัยหลายท่านกำลังศึกษาข้อมูล ที่เกี่ยวกับสาเหตุการเกิดโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย อาจมีการกระบวนการชีววิทยาอีกมาก ที่นำไปสู่การเกิดโรค นักวิจัยทราบว่า ผู้ที่พบกับอาการหดเกร็งของหลอดลมจากการออกกำลังกายนั้น การออกกำลังกายอย่างหนักจะไปกระตุ้นโมเลกุล ที่ส่งผลให้เกิดการอักเสบ และเกิดการสร้างมูกในระบบทางเดินหายใจได้

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหอบหืดจากการออกกำลังกาย

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหอบหืดจากการออกกำลังกาย มีดังนี้

  • อากาศเย็น
  • อากาศแห้ง
  • มลภาวะทางอากาศ
  • ปริมาณละอองเกสรในอากาศ
  • สารคลอรีนในสระว่ายน้ำ
  • การติดเชื้อทางระบบหายใจหรือโรคปอด
  • กิจกรรมที่ต้องใช้การหายใจยาวเป็นเวลานาน เช่น การวิ่งระยะยาว การว่ายน้ำ หรือฟุตบอล

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้ทดแทนคำปรึกษาทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เสมอเพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

นอกเหนือจากการซักถามเกี่ยวกับอาการของโรค แพทย์จะทำการทดสอบเพื่อประเมินการทำงานของปอดและตัดโรคอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการออกไป

การทดสอบการทำงานของปอด

แพทย์จะใช้การตรวจสไปโรเมตรีย์ (spirometry test) เป็นการตรวจสมรรถภาพปอด เพื่อทดสอบการทำงานของปอดเมื่อไม่ได้ออกกำลังกาย เครื่องตรวจสมรรถนะปอดจะทำการวัดปริมาณอากาศที่เข้าไปขณะหายใจเข้า และอากาศที่ออกมาขณะหายใจออก และความเร็วในการหายใจออก

หลังการทดสอบ แพทย์อาจให้ยาขยายหลอดลมเพื่อขยายปอด แล้วทำการทดสอบซ้ำ และนำผลมาเปรียบเทียบกัน เพื่อประเมินว่ายาขยายหลอดลมทำให้การหายใจดีขึ้นหรือไม่ การทดสอบสมรรถภาพของปอดตอนแรกเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อตัดโรคหอบหืดเรื้อรังที่ซ่อนอยู่ออกไป

การทดสอบการออกกำลังกาย

การทดสอบเพิ่มเติมที่ช่วยให้แพทย์สังเกต และประเมินอาการได้ ก็คือการทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย อาจเป็นการวิ่งบนลู่วิ่ง หรือเครื่องออกกำลังกายอื่นๆ ที่เพิ่มอัตราการหายใจ การออกกำลังกายเพื่อทดสอบนี้ต้องหนักมากพอที่จะกระตุ้นอาการที่คุณเป็น หากจำเป็น แพทย์อาจให้คุณออกกำลังกายเหมือนในชีวิตจริง เช่น การขึ้นบันได

การตรวจสไปโรเมตรีย์ทั้งก่อนและหลังการทดสอบสมรรถภาพ เป็นหลักฐานแสดงการเป็นโรคหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

ตัวเลือกอื่นในการทดสอบสมรรถนะร่างกาย

แพทย์อาจใช้การทดสอบการหายใจ เป็นตัวเลือกแทนการทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย เพื่อจำลองภาวะที่อาจกระตุ้นอาการหลอดลมตีบจากการออกกำลังกาย หากทางเดินหายใจของคุณตอบสนองต่อสิ่งเร้า การทดสอบนี้จะจำลองการทำงานของปอดเมื่อคุณออกกำลัง

เช่นเดียวกัน การตรวจสไปโรเมตรีย์ทั้งก่อนและหลังการทดสอบนี้ จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการทำงานของปอด ตัวเลือกอื่นในการทดสอบ มีดังนี้

  • การทดสอบความไวของหลอดลมด้วย Methacholine โดยการใช้สารที่หายใจเข้าไปซึ่งจะทำปฏิกิริยากับเซลล์กล้ามเนื้อเรียบบริเวณทางเดินหายใจ และส่งผลให้เกิดหลอดลมอุดตัน
  • การทดสอบ Eucapnic voluntary hyperventilation (EVH) โดยการหายใจเอาอากาศที่มีส่วนประกอบของ ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และไนโตรเจน เป็นการจำลองการถ่ายเทของอากาศขณะที่หายใจลำบาก
  • การทดสอบ Mannitol challenge โดยการหายใจเอาผงแป้งที่กระตุ้นการสูญเสียน้ำบริเวณผิวของทางเดินหายใจ และเปลี่ยนกิจกรรมของโมเลกุลที่ควบคุมการอักเสบ เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอุดตันของหลอดลม ในบุคคลที่ทางเดินหายใจแพ้ง่าย

การตัดโรคอื่นๆ

แพทย์อาจจะใช้การทดสอบอื่นๆ เพื่อตัดโรคอื่นที่มีอาการคล้ายโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลัง โรคอื่นๆ ดังกล่าวประกอบด้วย

  • โรคเส้นเสียงบกพร่อง
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคปอด
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) หรือโรคเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ
  • โรคกรดไหลย้อน

การรักษาอาการหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

แพทย์อาจสั่งยาเพื่อรักษาอาการระยะสั้น หรือยาที่ทานทุกวันเพื่อรักษาอาการระยะยาว

ยาที่ใช้ก่อนการออกกำลังกาย

แพทย์อาจสั่งยาที่ใช้ก่อนการออกกำลังกาย เพื่อลดหรือป้องกันโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาและระยะเวลาระหว่างการกินยากับการออกกำลังกาย กลุ่มยาในกลุ่มนี้มีดังต่อไปนี้

  • ยาเบต้าอะโกนิสท์ชนิดออกฤทธิ์เร็ว (SABAs) เป็นยาพ่นที่ใช้ในการขยายหลอดลม ยาชนิดนี้ใช้กันมากที่สุด และโดยทั่วไปมีประสิทธิภาพที่สุดในการใช้ก่อนการออกกำลังกาย แต่ไม่ควรใช้ยานี้ทุกวันเนื่องจากอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้ ยากลุ่มนี้ประกอบด้วย ยาอัลบูเทอรอล (albuterol) อย่างเช่น โปรแอร์ เอชเอฟเอ (ProAir HFA), โปรเวนทิล เอชเอฟเอ (Proventil HFA), เวนโทลิน เอชเอฟเอ (Ventolin HFA), ยาลีวอลบูเทอรอล (levalbuterol) อย่างเช่นโซพีเน็กซ์ เอชเอฟเอ (Xopenex HFA) และ เพอบูเทอรอล (pirbuterol) อย่างเช่นแม็กซ์แอร์ (Maxair)
  • ยาไอปราโทรเปียม (Ipratropium) อย่างเช่นอะโทรเวนท์ เอชเอฟเอ (Atrovent HFA) เป็นยาสูดดมที่ช่วยผ่อนคลายหลอดลม และใช้ได้ผลกับบางคน สามารถใช้ยาชนิดนี้ในรูปแบบของยาพ่นแบบฝอยละออง

ยารักษาอาการระยะยาว

แพทย์อาจสั่งยาเพื่อใช้รักษาระยะยาวเพิ่มเติมจากยาก่อนออกกำลังกายที่ทานเป้นประจำเพื่อจัดการกับปัญหาเมื่อการรักษาก่อนการออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ผล การรักษาดังต่อไปนี้ควรทำสม่ำเสมอ

  • สูดพ่นยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อช่วยยับยั้งการอักเสบของหลอดลม อาจใช้ยานี้เป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์เพื่อการรักษาที่ได้ผล ยากลุ่มนี้ได้แก่ ฟลูติคาโซน (fluticasone) อย่างเช่นโฟลเวนท์ ดิสคัส (Flovent Diskus) หรือโฟลเวนท์ เอชเอฟเอ (Flovent HFA), ยาบูเดโซไนด์ (budesonide) อย่างเช่น พัลมิคอร์ต เฟล็กซ์ฮาเลอร์ (Pulmicort Flexhaler), ยาโมเมตาโซน (mometasone) อย่างเช่น แอสมาเน็กซ์ ทวิสต์ฮาเลอร์ (Asmanex Twisthaler) และยาเบโคลเมตาโซน (beclomethasone) อย่างคิววาร์ (Qvar)
  • ใช้ยาพ่นที่มีส่วนประกอบของยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ร่วมกับยาเบต้าอะโกนิสท์ชนิดออกฤทธิ์นาน ซึ่งช่วยให้บรรเทาทางเดินหายใจ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาสูดพ่นก่อนการออกกำลัง ใช้ยาฟลูติคาโซนกับยาซาเมเตอรอล อย่างเช่น แอดแวร์ ดิสคัส (Avair Diskus) ยาบูเดโซไนด์กับยาฟอร์โมเตอรอล อย่างเช่นซิมบิคอร์ต (Symbicort) และยาโมเมตาโซนกับยาฟอร์โมเตอรอล อย่างเช่นดูเลร่า (Dulera)
  • ยาต้านลิวโคไตรอีน (Leukotriene modifiers) เป็นกลุ่มยาที่เข้าไปยับยั้งการอักเสบสำหรับผู้ป่วยบางคน อาจใช้ยาชนิดนี้ทุกวันหรือในกรณีป้องกันอาการก่อนการออกกำลังอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ ยามอนเตลูคาสต์ (montelukast) อย่างเช่นซินกูแลร์ (Singulair) ยาซาเฟอลูคาสต์ (zafirlukast) อย่างเช่นแอคโคเลต (Accolate) และยาซิลิวตอน (zileuton) อย่างเช่นไซโฟล (Zyflo) และ ไซโฟล ซีอาร์ (Zyflo CR) ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยามีดังนี้ อารมณ์และพฤติกรรมแปรปรวน คิดฆ่าตัวตาย ควรปรึกษาหากมีสัญญาณหรืออาการดังกล่าว

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตลืและการเยียวยาตนเองเพื่อรับมือกับอาการหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

การเปลี่ยนพฤติกรรมและการเยียวยาตนเอง เพื่อรับมือกับอาการหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย มีดังนี้

  • อบอุ่นร่างกาย 10 นาทีในระดับความหนักที่ต่างกัน ก่อนการออกกำลังกาย
  • หายใจเข้าทางจมูก เพื่อให้อากาศอุ่นและชื้นก่อนเข้าสู่ปอด
  • สวมหน้ากากหรือผ้าพันคอเมื่อออกกำลังกาย โดยเฉพาะในอากาศที่เย็นและแห้ง
  • หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่ออาการภูมิแพ้ เช่น ไม่ควรออกกำลังกายในที่โล่ง ซึ่งมีปริมาณละอองเกสรอยู่สูง
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องออกแรงมาก หากคุณมีอาการไข้หวัด หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมน้ำหนัก และระบบการหายใจที่ดี

ในโรงเรียน

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนสำหรับเด็กที่เกิดอาการหอบหืดจากการออกกำลัง โดยแพทย์จะให้คำแนะนำขั้นตอนแก่ครู พยาบาล หรือโค้ช เกี่ยวกับการดูแลเด็กที่เป็นโรคนี้ รวมถึงวิธีการต่างๆ ที่ต้องทำหากอาการของเด็กกำเริบ

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กันยายน 10, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน