กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง (Chronic fatigue syndrome)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง เป็นอาการแทรกซ้อนประการหนึ่งที่พบได้บ่อย โดยผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียรุนแรงที่ไม่สามารถอธิบายได้และอาจมีอาการแย่ลง

คำจำกัดความ

กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังคืออะไร

กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง (Chronic fatigue syndrome: CFS) เป็นอาการแทรกซ้อนประการหนึ่งที่พบได้บ่อย โดยผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียรุนแรงที่ไม่สามารถอธิบายได้และอาจมีอาการแย่ลงจากกิจกรรมทางร่างกายและจิตใจ แม้ว้าจะมีการพักผ่อนแล้วก็ตาม

กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังพบได้บ่อยเพียงใด

อาการอ่อนเพลียเรื้อรังส่งผลต่อคนมากกว่าหนึ่งล้านคนในสหรัฐฯ แต่ก็มีผู้ป่วยหลายสิบล้านคนที่มีอาการอ่อนเพลียคล้ายคลึงกันแต่ไม่ตรงกับคำจำกัดความในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียเรื้อรังทั้งหมด โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังมีอาการอย่างไร

อาการทั่วไปของกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง ได้แก่

  • อ่อนเพลีย
  • ความจำเสื่อมหรือไม่มีสมาธิ
  • เจ็บคอ
  • ต่อมน้ำเหลืองโตที่คอหรือรักแร้
  • อาการปวดกล้ามเนื้อที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการปวดที่เปลี่ยนจากข้อต่อหนึ่งไปยังอีกข้อต่อหนึ่งโดยไม่มีอาการบวมหรือแดง
  • มีอาการปวดศีรษะที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือปวดรุนแรงกว่าเดิมที่เคยเป็น
  • ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น
  • รู้สึกหมดแรงนานกว่า 24 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ต้องใช้สมอง

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง

นักวิทยาศาสตร์ไม่ทราบสาเหตุของกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังอย่างแน่ชัด อาจเป็นปัจจัยร่วมกันหลายประการที่แฝงอยู่ในแต่ละบุคคลตั้งแต่เกิด

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังมีหลายประการ เช่น

  • อายุ กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงอายุ แต่มักส่งผลได้มากที่สุดต่อผู้ที่มีอายุในช่วง 40 ปี และ 50 ปี
  • เพศ ผู้หญิงได้รับการวินิจฉัยว่ามีกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังได้มากกว่าผู้ชาย แต่อาจเป็นไปได้ว่าผู้หญิงมีการรายงานอาการให้แพทย์ทราบมากกว่า
  • ความเครียด การจัดการความเครียดได้ยากอาจส่งผลให้เกิดภาวะอ่อนเพลียเรื้อรังได้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง

ไม่มีการทดสอบเพื่อยืนยันการวินิจฉัยกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง เนื่องจากอาการของกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังสามารถบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ จำนวนมาก อาจจำเป็นต้องรอการวินิจฉัยที่ชัดเจน โดยแพทย์ต้องตรวจหาความเจ็บป่วยอื่นๆ ก่อนที่จะวินิจฉัยกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง การตรวจดังกล่าว ได้แก่

  • ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังอาจเกิดจากความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน การศึกษาเกี่ยวกับการนอนสามารถระบุได้ว่า การนอนอาจถูกรบกวนโดยอาการผิดปกติต่างๆ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคขาไม่อยู่สุข หรือภาวะนอนไม่หลับ
  • ปัญหาสุขภาพ อาการอ่อนล้าเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในภาวะสุขภาพต่างๆ เช่น โรคเลือดจาง โรคเบาหวาน และภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ โดยการทดสอบในห้องปฏิบัติการสามารถตรวจเลือดเพื่อหาร่องรอยสิ่งต้องสงสัยที่สำคัญบางประการได้
  • สุขภาพจิต ภาวะอ่อนล้ายังเป็นอาการหนึ่งของปัญหาสุขภาพจิตเช่น ภาวะซึมเศร้า ภาวะกังวล ภาวะอารมณ์สองขั้ว และโรคจิตเภทผู้เชียวชาญด้านจิตเวทสามารถช่วยระบุว่าหนึ่งในปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดภาวะอ่อนเพลียหรือไม่

หลักเกณฑ์การวินิจฉัย

หลักเกณฑ์การวินิจฉัยกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังหรือ myalgic encephalomyelitis คือ ภาวะอ่อนเพลียที่หาสาเหตุไม่ได้และเรื้อรังเป็นเวลา 6 เดือนหรือมากกว่า และเกิดร่วมกับสิ่งบ่งชี้และอาการอย่างน้อย 4 ประการดังต่อไปนี้

  • ความจำเสื่อมหรือสมาธิสั้น
  • เจ็บคอ
  • ต่อมน้ำเหลืองโตในคอหรือรักแร้
  • ปวดกล้ามเนื้อโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการปวดที่เปลี่ยนจากข้อต่อหนึ่งไปยังอีกข้อต่อหนึ่งโดยไม่มีอาการบวมหรือแดง
  • มีอาการปวดศีรษะในรูปแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือรุนแรงกว่าที่เคยเป็น
  • ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น
  • มีอาการอ่อนล้านานกว่า 24 ชั่วโมงหลังจากการออกกำลังกายทางร่างกายหรือกิจกรรมที่ต้องใช้สมอง

การรักษากลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง

เนื่องจากกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังส่งผลต่อผู้ป่วยได้ในหลายทาง การรักษาจะดำเนินการตามกลุ่มอาการเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย การบรรเทาอาการอาจได้แก่การใช้ยาบางชนิดดังต่อไปนี้

  • คนจำนวนมากที่มีกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังมักมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย การรักษาอาการซึมเศร้าทำให้สามารถจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังได้ง่ายขึ้น การใช้ยารักษาอาการซึมเศร้าในปริมาณเล็กน้อยสามารถช่วยทำให้นอนหลับได้ดีขึ้นและบรรเทาอาการปวดได้อีกด้วย
  • ยานอนหลับ หากวิธีที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน เช่น การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ไม่ช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้ลองยาที่ช่วยในการนอนหลับ

กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และวิธีการรักษาที่ได้ผลมากที่สุดสำหรับกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ดี มีวิธีหลายประการที่อาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ดังนี้

  • กำหนดจังหวะชีวิตให้ตนเอง รักษากิจกรรมให้อยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ หากทำกิจกรรมมากเกินไปในแต่ละวัน ก็อาจทำให้เหน็ดเหนื่อยมากขึ้นได้
  • การออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ร่างกายทำงานดีขึ้น การศึกษาก่อนหน้านี้เผยว่าการออกกำลังกายเป็นการรักษากลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังที่ได้ผลและปลอดภัย แต่หลักฐานยืนยันยังคงมีจำกัด

นักกายภาพบำบัดสามารถช่วยระบุว่า การออกกำลังกายประเภทใดที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังกายมักเริ่มต้นด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายและการยืดเส้นยืดสายเป็นเวลา 2-3 นาทีต่อวัน แล้วจึงมีการเพิ่มเวลาขึ้นอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไปสำหรับการออกกำลังกายในเวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน

การพูดคุยกับผู้ให้คำปรึกษาสามารถช่วยหาหนทาง เพื่อเอาชนะข้อจำกัดที่เกิดจากกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าควบคุมชีวิตตนเองได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยปรับให้ทัศนคติของผู้ป่วยให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม รวมทั้งการดูแลตนเองถือว่าเป็นการรักษากลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังที่มีประโยชน์มากที่สุด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้กับจัดการกับกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรังได้

  • ลดความเครียด ควรวางแผนเพื่อหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการออกกำลังกายมากเกินไปและความเครียดทางจิตใจ โดยให้เวลาตัวเองในแต่ละวันเพื่อผ่อนคลาย หรือเรียนรู้ที่จะปฏิเสธโดยไม่ต้องรู้สึกผิดบ้าง
  • เปลี่ยนนิสัยการนอนให้ดีขึ้น ควรเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันทุกวัน และจำกัดการนอนกลางวันและหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และบุหรี่
  • กำหนดจังหวะชีวิตให้ตนเอง ให้ทำกิจกรรมในระดับที่สม่ำเสมอ หากทำสิ่งต่างๆ มากจนเกินกำลัง อาจรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากขึ้น

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 31, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย