แคลเซียมในเลือดต่ำ (Hypocalcemia)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

แคลเซียมในเลือดต่ำ (Hypocalcemia) เป็นภาวะที่มีระดับแคลเซียมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ในส่วนประกอบของเลือด ทำให้เกิดปัญหาต่อระบบประสาทและอื่นๆ

คำจำกัดความ

แคลเซียมในเลือดต่ำคืออะไร

แคลเซียมในเลือดต่ำ (Hypocalcemia) เป็นภาวะที่มีระดับแคลเซียมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ในส่วนประกอบของเลือด ที่เป็นของเหลวหรือพลาสมา

แคลเซียมในเลือดต่ำพบได้บ่อยเพียงใด

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการแคลเซียมในเลือดต่ำมีอะไรบ้าง

ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการหรือสิ่งบ่งชี้ ของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ เนื่องจากภาวะดังกล่าวส่งผลต่อระบบประสาท ทารกที่มีภาวะดังกล่าวอาจมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก หรือมีอาการสั่น ผู้ใหญ่ที่มีภาวะดังกล่าวอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • กล้ามเนื้ออ่อนล้า
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • ความรู้สึกผิดปกติที่ไร้สาเหตุ (Paresthesias) หรือความรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงในบริเวณทั่วร่างกาย
  • ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น ความกังวล อาการซึมเศร้า หรืออาการหงุดหงิด
  • ปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำ
  • ความดันเลือดต่ำ
  • พูดหรือกลืนลำบาก
  • อ่อนเพลีย
  • มีอาการพาร์กินสัน
  • จานประสาทตาบวม (Papilledema)

อาการของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ได้แก่

  • อาการชัก
  • ภาวะหัวใจเสียจังหวะ (Arrhythmias)
  • หัวใจวาย
  • กล่องเสียงหดเกร็ง (Laryngospasms)

อาการในระยะยาวของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ได้แก่

  • ผิวแห้ง
  • เล็บเปราะ
  • มีนิ่วในไต หรือมีการสะสมตัวของแคลเซียมอื่นๆ ในร่างกาย
  • ภาวะสมองเสื่อม
  • ต้อกระจก
  • ผื่นผิวหนังอักเสบ

อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการหนึ่งๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

แคลเซียมในเลือดต่ำเกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบได้มากที่สุดของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำก็คือ ภาวะที่ร่างกายที่ผลิตฮอร์โมนพาราไทรอยด์น้อยเกินไป (hypoparathyroidism) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (parathyroid hormone: PTH) ในปริมาณน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ในระดับต่ำ ส่งผลให้แคลเซียมในร่างกายอยู่ในระดับต่ำ ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ หรือเกิดจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ หรือมะเร็งในบริเวณศีรษะและคอ

สาเหตุอื่นๆ ของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ได้แก่

  • ปริมาณแคลเซียมหรือวิตามินดีไม่เพียงพอในอาหารที่รับประทาน
  • การติดเชื้อ
  • ยาบางชนิด ได่แก่ ยาฟีไนโทอิน (Phynytoin) อย่างไดแลนติน (Dilantin) ยาฟีโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) และยาไรแฟมปิน (Rifampin)
  • ความเครียด
  • ความกังวล
  • การออกกำลังกายอย่างหนัก
  • ระดับแมกนีเซียมหรือฟอสเฟตที่ผิดปกติ
  • โรคไต
  • ท้องร่วง ท้องผูก หรือความผิดปกติอื่นๆ เกี่ยวกับลำไส้ที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้อย่างเหมาะสม
  • การให้ฟอสเฟตหรือแคลเซียมทางหลอดเลือด
  • มะเร็งที่กำลังลุกลาม
  • มารดาที่เป็นเบาหวาน ในผู้ป่วยที่เป็นทารก

คำจำกัดความ

แคลเซียมในเลือดต่ำคืออะไร 

แคลเซียมในเลือดต่ำ (Hypocalcemia) เป็นภาวะที่มีระดับแคลเซียมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ในส่วนประกอบของเลือด ที่เป็นของเหลวหรือพลาสมา 

แคลเซียมในเลือดต่ำพบได้บ่อยเพียงใด 

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

อาการ

อาการแคลเซียมในเลือดต่ำมีอะไรบ้าง 

ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการหรือสิ่งบ่งชี้ ของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ เนื่องจากภาวะดังกล่าวส่งผลต่อระบบประสาท ทารกที่มีภาวะดังกล่าวอาจมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก หรือมีอาการสั่น ผู้ใหญ่ที่มีภาวะดังกล่าวอาจมีอาการดังต่อไปนี้  

  • กล้ามเนื้ออ่อนล้า 
  • กล้ามเนื้อกระตุก 
  • ความรู้สึกผิดปกติที่ไร้สาเหตุ (Paresthesias) หรือความรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงในบริเวณทั่วร่างกาย 
  • ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น ความกังวล อาการซึมเศร้า หรืออาการหงุดหงิด  
  • ปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำ
  • ความดันเลือดต่ำ 
  • พูดหรือกลืนลำบาก 
  • อ่อนเพลีย 
  • มีอาการพาร์กินสัน 
  • จานประสาทตาบวม (Papilledema) 

อาการของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ได้แก่ 

  • อาการชัก
  • ภาวะหัวใจเสียจังหวะ (Arrhythmias
  • หัวใจวาย
  • กล่องเสียงหดเกร็ง (Laryngospasms) 

อาการในระยะยาวของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ได้แก่ 

  • ผิวแห้ง
  • เล็บเปราะ 
  • มีนิ่วในไต หรือมีการสะสมตัวของแคลเซียมอื่นๆ ในร่างกาย 
  • ภาวะสมองเสื่อม 
  • ต้อกระจก
  • ผื่นผิวหนังอักเสบ 

อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการหนึ่งๆ โปรดปรึกษาแพทย์ 

ควรไปพบหมอเมื่อใด 

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ  

สาเหตุ

แคลเซียมในเลือดต่ำเกิดจากอะไร 

สาเหตุที่พบได้มากที่สุดของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำก็คือ ภาวะที่ร่างกายที่ผลิตฮอร์โมนพาราไทรอยด์น้อยเกินไป (hypoparathyroidism) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (parathyroid hormone: PTH) ในปริมาณน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ในระดับต่ำ ส่งผลให้แคลเซียมในร่างกายอยู่ในระดับต่ำ ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ หรือเกิดจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ หรือมะเร็งในบริเวณศีรษะและคอ 

สาเหตุอื่นๆ ของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ได้แก่  

  • ปริมาณแคลเซียมหรือวิตามินดีไม่เพียงพอในอาหารที่รับประทาน 
  • การติดเชื้อ
  • ยาบางชนิด ได่แก่ ยาฟีไนโทอิน (Phynytoin) อย่างไดแลนติน (Dilantin) ยาฟีโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) และยาไรแฟมปิน (Rifampin) 
  • ความเครียด
  • ความกังวล
  • การออกกำลังกายอย่างหนัก 
  • ระดับแมกนีเซียมหรือฟอสเฟตที่ผิดปกติ
  • โรคไต
  • ท้องร่วง ท้องผูก หรือความผิดปกติอื่นๆ เกี่ยวกับลำไส้ที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้อย่างเหมาะสม  
  • การให้ฟอสเฟตหรือแคลเซียมทางหลอดเลือด
  • มะเร็งที่กำลังลุกลาม
  • มารดาที่เป็นเบาหวาน ในผู้ป่วยที่เป็นทารก 

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงสำหรับแคลเซียมในเลือดต่ำ 

ผู้ที่มีภาวะพร่องวิตามินดีหรือแมกนีเซียม มีความเสี่ยงต่อภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่  

  • เคยมีประวัติเกี่ยวกับความผิดปกติของทางเดินอาหาร
  • ตับอ่อนอักเสบ
  • ไตวาย
  • ตับวาย
  • โรควิตกกังวล

ทารกแรกเกิดมีความเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าวนี้ เนื่องจากร่างกายยังไม่เติบโตเต็มที่ ซึ่งพบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่เกิดจากมารดาที่เป็นโรคเบาหวาน

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

วินิจฉัยแคลเซียมในเลือดต่ำได้อย่างไร 

ขั้นตอนแรกในการวินิจฉัย คือการตรวจเลือดเพื่อระบุระดับแคลเซียมในเลือด แพทย์ยังอาจตรวจทางร่างกายและจิตใจ เพื่อตรวจหาสิ่งบ่งชี้ของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ การตรวจร่างกายอาจรวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับส่วนของร่างกายดังต่อไปนี้  

  • ผม
  • ผิวหนัง 
  • กล้ามเนื้อ  

การตรวจทางจิตใจอาจรวมถึงการตรวจสำหรับ

  • โรคสมองเสื่อม 
  • ประสาทหลอน
  • กาการสับสน
  • อาการหงุดหงิด
  • อาการชัก

นอกจากนี้ แพทย์ยังอาจตรวจหาอาการโควสเต็กและอาการทรูโซ (Chvostek’s and Trousseau’s signs) ซึ่งทั้งสองอาการมีความสัมพันธ์กับภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ อาการโควสเต็กเป็นอาการกระตุกเมื่อแตะที่กลุ่มเส้นประสาทที่ใบหน้า อาการทรูโซเป็นอาการกระตุกที่มือหรือเท้าซึ่งเกิดจากการขาดเลือด หรือการขัดขวางทางเดินเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ อาการกระตุกจัดว่าเป็นการตอบสนองในทางที่ดีต่อการทดสอบดังกล่าวนี้และเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงการเร้าต่อประสาทและกล้ามเนื้อ อันเป็นผลมาจากภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ 

รักษาแคลเซียมในเลือดต่ำได้อย่างไร 

ผู้ป่วยบางรายอาจหายขาดจากภาวะดังกล่าวโดยไม่ได้เข้ารับการรักษา ผู้ป่วยบางรายมีอาการรุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากมีอาการเฉียบพลัน แพทย์จะทำการฉีดแคลเซียมเข้าทางเส้นเลือดให้แก่คุณ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการแคลเซียมในเลือดต่ำ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียยวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำได้ 

ผู้ป่วยภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำจำนวนมาก รับการรักษาได้ง่ายโดยการเปลี่ยนอาหารที่รับประทาน การรับประทานอากหารเสริมแคลเซียม วิตามินดี หรือแมกนีเซียม หรือการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารเหล่านี้อย่างเพียงพอสามารถช่วยรักษาภาวะดังกล่าวได้ 

การรับแสงแดดจะช่วยเพิ่มระดับวิตามินดีได้ ปริมาณแสงแดดที่จำเป็นมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ให้มั่นใจว่าได้ใช้ครีมกันแดดหากต้องโดนแดดเป็นเวลานาน แพทย์อาจแนะนำให้วางแผนการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เพื่อช่วยรักษาภาวะดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน 

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด 

แหล่งที่มา

Review Date: พฤศจิกายน 28, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย