โรคเลือด (Blood Disorders)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

โรคเลือด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เป็นความผิดปกติที่ส่งผลต่อจำนวนของเม็ดเลือด รวมทั้งการทำงานของส่วนที่เป็นของแข็งของเลือด

คำจำกัดความ

โรคเลือดคืออะไร

เลือดของคุณประกอบด้วยส่วนประกอบหลักสองประการ คือ ของเหลวและของแข็ง ส่วนที่เป็นของเหลว ซึ่งเรียกโดยทั่วไปว่าพลาสมา (plasma) มีส่วนประกอบของน้ำ เกลือ และโปรตีน ส่วนที่เป็นของแข็งของเลือดประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด

โรคเลือด (Blood disorder) ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง (Hematologic Disorder) เป็นความผิดปกติที่ส่งผลต่อจำนวนของเม็ดเลือด รวมทั้งการทำงานของส่วนที่เป็นของแข็งของเลือด

โรคเลือดบางประการลดจำนวนของเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งได้แก่

  • โรคโลหิตจาง (Anemia) เซลล์เม็ดเลือดแดงมีจำนวนลดลง
  • เม็ดเลือดขาวต่ำ (Leukopenia) เซลล์เม็ดเลือดขาวมีจำนวนลดลง
  • เกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) เกล็ดเลือดมีจำนวนลดลง

โรคเลือดบางชนิดเพิ่มจำนวนของเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งได้แก่

  • ภาวะเลือดข้น (Erythrocytosis) เซลล์เม็ดเลือดแดงมีจำนวนมากขึ้น
  • ภาวะเม็ดเลือดขาวสูง (Leukocytosis)เซลล์เม็ดเลือดขาวมีจำนวนมากขึ้น
  • ภาวะเกล็ดเลือดมาก หรือเกล็ดเลือดสูง (Thrombocythemia) เกล็ดเลือดมีจำนวนมากขึ้น

โรคเลือดอื่นๆ อาจส่งผลต่อโปรตีนในเซลล์เม็ดเลือดหรือพลาสมา ทำให้เกิดการลดลงในระบบการแข็งตัวของเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน

พบได้บ่อยเพียงใด

โรคเลือดค่อนข้างพบได้ทั่วไป โรคนี้สามารถส่งผลต่อผู้ป่วยได้ในทุกช่วงอายุและเพศ สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคเลือดเป็นอย่างไร

อาการที่เกิดจากเลือดผิดปกติ ได้แก่

  • อ่อนเพลีย หมดแรง หรือหายใจลำบาก
  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • หน้าแดง
  • เลือดข้นมากขึ้น
  • เลือดแข็งตัวมากเกินไป
  • เวียนศีรษะ
  • ตัวซีด
  • มีจุดเลือดที่ผิวหนัง (Petechiae)
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • การติดเชื้อเรื้อรัง
  • มีแผลหรืออาการปวดที่รักษาไม่หายหรือหายช้า
  • เลือดออกไม่หยุดหลังจากเป็นแผลหรือได้รับบาดเจ็บ
  • ผิวหนังเป็นแผลได้ง่าย

โดยทั่วไปแล้ว โรคเลือดสามารถทำให้เกิดเลือดออกมากได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

  • เลือดกำเดาไหล
  • หัตถการทางทันตกรรม
  • เลือดประจำเดือน
  • การคลอดบุตร
  • อาการฟันหลุดในเด็ก

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุด ตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคเลือด

โรคเลือดมีสาเหตุบางประการ ได้แก่

กรรมพันธุ์

โรคเลือดสามารถถ่ายทอดได้ในครอบครัว หมายความว่าหากพ่อแม่หรือพี่น้องของคุณเป็นโรคเลือด คุณมีโอกาสที่จะเกิดโรคนี้ได้

ผลของโรค

ตัวอย่างเช่น ภาวะเม็ดเลือดแดงข้น (polycythemia vera) ซึ่งเป็นภาวะทางพันธุกรรมประเภทหนึ่ง สามารถทำให้ร่างกายของคุณสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงในปริมาณมากเกินไปได้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิต้านตนเอง (autoimmune disease) เช่น โรคลูปัส (lupus) ระบบภูมิคุ้มกันของคุณอาจทำลายเกล็ดเลือดของคุณเอง ซึ่งทำให้เลือดไม่หยุดไหล เมื่อเป็นแผลหรือไดรับบาดเจ็บ

การติดเชื้อ

การติดเชื้อบางชนิดสามารถลดจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาวในเลือดได้ การติดเชื้ออื่นๆ ยังอาจเพิ่มการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวได้อีกด้วย

การขาดสารอาหาร

ความผิดปกติเกี่ยวกับการดูดซึมธาตุเหล็ก สามารถทำให้เกิดโรคเลือดได้ เนื่องจากร่างกายของคุณ ไม่สามารถสังเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดแดงได้อย่างเพียงพอ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของโรคเลือด

มีเหตุผลบางประการที่ทำให้คุณมีความเสี่ยงของการเป็นโรคเลือดเพิ่มมากขึ้น เช่น

  • การกินอาหารไม่เหมาะสม (อาหารไม่ดีหรืออาหารที่มีไขมันมาก)
  • โรคอ้วน
  • การสูบบุหรี่
  • การติดเชื้อที่รุนแรง
  • ลำไส้ผิดปกติ โรคเรื้อรัง
  • ประจำเดือนหรือการตั้งครรภ์
  • อายุที่มากขึ้น
  • มีการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก
  • ขาดการออกกำลังกาย

การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยโรคเลือดทำอย่างไร

เพื่อตรวจหาความผิดปกติเกี่ยวกับเลือด แพทย์สามารถแนะนำการทดสอบดังต่อไปนี้

  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC) เป็นการทดสอบที่พบได้มากที่สุด สำหรับการตรวจหาความผิดปกติของเลือด การตรวจ CBC เป็นการประเมินส่วนประกอบเกี่ยวกับเซลล์ทั้งหมด (เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด) ในเลือด เครื่องมืออัตโนมัติสามารถทำการทดสอบนี้ได้ภายในเวลาน้อยกว่า 1 นาที โดยใช้ตัวอย่างเลือดในปริมาณเล็กน้อย การตรวจ CBC จะมีการตรวจเสริมในบางกรณี ด้วยการตรวจเลือดเซลล์เม็ดเลือดโดยกล้องจุลทรรศน์
  • อัตราการสร้างเม็ดเลือดแดง (Reticulocyte count) เป็นการวัดจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สร้างขึ้นใหม่ (reticulocytes) ในปริมาณเลือดเฉพาะ จำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สร้างขึ้นใหม่ มักคิดเป็นร้อยละ 1 ของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงทั้งหมด หากร่างกายต้องการเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มมากขึ้น เช่น เมื่อมีภาวะโลหิตจาง (anemia) ไขกระดูกมักมีการตอบสนอง โดยการสังเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดแดงขึ้นใหม่ ดังนั้น อัตราเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สร้างขึ้นใหม่ จึงเป็นการวัดประสิทธิภาพของไขกระดูกในการสังเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดแดงที่สร้างขึ้นใหม่
  • การทดสอบเซลล์เม็ดเลือดพิเศษ แพทย์สามารถวัดสัดส่วนของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่แตกต่างกัน และความสามารถของเซลล์เม็ดเลือดขาว ในการต้านการติดเชื้อ การทดสอบเหล่านี้ส่วนใหญ่ดำเนินการกับตัวอย่างเลือด แต่การทดสอบบางประการต้องใช้ตัวอย่างจากไขกระดูก
  • การทดสอบการแข็งตัวของเลือด ประกอบด้วยการทดสอบหลายประเภท การทดสอบบางประเภทเป็นการหาจำนวนเกล็ดเลือดในเลือด เกล็ดเลือดทำหน้าที่ควบคุมการไหลของเลือด ในบางครั้งแพทย์จำเป็นต้องทดสอบว่าเกล็ดเลือดทำหน้าที่ได้ดีเพียงใด การทดสอบอื่นๆ สามารถวัดการทำงานโดยรวมของโปรตีนชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด
  • การวัดค่าโปรตีนและสารต่างๆ การทดสอบเหล่านี้ดำเนินการโดยใช้ตัวอย่างปัสสาวะ ปัสสาวะมีส่วนประกอบของโปรตีนในปริมาณน้อยมาก จากการตรวจวัดค่าโปรตีนเหล่านี้ แพทย์สามารถตรวจหาความผิดปกติในปริมาณหรือโครงสร้างของโปรตีนได้

การรักษาและการจัดการ

การรักษาโรคเลือด

โดยปกติแล้ว แพทย์แนะนำการรักษาร่วมกันเพื่อช่วยรักษาภาวะเลือดผิดปกติ หากอาการของคุณไม่รุนแรง คุณอาจได้รับยา

ในกรณีที่การใช้ยาไม่ได้ผล คุณจำเป็นต้องเข้ารับการปลูกถ่ายไขกระดูก (bone marrow transplants) ซึ่งอาจซ่อมแซมและแทนที่ไขกระดูก นอกจากนี้ การถ่ายเลือด (blood transfusion) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยแทนที่เซลล์เม็ดเลือดที่สูญเสียหรือเสียหายไป ในระหว่างการถ่ายเลือด คุณได้รับการให้เลือดที่ดีผ่านทางหลอดเลือดจากผู้บริจาคเลือด

การจัดการกับโรคเลือด

คุณสามารถจัดการกับโรคเลือดได้หลายวิธี หากคุณมีอาการใดๆ ปรากฏขึ้น คุณควรไปพบหมอ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว ซึ่งทำให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

อาหารและการออกกำลังกายที่เพียงพอ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเลือดผิดปกติได้ หากโรคเลือดเกิดกับพ่อแม่ของคุณ คุณจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความเสี่ยงของคุณ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้น ถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 23, 2018 | Last Modified: กันยายน 11, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน