โรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

โรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว เป็นภาวะทางจิตที่ทำให้คุณมีอารมณ์แปรปรวนเป็นอย่างมาก สามารถเปลี่ยนจากการมีความสุข เป็นการมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างมาก

คำจำกัดความ

โรคไบโพลาร์ หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว คืออะไร

โรคไบโพลาร์ หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) หรือเป็นที่รู้จักอีกอย่างหนึ่งว่าโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว (manic depression) เป็นภาวะทางจิตที่รุนแรงที่ทำให้คุณมีอารมณ์แปรปรวนเป็นอย่างมาก คุณสามารถเปลี่ยนจากการมีความสุข (mania) เป็นการมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างมาก (depression) บ่อยครั้งที่คุณสามารถมีอารมณ์ปกติในระหว่างช่วงอารมณ์ทั้งสองนี้ได้ หากคุณอารมณ์ไม่ดี คุณรู้สึกซึมเศร้า สิ้นหวัง และอาจไม่มีความสนใจในกิจกรรมประจำวัน แต่หากคุณอารมณ์ดี คุณรู้สึกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกระตือรือร้น ภาวะอารมณ์แปรปรวนดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นสองสามครั้งต่อปี หรือแม้กระทั่งสองสามครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น อาการของโรคอารมณ์สองขั้วสามารถส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ถูกทำลายลง ผลการทำงานหรือการเรียนแย่ลง และแม้กระทั่งฆ่าตัวตาย เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเข้ารับการรักษาเพื่อควบคุมภาวะอารมณ์แปรปรวน

โรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว สามารถพบได้บ่อยเพียงใด

โรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้วมักเริ่มมีอาการในระหว่างช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น แต่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถเป็นโรคอารมณ์สองขั้วได้ ผู้ป่วยจำนวนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมดเริ่มมีอาการก่อนอายุ 25 ปีและมักมีอาการตลอดชีวิต ให้หมั่นปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว

เมื่อคุณเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว คุณจะมีภาวะทางอารมณ์ที่รุนแรงผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเฉพาะที่เรียกว่า “ช่วงอารมณ์ (mood episodes)” แต่ละช่วงอารมณ์หมายถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอารมณ์และพฤติกรรมปกติของคุณ ภาวะที่สนุกสนานหรือตื่นเต้นมากเกินไปเรียกว่าช่วงอารมณ์มีความสุข (manic episode) และภาวะที่เสียใจหรือสิ้นหวังอย่างมากเรียกว่าช่วงอารมณ์ซึมเศร้า (depressive episode) ในบางครั้ง ช่วงอารมณ์มีทั้งอาการที่มีทั้งความสุขและความซึมเศร้า เรียกว่าภาวะร่วม (mixed state) คุณยังอาจมีอาการพลุ่งพล่านและกระวนกระวายในระหว่างช่วงอารมณ์ การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงเกี่ยวกับความกระตือรือร้น กิจกรรม การนอนหลับ และพฤติกรรมเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ดังกล่าวนี้

ในระหว่างช่วงอารมณ์มีความสุข อาจมีสิ่งบ่งชี้และอาการ ได้แก่

  • รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นมากเกินไป
  • มีอาการกระวนกระวายมาก
  • รับประทานมากขึ้น
  • นอนน้อยมาก
  • มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นและเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงและน่าพึงพอใจ
  • พูดเร็วมากและเปลี่ยนเรื่องคุยได้เร็ว
  • ความสามารถในการตัดสินใจลดลงและมักสับสนเมื่อต้องมีการตัดสินใจ
  • อาจได้ยินเสียงแปลกประหลาดหรือมองเห็นภาพหลอน

ในระหว่างช่วงช่วงอารมณ์ซึมเศร้า อาจมีสิ่งบ่งชี้และอาการ ได้แก่

  • รู้สึกเสียใจและสิ้นหวังมากเกินไปเป็นเวลานาน
  • ขาดความสนใจในกิจกรรมประจำวัน
  • รับประทานน้อยลง
  • รู้สึกง่วงซึม
  • รู้สึกละอายใจเกี่ยวกับตนเอง
  • สมาธิสั้น
  • มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย

ช่วงอารมณ์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นสองสามครั้งต่อปีหรือเกิดขึ้นได้บ่อยถึงทุกสัปดาห์ โปรดติดต่อแพทย์หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังทรมานจากสิ่งบ่งชี้และอาการใด ๆ ข้างต้น

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณจำเป็นต้องไปพบหมอหากคุณ

  • มีสิ่งบ่งชี้และอาการใด ๆ ของช่วงอารมณ์ที่คงอยู่เป็นเวลานาน
  • มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย
  • มีความรู้สึกก้าวร้าวหรือไม่กลัวการเผชิญหน้า
  • หรือหากมีอาการนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน

สาเหตุ

สาเหตุของโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว

สาเหตุของโรคอารมณ์สองขั้วไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดแต่มีปัจจัยหลายประการที่อาจเกี่ยวข้อง ปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่

  • สารเคมีในสมอง สมองอาจได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ส่งผลต่อระดับสารเคมีในสมอง (สารสื่อประสาท) ในสมอง สารสื่อประสาทเหล่านี้มีผลต่ออารมณ์ของคุณ
  • การถ่ายทอดทางพันธุกรรม พ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัวอาจเป็นโรคอารมณ์สองขั้วและถ่ายทอดไปยังคุณได้
  • อิทธิพลทางสังคม งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าอาจจะมีปัจจัยทางสังคมที่อาจเป็นสาเหตุของโรคอารมณ์สองขั้ว ปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่ เหตุการณ์บอบช้ำทางจิตใจในช่วงวัยเด็ก การเคารพตัวเองต่ำ หรือประสบกับความสูญเสียที่ร้ายแรง

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคอารมณ์สองขั้ว

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว ได้แก่

  • ช่วงเวลาที่มีความเครียดสูง
  • การใช้ยาหรือแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว มีอาการป่วยทางจิต หรืออื่น ๆ
  • มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่บอบช้ำทางจิตใจ เช่น การสุญเสียบุคคลที่รักอย่างกะทันหัน

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคอารมณ์สองขั้ว

สำหรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง จิตแพทย์อาจทำการตรวจดังต่อไปนี้

  • การตรวจร่างกาย การตรวจประเภทนี้จะช่วยหาสาเหตุของอาการต่าง ๆ ได้
  • การตรวจทางจิตวิทยา แพทย์จะถามชุดคำถามเกี่ยวกับความรู้สึก ช่วงอารมณ์ และรูปแบบพฤติกรรมของคุณ
  • แผนผังอารมณ์ แพทย์อาจบันทึกรูปแบบการนอน อารมณ์ และพฤติกรรมของคุณเพื่อช่วยกำหนดการวินิจฉัย

การรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว

การรักษาโรคอารมณ์สองขั้วอาจไม่ทำให้หายขาดแต่จะทำให้ภาวะอารมณ์แปรปรวนของคุณคงที่ได้ การรักษาอาจไม่ได้กำหนดโดยจิตแพทย์ (แพทย์ที่เชี่ยวชาญในด้านความผิดปกติทางจิต) โดยขึ้นอยู่กับอาการของคุณ ทางเลือกในการรักษาบางประการ ได้แก่

  • การรักษาด้วยยา แพทย์อาจสั่งยาเพื่อทำให้อารมณ์คงที่ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการของคุณได้ คุณอาจต้องใช้ยาที่แพทย์สั่งเป็นเวลานานเพื่อป้องกันช่วงซึมเศร้าหรือช่วงอันตรายใด ๆ ยาเหล่านี้ ได้แก่ ยาต้านอาการซึมเศร้า (antidepressants) ยาควบคุมอารมณ์ (mood stabilizers) ยาระงับอาการทางจิต (antipsychotics) หรือยาต้านความวิตกกังวล (anti-anxiety drugs)
  • การเข้ารับคำปรึกษา คุณอาจจำเป็นต้องไปพบผู้ให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้คุณได้เล่าเกั่ยวกับอาการของคุณและวิธีก้าวข้ามผ่านช่วงอารมณ์ของคุณได้ อาจมีกลุ่มให้ความช่วยเหลือที่สามารถช่วยให้คุณมีชีวิตอยู่และรับมือกับอาการผิดปกติได้
  • การรักษาการติดยา หากคุณกำลังประสบกับการติดยา เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเข้ารับการรักษา การติดยาจะทำให้การรักษาอาการผิดปกติของคุณเป็นเรื่องที่ยากขึ้น
  • การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจจำเป็นต้องพักในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการตามปกติ สิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นเมื่อคุณมีอาการอยากทำร้ายตนเองหรือมีอาการทางจิต ในระยะนี้ คุณอาจทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นได้

ในแต่ละสถานการณ์อาจไม่เหมือนกัน คุณควรปรึกษาจิตแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือโรคอารมณ์สองขั้ว

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับโรคอารมณ์สองขั้วได้

  • โปรดแจ้งให้แพทย์หรือคนที่คุณไว้ใจทราบในทันทีหากคุณมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
  • นอนให้เพียงพอโดยเข้านอนตามเวลาที่เหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
  • เลิกดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงการใช้ยาในทางที่ผิด

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: พฤศจิกายน 8, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019