โรซาเซีย (Rosacea)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

โรซาเซีย หรือ สิวหน้าแดง เป็นโรคผิวหนังทั่วไปที่ทำให้เกิดอาการแดงที่หน้า และมักจะทำให้เกิดรอยแผลแดง หรือแม้กระทั่งตุ่มแดงหรือตุ่มหนอง

คำจำกัดความ

โรซาเซีย คืออะไร

โรซาเซีย (Rosacea) ซึ่งรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า สิวหน้าแดง เป็นโรคผิวหนังทั่วไปที่ทำให้เกิดอาการแดงที่หน้า และมักจะทำให้เกิดรอยแผลแดง หรือแม้กระทั่งตุ่มแดงหรือตุ่มหนอง อีกทั้งยังทำให้เกิดการแดงที่จมูก คาง แก้มและหน้าผาก เมื่อเวลาผ่านไป ผิวหนังจะแดงขึ้น และจะเห็นหลอดเลือดได้ชัดมากขึ้น

สัญญาณและอาการของโรคจะรุนแรงเป็นบางช่วง อาจจะหลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน แล้วก็ทุเลาลง มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคโรซาเซียกับการเป็นสิว การแพ้ หรืออาการของโรคผิวหนังอื่นๆ หากไม่รีบรักษา โรคนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น

โรซาเซีย พบบ่อยแค่ไหน

โรคโรซาเซียพบได้ทั่วไป เป็นโรคที่เกิดขึ้นในผู้หญิงและคนผิวขาว ช่วงวัยกลางคน ชาวยุโรปเหนือและคนที่มีผิวขาว มักเกิดอาการของโรคโรซาเชีย โรคนี้สามารถควบคุมได้ โดยการลดปัจจัยเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคโรซาเซีย

อาการและสัญญาณของโรคโรซาเซีย มีดังนี้

  • ผิวหนังแดง ผู้ป่วยที่เป็นโรคโรซาเซียหลายคน มีประวัติการแดงของผิวหนังอยู่บ่อยครั้ง อาการแดงจะเกิดขึ้นและหายไป แต่ถือว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรค
  • อาการหน้าแดงต่อเนื่อง อาการหน้าแดงต่อเนื่องเหมือนชาวอินเดียนแดงหรือผิวไหม้แดด และไม่ทุเลาลง
  • ผื่นหรือตุ่มหนอง ตุ่มแดง หรือสิว มักจะกลายเป็นโรคโรซาเซีย บางครั้งผื่นมีลักษณะคล้ายสิว แต่ไม่มีหัว หรือความรู้สึกเจ็บอาจเกิดขึ้นได้
  • เห็นเส้นเลือดชัดเจน สามารถเห็นเส้นเลือดฝอยปรากฏที่ผิวหนังได้ชัด
  • ระคายเคืองตา ตาอาจเกิดการระคายเคือง น้ำตาไหลหรือแดงก่ำอาจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคโรซาเซีย อาการนี้เรียกว่า โรคตาโรซาเซีย ซึ่งอาจทำให้เกิดสิวหัวช้าง เปลือกตาบวมแดง หากมีอาการรุนแรงและไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่การกระจกตาถูกทำลายและสูญเสียการมองเห็นได้
  • รู้สึกแสบหรือปวด ความรู้สึกแสบหรือปวด หรืออาการคันอาจะเกิดขึ้นบริเวณผิวหน้า
  • ผิวแห้ง ผิวสากที่บริเวณตรงกลางเกิดขึ้นเมื่อผิวเริ่มแห้งมาก
  • ผิวแดงเป็นปื้น อาการปื้นแดงเกิดขึ้นโดยผิวหนังโดยรอบไม่เปลี่ยนแปลง
  • ผิวหนา ในบางกรณีของโรคโรซาเซีย ผิวหนาและขยายใหญ่จากจำนวนเซลล์ที่มากเกินไป อาการนี้จะเกิดบริเวณจมูก ทำให้จมูกดูใหญ่ขึ้น เรียกว่า อาการจมูกสิงโต (rhinophyma)

สัญญาณและอาการของโรคโรซาเซียเกิดขึ้นที่บริเวณใบหน้าหรือใกล้เคียง เช่น คอ หน้าอกและหู อาจมีอาการอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอาการของโรค ควรติดต่อแพทย์

ควรพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอาการของโรค ควรติดต่อแพทย์ร่างกายของแต่ละคนแสดงอาการได้แตกต่างกัน วิธีที่ดีสุดคือการเข้าพบหมอ เพื่อหาวิธีการรักษาที่ดีที่สุด

สาเหตุ

สาเหตุของโรคโรซาเซีย

ปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยแวดล้อมเชื่อว่า เป็นสาเหตุของโรคโรซาเซีย แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มร้อน และอาหารไม่ทำให้เกิดโรคชนิดนี้ แต่อาจทำให้อาการของโรครุนแรงได้ แสงแดด ความเครียด การออกกำลังกายอย่างหักโหม ซาวน่า และยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ หรือยารักษาความดันโลหิตอาจทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคโรซาเซีย

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคโรซาเซีย ได้แก่

  • เพศ เพศหญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าเพศชาย
  • เชื้อชาติ ผู้ที่มีผิวขาวมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่สีผิวปกติ
  • อายุ ผู้ที่อยู่ในวัย 30 ถึง 60 ปีมีความเสี่ยงสูงกว่า
  • กรรมพันธุ์ คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโรซาเซีย หากคนในครอบครัวเคยมีประวัติการเป็นโรค

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถแทนคำปรึกษาทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคโรซาเซีย

วิธีการวินิจฉัยโรคที่ใช้บ่อยคือการตรวจทางคลินิก นอกจากนี้แพทย์จะอ้างอิงจากประวัติทางการแพทย์ และประวัติครอบครัวในขณที่พิจารณาอาการเพื่อหาทางรักษาโรคโรซาเซีย ซึ่งมีอาการคล้ายกับ สิว กลาก โรคลูปัสหรือโรคพุ่มพวง และโรคสะเก็ดเงิน

การรักษาโรคโรซาเซีย

หากอาการของโรคโรซาเซียไม่รุนแรง คุณสามารถใช้ยาปฏิชีวนะชนิดครีม เช่น ยาเมโตรไนดาโซล (metronidazole) ยาคลินดาไมซิน (clindamycin) และ ยาอิริโทรมัยซิน (erythromycin) หรือยาปฏิชีวะนะ โรคโรซาเซียจะเกิดขึ้นซ้ำได้บ่อย และคุณอาจต้องใช้ยาสม่ำเสมอเพื่อควบคุมอาการ การรักษาโดยเร็วช่วยชะลอการเติบโตของโรคได้ ในกรณีที่เป็นรุนแรง อาจมีการใช้ยาหลายตัวร่วมกันในการรักษา ในบางกรณี อาการจมูกบวมอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหรือเลเซอร์ การรักษาด้วยเลเซอร์ในบางครั้งใช้กับเส้นเลือดใหญ่ และอาการแดง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการกับโรคโรซาเซีย

หากมีคำถาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจและหาวิธีการรักษาที่ดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย