home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

รวมทิปส์ในการประเมิน ความเสี่ยงเบาหวาน เบื้องต้น คุณเสี่ยงเป็นเบาหวานไหมมาดูกัน

รวมทิปส์ในการประเมิน ความเสี่ยงเบาหวาน เบื้องต้น คุณเสี่ยงเป็นเบาหวานไหมมาดูกัน

เบาหวาน (Diabetes) ถือเป็นอีกหนึ่งโรคเรื้อรัง ที่มีผู้ป่วยทั่วโลกหลายร้อยล้านราย และคร่าชีวิตประชากรโลกปีละกว่า 1.5 ล้านคน ในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานปีละประมาณ 20,000 คน แถมยังมีแนวโน้มจะมีผู้ป่วยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีอีกด้วย เนื่องจาก กว่า 50% ของผู้ที่ป่วยเป็น เบาหวาน ไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคนี้ จึงไม่ได้เข้ารับรักษา หรือควบคุมโรคอย่างถูกวิธี เพื่อประเมิน ความเสี่ยงเบาหวาน เบื้องต้น ว่าตัวเองป่วยเป็น เบาหวาน หรือมี ความเสี่ยงเบาหวาน หรือไม่ Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมทิปส์ในการตรวจประเมินความเสี่ยง เบาหวาน เบื้องต้น ทั้งที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง และต้องเข้ารับการทดสอบในสถานพยาบาลมาฝากกัน

การตรวจเพื่อประเมิน ความเสี่ยงเบาหวาน

การตรวจฮีโมโกลบินเอวันซี

การตรวจฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c หรือ Hemoglobin A1c) เรียกสั้น ๆ ว่า “การตรวจเอวันซี (A1c)” เป็นการตรวจค่าน้ำตาลสะสมในเลือดตลอดช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา สามารถใช้ประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวาน ทั้งโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งยังเป็นวิธีตรวจทดสอบหลักที่ใช้ในการจัดการกับ เบาหวาน และ ประเมินความเสี่ยงเบาหวานเบื้องต้นด้วย

ฮีโมโกลบิน คือ โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์เม็ดเลือดแดง มีหน้าที่นำออกซิเจนไปสู่เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย หากคุณรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินกว่าที่ร่างกายจะนำไปใช้ น้ำตาลบางส่วนที่เหลืออยู่ในเลือดก็จะไปจับกับเม็ดเลือดแดง และสะสมกันทุกวันจนปริมาณฮีโมโกลบินเอวันซีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

การตรวจหาค่าระดับน้ำตาลสะสมในเลือด หรือค่าฮีโมโกลบิน (A1c) ไม่จำเป็นต้องงดน้ำ หรืองดเครื่องดื่ม ค่าที่จะได้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยแบ่งผลการทดสอบออกเป็นเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้

  • ค่าปกติ : น้อยกว่า 7 mg%
  • เสี่ยงเป็นเบาหวาน : ระหว่าง 7 mg% ถึง 6.4 mg%
  • เป็นเบาหวาน : มากกว่าหรือเท่ากับ 5 mg%

หากค่าฮีโมโกลบินเอวันซี หรือค่าระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดมากกว่า 8 mg% ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นเบาหวานแล้ว ยังเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนจาก เบาหวาน ด้วย

การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคส

การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคส (Oral Glucose Tolerance Test หรือ OGTT) เรียกสั้น ๆ ว่า การทดสอบความทนกลูโคส คือการทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินต่อระดับน้ำตาลในเลือด โดยแพทย์หรือเจ้าหน้าที่จะให้คุณดื่มน้ำละลายกลูโคส หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงจึงจะเจาะเลือดไปทดสอบ โดยแบ่งผลการทดสอบออกเป็นเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้

  • ค่าปกติ : น้อยกว่า 100 mg/dL
  • เสี่ยงเป็นเบาหวาน : ระหว่าง 140-199 mg/dL
  • เป็น เบาหวาน : มากกว่าหรือเท่ากับ 200 mg/dL

ในช่วง 2-3 วันก่อนเข้ารับการทดสอบความทนกลูโคส ผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบควรรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตตามปกติ และดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ต้องงดน้ำงดอาหารหลัง 24 น. ก่อนวันเข้ารับการทดสอบ

การตรวจค่าดัชนีมวลกาย

ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) คือ ค่าชี้วัดความสมดุลระหว่างน้ำหนักตัวและส่วนสูงของแต่ละบุคคลว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมหรือไม่ เกณฑ์ค่าดัชนีมวลกาย มีดังนี้

  • น้ำหนักน้อยเกินไป = ค่า BMI ต่ำกว่า 18.5
  • สุขภาพดี = ค่า BMI 5-24.9
  • น้ำหนักเกิน = ค่า BMI 0-29.9
  • อ้วน/โรคอ้วนระดับ 1 = ค่า BMI 0-34.9
  • อ้วนมาก/โรคอ้วนระดับ 2 = ค่า BMI 35 ขึ้นไป

สำหรับคนไทยหรือคนเอเชียทุกเพศทุกวัย หากมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25 หรือที่เรียกว่า “น้ำหนักเกิน” ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงเบาหวานอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลผิดปกติ ไม่ออกกำลังกาย เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจหรือกลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ หรือสมาชิกครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน คุณก็จะยิ่งเสี่ยงเป็น เบาหวาน มากขึ้น

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (Fasting Plasma Glucose หรือ FPG) เป็นการตรวจวัดค่าระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากงดเครื่องดื่มและอาหารเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด แต่สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ โดยปกติแล้วนิยมตรวจในช่วงเช้าก่อนรับประทานอาหารเช้า โดยแบ่งผลการทดสอบออกเป็นเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้

  • ค่าปกติ : น้อยกว่า 100 mg/dL
  • เสี่ยงเป็นเบาหวาน : ระหว่าง 100 mg/dL ถึง 125 mg/dL
  • เป็น เบาหวาน : มากกว่าหรือเท่ากับ 126 mg/dL

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบสุ่ม

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบสุ่ม (Random blood sugar test หรือ RBS) เป็นการเจาะเลือดตรวจแบบไม่ระบุช่วงเวลา ไม่งดอาหารและเครื่องดื่ม โดยอาจเจาะตรวจหลังอาหารก็ได้ คุณสามารถเข้ารับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบสุ่มที่สถานพยาบาล หรือตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง โดยตรวจจากการเจาะเลือดที่ปลายนิ้วด้วยเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบพกพา หรือ BMG ก็ได้ ซึ่งถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะสามารถทำได้เองทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ

  • ค่าปกติ สำหรับก่อนอาหารและหลังตื่นนอน : 80-120 mg/dL
  • ค่าปกติ สำหรับก่อนอน : 100-140 mg/dL

หากระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 200 mg/dL รวมกับมีอาการของโรคเบาหวาน เช่น กระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย นั่นหมายความว่า คุณอาจเป็น เบาหวาน

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Diabetes Diagnosis. https://www.diabetes.org/a1c/diagnosis. Accessed September 2, 2019

What tests can I use to check my blood sugar level?. https://familydoctor.org/monitoring-your-blood-sugar-level/. Accessed September 2, 2019

Diabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetes/diagnosis-treatment/drc-20371451. Accessed September 2, 2019

The A1C Test & Diabetes. https://www.niddk.nih.gov/health-information/diabetes/overview/tests-diagnosis/a1c-test. Accessed September 2, 2019

A1C test. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/a1c-test/about/pac-20384643. Accessed September 2, 2019

The first step? Understanding your risk. https://www.diabetes.org/diabetes-risk/tools-know-your-risk. Accessed September 2, 2019

Body Mass Index (BMI) Calculator. https://www.diabetes.co.uk/bmi.html. Accessed September 2, 2019

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 15/06/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ