home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

รู้หรือไม่! ผู้หญิงเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าผู้ชาย

รู้หรือไม่! ผู้หญิงเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าผู้ชาย

รู้หรือไม่! ผู้หญิงเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าผู้ชาย เพราะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอีกหลายประการ โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ เราจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้

ผู้หญิงเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าผู้ชาย จริงหรือไม่?

เนื่องจาก ผู้หญิงมีฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้มากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และผู้หญิงที่อยู่ในภาวะอ้วน นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงภาวะที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน

ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้ ผู้หญิงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าผู้ชาย

ผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้มากกว่าผู้ชาย ดังนั้น เราจะต้องคอยตรวจสอบอาการของตนเอง เพื่อรับมือกับโรคเบาหวาน โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน มีดังต่อไปนี้

วิธีลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควรรู้

เราสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ด้วยวิธีการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

จากบทความดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้มากกว่าผู้ชาย ดังนั้น คุณผู้หญิงควรป้องกันตนเองด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และหมั่นตรวจสุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Coronary heart disease. (2014). diabetes.org/living-with-diabetes/treatment-and-care/women/coronary-heart-disease.html. Accessed April 26, 2021

Diabetes. (2018). womenshealth.gov/publications/our-publications/fact-sheet/diabetes.html. Accessed April 26, 2021

Diabetes life expectancy. (n.d.). diabetes.co.uk/diabetes-life-expectancy.html. Accessed April 26, 2021

Eating disorders. (2014). diabetes.org/living-with-diabetes/treatment-and-care/women/eating-disorders.html. Accessed April 26, 2021

Faerch K. (2014). Gender and T2DM. DOI: 10.14496/dia.3104972816.10. Accessed April 26, 2021

Gestational diabetes. (n.d.). niddk.nih.gov/health-information/diabetes/overview/what-is-diabetes/gestational. Accessed April 26, 2021

Gregg EW, et al. (2007). Mortality trends in men and women with diabetes, 1971 to 2000. DOI: 10.7326/0003-4819-147-3-200708070-00167. Accessed April 26, 2021

Diabetes in Men versus Women. https://www.news-medical.net/health/Diabetes-in-Men-versus-Women.aspx. Accessed April 26, 2021

Diabetes increases the risk of heart failure more in women than men. https://diabetologia-journal.org/2019/07/19/diabetes-increases-the-risk-of-heart-failure-more-in-women-than-men/. Accessed April 26, 2021

Diabetes in Men versus Women. https://www.news-medical.net/health/Diabetes-in-Men-versus-Women.aspx. Accessed April 26, 2021

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ เมื่อ 14/05/2021
x