คลอโรไทอะไซด์ (Chlrothiazide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: คลอโรไทอะไซด์ (Chlrothiazide) Brand Name(s): คลอโรไทอะไซด์ (Chlrothiazide).

ข้อบ่งใช้

ยาคลอโรไทอะไซด์ใช้สำหรับ

ยาคลอโรไทอะไซด์ (Chlrothiazide) เป็นยาขับปัสสาวะในกลุ่ม ไทอะไซด์ (thiazide diuretic) ทำงานโดยการช่วยไตขับน้ำออกจากร่างกาย

มักใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการมีน้ำส่วนเกินสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งเกิดจากสภาวะหรือยาบางอย่าง และยังอาจใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงหรือสภาวะอื่นๆ ตามที่แพทย์กำหนด

วิธีการใช้ยาคลอโรไทอะไซด์

ยาคลอโรไทอะไซด์มักให้โดยการฉีดยา ในโรงพยาบาล หรือที่คลินิก หากคุณใช้ยาคลอโรไทอะไซด์ที่บ้าน ควรทำตามแนวทางการใช้ยาที่เรียนรู้จากผู้ให้บริการด้านสุขภาพอย่างเคร่งครัด

ไม่ควรใช้ยาหากยาคลอโรไทอะไซด์นั้น มีฝุ่นละอองหรือเปลี่ยนสี หรือหากขวดยามีรอยแตกหรือเสียหาย

เมื่อเริ่มต้นใช้ยาคลอโรไทอะไซด์ อาจทำให้ปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นหรือบ่อยขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้อาการนี้ส่งผลกระทบกับการนอนหลับ ไม่ควรใช้ยาหลังจาก 6 โมงเย็น

ควรใช้ยาคลอโรไทอะไซด์อย่างต่อเนื่อง แม้คุณจะรู้สึกเป็นปกติ อย่าข้ามมื้อยา

เก็บยานี้รวมทั้งเข็มฉีดยา ไว้ให้ห่างไกลจากมือของเด็กและสัตว์เลี้ยง อย่าใช้เข็มฉีดยาหรืออุปกรณ์อื่นๆ ซ้ำ ควรกำจัดอุปกรณ์ที่ใช้แล้วอย่างถูกต้อง สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับวิธีการกำจัดอุปกรณ์ที่เหมาะสม

การเก็บรักษายาคลอโรไทอะไซด์

ยาคลอโรไทอะไซด์มักถูกจัดการและเก็บรักษาโดยผู้ให้บริการด้านสุขภาพ หากคุณใช้ยาคลอโรไทอะไซด์ที่บ้าน ควรเก็บรักษายาคลอโรไทอะไซด์ ตามที่เภสัชกรหรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพกำหนด ควรเก็บยาคลอโรไทอะไซด์ ให้ห่างไกลจากมือของเด็กและสัตว์เลี้ยง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคลอโรไทอะไซด์

ก่อนใช้ยาคลอโรไทอะไซด์ แจ้งให้แพทย์ทราบถ้าหาก

  • คุณแพ้ส่วนประกอบในยาคลอโรไทอะไซด์ หรือยาซัลโฟนาไมด์อื่นๆ (Sulfonamides) เช่น ซัลฟาเมทอกซาโซน (sulfamethoxazole) ไกลบูไรด์ (glyburide) อะเซตาโซลาไมด์ (acetazolamide)
  • หากคุณไม่สามารถปัสสาวะได้
  • หากคุณกำลังใช้ยาโดฟีทิไลด์ (dofetilide) หรือคีแทนซีริน (ketanserin)
  • หากคุณกำลังตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • หากคุณกำลังใช้ยาใดๆ ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อได้เอง สมุนไพร หรืออาหารเสริม
  • หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ต่อยา อาหาร หรือสารอื่นๆ

ยาคลอโรไทอะไซด์อาจทำให้เกิดอาการมึนงง วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ สุรา อากาศร้อน การออกกำลังกาย หรือไข้ก็อาจเพิ่มผลเหล่านี้ได้ เพื่อป้องกันอาการเหล่านี้ ควรค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งหรือยืนขึ้นอย่างช้าๆ โดยเฉพาะในตอนเช้า ควรนั่งลงหรือล้มตัวลงนอนในทันที หากสังเกตเห็นสัญญาณแรกของอาการมึนงง วิงเวียนศีรษะ หรืออ่อนแรง อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่อาจเป็นอันตราย จนกว่าคุณจะทราบว่ามีคุณปฏิกิริยาต่อยาอย่างไร การใช้ยาคลอโรไทอะไซด์เพียงชนิดเดียว ใช้ร่วมกับยาอื่น หรือใช้ร่วมกับการดื่มสุรา อาจลดความสามารถในการขับรถหรือการทำกิจกรรมอื่นที่อาจเป็นอันตราย

ก่อนการรักษาทางการแพทย์ ทันตกรรม การรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หรือการผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยาคลอโรไทอะไซด์

ยาคลอโรไทอะไซด์อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (เช่น รู้สึกกระหาย ปัสสาวะเพิ่มขึ้น สับสน ง่วงซึม หน้าแดง หายใจเร็ว หรือมีกลิ่นปากกลิ่นผลไม้) หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

แพทย์อาจจะสั่งอาหารเสริมโพแทสเซียมให้คุณ ควรรับประทานตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่ารับประทานอาหารเสริมโพแทสเซียมเอาเอง หรือเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมมากขึ้น โดยไม่ปรึกษากับแพทย์

ยาคลอโรไทอะไซด์อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดดมากยิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด จนกว่าคุณจะแน่ใจว่า คุณปฏิกิริยาต่อยาคลอโรไทอะไซด์อย่างไร ควรทาครีมกันแดด หรือสวมเสื้อผ้าป้องกัน หากคุณต้องออกไปข้างนอกเป็นเวลานาน

ผู้ป่วยที่รับประทานยานี้ เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง มักจะรู้สึกเหนื่อยล้า หรือเพลียในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากเริ่มการรักษา ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะรู้สึกเป็นปกติดี แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีอาการอะไรใหม่ๆ

อาจต้องมีการทดสอบในห้องทดลอง รวมไปถึงการตรวจสมรรถภาพไต ความดันโลหิต และการตรวจระดับของอิเล็คโทรไลท์ (electrolytes) ในเลือด เพื่อเฝ้าสังเกตความคืบหน้า และตรวจสอบผลข้างเคียงของยา ควรมาตามนัดของแพทย์และห้องทดลองทุกครั้ง

ควรใช้ยาคลอโรไทอะไซด์ด้วยความระมัดระวังกับผู้สูงอายุ เนื่องจากอาจมีปฏิกิรยาไวต่อผลข้างเคียงของยาได้มากกว่า

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคลอโรไทอะไซด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C จัดโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคลอโรไทอะไซด์

ยาทุกชนิดนั้นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ แต่ก็มีคนจำนวนที่อาจมากจะไม่มีผลข้างเคียงหรืออาจมีผลข้างเคียงน้อย ควรติดต่อแพทย์หากผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปเหล่านี้ไม่ยอมหายไปหรือรบกวนคุณ

  • มองเห็นไม่ชัด
  • มึนงง
  • ปวดหัว
  • วิงเวียนศีรษะ โดยเฉพาะขณะนั่งหรือยืนขึ้น
  • ผิวหนังมีอาการเหน็บชา

รับการรักษาพยาบาลในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • ผดผื่น
  • ลมพิษ
  • แน่นหน้าอก
  • บวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น
  • สับสน
  • ปริมาณปัสสาวะลดลง
  • ง่วงซึม
  • โรคเกาต์
  • หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
  • ตับอ่อนอักเสบ
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือเป็นตะคริว
  • อัตราหัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • ผิวหนังแดง บวม มีแผลพุพองหรือผิวลอก
  • กระสับกระส่าย
  • ชัก
  • หายใจไม่อิ่ม
  • กระหายน้ำอย่างผิดปกติ
  • รู้สึกเหนื่อยล้า หรืออ่อนแรงอย่างผิดปกติ
  • ปากแห้งอย่างผิดปกติ
  • อาเจียน

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาคลอโรไทอะไซด์อาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่น ที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้คือ

  • ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เนื่องจากอาจลดประสิทธิภาพของยาคลอโรไทอะไซด์
  • ยาบาร์บิทูเรต (Barbiturate) เช่น ฟีโนบาร์บิทัล (phenobarbital) ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain medicines) เช่น โคเดอีน (codeine) มอร์ฟีน (morphine) เฟนทานิล (fentanyl) หรือยาสำหรับความดันโลหิตสูง เนื่องจากประสิทธิภาพของยาคลอโรไทอะไซด์อาจเพิ่มขึ้น
  • ไดอะซอกไซด์ (Diazoxide) หรือยาคลายกล้ามเนื้อกลุ่มนอน-ดีโพลาไรซิง (non depolarizing muscle relaxants) เช่น ทูโบคิวรารีน (tubocurarine) เนื่องจากผลข้างเคียงของยาเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้น เพราะยาคลอโรไทอะไซด์
  • ลิเทียม (Lithium) เนื่องจากความเสี่ยงในการเป็นพิษอาจเพิ่มขึ้นเพราะยาคลอโรไทอะไซด์
  • ไดจอกซิน (Digoxin) โดฟีทิไลด์ (dofetilide) หรือคีแทนซีริน (ketanserin) เนื่องจากความเสี่ยงของการเกิดอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติอาจเพิ่มขึ้น เพราะยาคลอโรไทอะไซด์
  • ยาสำหรับโรคเบาหวาน เช่น ไกลพิไซด์ (glipizide) เมทฟอร์มิน (metformin) หรืออินซูลิน เนื่องจากประสิทธิภาพของยาเหล่านี้อาจลดลง เพราะยาคลอโรไทอะไซด์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคลอโรไทอะไซด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคลอโรไทอะไซด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โดยเฉพาะหากคุณมีอาการโรคดังต่อไปนี้

  • โรคเกาต์
  • ปัญหาเกี่ยวกับไตหรือตับ
  • โรคลูปัส (Lupus)
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหอบหืด
  • ปัญหาเกี่ยวกับพาราไทรอยด์ (Parathyroid)
  • ระดับของคอเลสเตอรอลหรือลิพิด (lipid) ในเลือดสูง
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ระดับโซเดียมในเลือดต่ำ
  • ระดับแคลเซียมในเลือดสูง
  • เคยผ่าตัดที่เส้นประสาท

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคลอโรไทอะไซด์สำหรับผู้ใหญ่

อาการบวมน้ำ (Edema) – ผู้ใหญ่

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5-1 กรัม (10 ถึง 20 มล.) รับประทาน หรือฉีดเข้าทางหลอดเลือด ทุกวัน หรือทุกๆ 12 ชั่วโมง ผู้ป่วยโรคบวมน้ำจำนวนมาก จะมีการตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ต่อเนื่อง (เช่น ให้ยาวันเว้นวัน หรือ 3-5 วันต่อสัปดาห์ ลดความเสี่ยงต่อภาวะอิเล็กโทรไลท์ไม่สมดุล)

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) – ผู้ใหญ่

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5-1 กรัม (10 ถึง 20 มล.) รับประทานหรือฉีดเข้าทางหลอดเลือด ครั้งเดียวหรือแบ่งให้ยา อาจเพิ่มหรือลดขนาดยาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของความดันโลหิต

อาการบวมน้ำ (Edema) – ผู้สูงอายุ

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5-1 กรัม (10 ถึง 20 มล.) รับประทานหรือฉีดเข้าทางหลอดเลือด ทุกวัน หรือทุก ๆ 12 ชั่วโมง ผู้ป่วยโรคบวมน้ำจำนวนมากจะมีการตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ต่อเนื่อง (เช่น ให้ยาวันเว้นวัน หรือ 3-5 วันต่อสัปดาห์ ลดความเสี่ยงต่อภาวะอิเล็กโทรไลท์ไม่สมดุล)

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) – ผู้สูงอายุ

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5-1 กรัม (10 ถึง 20 มล.) รับประทานหรือฉีดเข้าทางหลอดเลือด ครั้งเดียวหรือแบ่งให้ยา อาจเพิ่มหรือลดขนาดยาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของความดันโลหิต

ขนาดยาคลอโรไทอะไซด์สำหรับเด็ก

อาการบวมน้ำ (Edema)

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 10 ถึง 20 มก./กก. (5-10 มก./ปอนด์) ทุกวัน หรือแบ่งให้ทุกๆ 12 ชั่วโมง ห้ามเกิน 375 มก./วัน

ความดันโลหิตสูง (Hypertension)

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 10 ถึง 20 มก./กก. (5-10 มก./ปอนด์) ทุกวัน หรือแบ่งให้ทุก ๆ 12 ชั่วโมง ห้ามเกิน 375 มก./วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน: 250 มก./5 มล.
  • ยาผงสำหรับฉีด: 500 มก.
  • ยาเม็ด: 250 มก. 500 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กันยายน 26, 2018 | Last Modified: กันยายน 26, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย