คลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: คลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin) Brand Name(s): คลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin).

ข้อบ่งใช้

ยาคลาริโธรมัยซินใช้สำหรับ

ยาคลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin) ใช้เพื่อรักษากการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้ใช้ร่วมกับยาต้านแผลเปื่อย (anti-ulcer medications) เพื่อรักษาแผลที่กระเพาะอาหารบางชนิด และยังอาจใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้อีกด้วย ยาคลาริโธรมัยซินเป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มแมคโครไลด์ (macrolide antibiotic) ทำงานโดยการหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ยาปฏิชีวนะนี้ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับการติดเชื้อไวรัสได้ (เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่) การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นหรือใช้ผิดวิธีอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้

วิธีการใช้ยาคลาริโธรมัยซิน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือทุกๆ 12 ชั่วโมง หากเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน อาจรับประทานพร้อมกับอาหารหรือนม

เขย่าขวดยาให้ดีก่อนใช้งานทุกครั้ง ควรตวงยาอย่างระมัดระวัง ด้วยเครื่องมือหรือช้อนสำหรับตวงยา ไม่ควรใช้ช้อนธรรมดา เพราะอาจได้ขนาดยาไม่ถูกต้อง

ยาปฏิชีวนะจะทำงานได้ดีที่สุด หากมีปริมาณของยาในร่างกายอยู่ในระดับที่คงที่ ดังนั้น จึงควรรับประทานยาโดยเว้นระยะเวลาที่เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษ าขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็ก ขนาดยายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวอีกด้วย

หากคุณใช้ยานี้เพื่อรักษาการติดเชื้อ ควรใช้อย่างต่อเนื่องจนครบกำหนด แม้ว่าอาการจะหายไปภายในไม่กี่วัน การหยุดใช้ยาเร็วเกินไป อาจทำให้การติดเชื้อกำเริบได้ แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง

หากคุณใช้ยานี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ควรใช้ยาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าหยุดใช้ยาโดยที่แพทย์ไม่ยินยอม แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้หรือมีเหงื่อออกตอนกลางคืน

การเก็บรักษายาคลาริโธรมัยซิน

ยาคลาริโธรมัยซินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคลาริโธรมัยซินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาคลาริโธรมัยซินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคลาริโธรมัยซิน

ระหว่างที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ยา แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงของการใช้ยาต่อประโยชน์ของยาเสียก่อน สำหรับยานี้ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเคยมีอาการที่ผิดปกติ หรืออาการแพ้ต่อยานี้ นอกจากนี้ยังควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ที่คุณเป็น เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับยาที่หาซื้อเอง ควรอ่านฉลากยาหรือส่วนประกอบของยาอย่างละเอียด

เด็ก

ยังไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุ ต่อประสิทธิภาพของยาคลาริโธรมัยซิน ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน และเพื่อป้องกันและรักษาการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่เชื้อวัณโรค (Mycobacterium avium complex) ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 20 เดือน ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในกลุ่มอายุนี้

ผู้สูงอายุ

ยังไม่มีงานวิจัยในปัจจุบัน ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะจำกัดประโยชน์ของยาคลาริโธรมัยซินในผู้สูงอายุ แต่ผู้ป่วยสูงอายุมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับไตอย่างรุนแรง และปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ ซึ่งอาจต้องการความระมัดระวัง และมีการปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาคลาริโธรมัยซิน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคลาริโธรมัยซินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคลาริโธรมัยซิน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • ปวดหัวพร้อมกับอาการะปวดหน้าอก วิงเวียน หัวใจเต้นเร็วหรือรัว หายใจไม่อิ่ม หรือหมดสติ
  • ท้องร่วงเหลวเป็นน้ำหรือมีเลือดปน
  • เป็นไข้ ต่อมบวม ปวดตัว มีอาการของไข้หวัดใหญ่ มีอาการใหม่ครั้งใหม่หรือแย่ลง
  • ผื่นผิวหนัง มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย รู้สึกเหน็บชา ปวด หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง
  • สับสน อาเจียน เหงื่ออก น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • มีปัญหากับการได้ยิน
  • ปฏิกิริยาที่ผิวหนังอย่างรุนแรง — เป็นไข้ เจ็บคอ บวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบตา เจ็บผิว ตามด้วยผดผื่นผิวหนังสีม่วงหรือแดงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะที่ใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

ยาคลาริโธรมัยซินยังอาจทำให้เกิดอาการตับที่รุนแรง หยุดใช้ยานี้และติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการของตับดังต่อไปนี้

  • เป็นไข้ต่ำ คัน
  • คลื่นไส้ ปวดกระเพาะส่วนบน เบื่ออาหาร
  • ปัสสาวะสีคล้ำ อุจจาระสีดินเหนียว
  • ดีซ่าน (ผิวหนังหรือดวงตาเป็นสีเหลือง)

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • ท้องไส้ปั่นป่วน อาเจียน ท้องร่วง
  • มีรสชาติที่ผิดปกติและไม่พึงประสงค์ภายในปาก
  • ฟันเปลี่ยนสี
  • ปวดหัว
  • มีอาการคันหรือผดผื่นระดับเบา
  • มีอาการคันหรือสารคัดหลั่งจากช่องคลอด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาคลาริโธรมัยซินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ แพทย์อาจจะไม่ใช้ยานี้รักษาคุณ หรือเปลี่ยนยาที่คุณกำลังใช้อยู่

  • อัลฟลูโซซิน (Alfuzosin) อะมิแฟมไพรดีน (Amifampridine) แอสเทมมีโซล (Astemizole) เบไพรดิล (Bepridil) ไซซาไพรด์ (Cisapride) โคลไคซีน (Colchicine) คอนนิวาปแทน (Conivaptan) ไดไฮโดรเออร์โกตามีน (Dihydroergotamine) โดรเนดาโรน (Dronedarone) เอเลทริปแทน (Eletriptan) เอลิกลูสแตต (Eliglustat) เอเพลเรโนน (Eplerenone) เออร์โกลอยด์ เอซิเลต (Ergoloid Mesylates) เออร์โกโนวีน (Ergonovine) เออร์โกทามีน (Ergotamine) ฟลูโคนาโซล (Fluconazole) ไอวาบราดีน (Ivabradine) คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) โลมิทาไพด์ (Lomitapide) ดลวาสแตติน (Lovastatin) ลูราซิโดน (Lurasidone) มาราเวียร์ออค (Maraviroc) เมโ.ริดาซีน (Mesoridazine) เมทิลเลอร์โดโนวีน (Methylergonovine) เมทิลเซอร์ไกด์ (Methysergide) นาโลเซกอล (Naloxegol) เนลฟินาเวียร์ (Nelfinavir) ไนโมดิพีน (Nimodipine) พิโมไซด์ (Pimozide) ไพเพอร์ราควีน (Piperaquine) โพซาโคนาโซล (Posaconazole) ราโนลาซีน (Ranolazine) ซาควินาเวียร์ (Saquinavir) ซิโลโดซิน (Silodosin) ซิมวาสแตติน (Simvastatin) สปาร์ฟลอกแซซิน (Sparfloxacin) เทอร์เฟนาดีน (Terfenadine) ไทโอริดาซีน (Thioridazine) ทอลวาปแทน (Tolvaptan) ซิพราซิโดน (Ziprasidone)

การใช้ยานี้กับยาดังต่อไปนี้ โดยปกติแล้วจะไม่แนะนำ แต่อาจจำเป็นต้องใช้ในบางกรณี หากคุณได้รับสั่งยาทั้งสองร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยา หนึ่งหรือทั้งสองชนิด

  • อะโดทราสตูซูแมบ เอมแทนซีน (Ado-Trastuzumab Emtansine) อะฟาทินิบ (Afatinib) อะจามาลีน (Ajmaline) อัลพราโซแลม (Alprazolam) อะมิโอดาโรน (Amiodarone) อะมิทริปทิลีน (Amitriptyline) แอมโลดิพีน (Amlodipine) แอมโมบาบิทอล (Amobarbital) แอมพรีเวียร์ (Amprenavir) อะนากรีไลด์ (Anagrelide) อะพิซาแบน (Apixaban) อะโพมอร์ฟีน (Apomorphine) อะพรีพิแทน (Aprepitant) อะพรินดีน (Aprindine) อะโพรบาร์บิทอล (Aprobarbital) อะริพิพราโซล (Aripiprazole) อาร์เซนิค ไทรออกไซด์ (Arsenic Trioxide) อาร์เทเมเทอร์ (Artemether) อะเซนาพีน (Asenapine) อะทาซานาเวียร์ (Atazanavir) อะโทรวาสแตติน (Atorvastatin) อะวานาฟิล (Avanafil) อะซิทินิบ (Axitinib) อะซิโทรมัยซิน (Azithromycin) เบดาควิลีน (Bedaquiline) โบซูทินิบ (Bosutinib) เบรนทูซิแมบ เวโดทิน (Brentuximab Vedotin) เบรทิเลียม (Bretylium) บูเซเรลิน (Buserelin) บูทาบาร์บิทอล (Butabarbital) บูทาลบิทอล (Butalbital) คาบาซิทาเซล (Cabazitaxel) คาโบซานทินิบ (Cabozantinib) คาร์บาเมเซพีน (Carbamazepine) เซริทินิบ (Ceritinib) โคลโรควีน (Chloroquine) โคลโพรเมซีน (Chlorpromazine) ไซโลสตาซอล (Cilostazol) ไซโพรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) ไซทาโลแพรม (Citalopram) โคลไมพรามีน (Clomipramine) โคลนาเซแพม (Clonazepam) โคลเซพีน (Clozapine) โคไบซิสแตต (Cobicistat) คริโซทินิบ (Crizotinib) ไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine) ดาบิกาทราน เอเทซิเลต (Dabigatran Etexilate) ดาบราเฟนิบ (Dabrafenib) ดาคลาทาสเวียร์ (Daclatasvir) ดาซาทินิบ (Dasatinib) เดลามาลิด (Delamanid) เดซิพรามีน (Desipramine) เดสโลเรลิน (Deslorelin) เดซาเมทาโซน (Dexamethasone) ไดจอกซิน (Digoxin) ดิลไทอาเซม (Diltiazem) ไดโซพิราไมด์ (Disopyramide) โดเซทาเซล (Docetaxel) โดเฟทลไลด์ (Dofetilide) โดลาเซทรอน (Dolasetron) ดอมเพริโดน (Domperidone) โดเซพิน (Doxepin) โดโซรูไบซิน (Doxorubicin) โดโซรูไบซินไฮโดรคลอไรด์ไลโปโซม (Doxorubicin Hydrochloride Liposome) โดรเพริดอล (Droperidol) ดูทาสเทไรด์ (Dutasteride) เอบาสทีน (Ebastine) เอฟาไวเรน (Efavirenz) เอนซาลูทาไมด์ (Enzalutamide) เอริบูลิน (Eribulin) เออร์โลทินิบ (Erlotinib) อิริโทมัยซิน (Erythromycin) เอสไซตาโลแพรม (Escitalopram) เอสลิคาร์เบซาพีน อะซิแตต (Eslicarbazepine Acetate) เอสทาโซแลม (Estazolam) เอสโซไพโคลน (Eszopiclone) เอทราไวรีน (Etravirine) เอเวโรไลมัส (Everolimus) ฟาโมทิดีน (Famotidine) เฟลบาเมต (Felbamate) เฟโลดิพีน (Felodipine) เฟนทานิล (Fentanyl) ฟิงโกลิมอด (Fingolimod) เฟลคาอิไนด์ (Flecainide) ฟลูออกเซทีน (Fluoxetine) ฟลูทิคาโซล (Fluticasone) ฟอร์โมเทรอล (Formoterol) ฟอสคาร์เน็ต (Foscarnet) ฟอสเฟนีโทอิน (Fosphenytoin) กาแลนทามีน (Galantamine) กาทิฟลอกเซซิน (Gatifloxacin) เจมิฟลอกซาซิน (gemifloxacin) โกนาโดเรลิน (Gonadorelin) โกเซเรลิน (Goserelin) แกรนิเซโทรน (Granisetron) ฮาโลแฟนทรีน (Halofantrine) ฮาโลเพริดอล (Haloperidol) ฮาโลเทน (Halothane) ฮิสเทรลีน (Histrelin) ไฮโดรโคโดน (Hydrocodone) ไฮโดรควินิดีน (Hydroquinidine) ไอบรูทินิบ (Ibrutinib) ไอบูทิไลด์ (Ibutilide) ไอเดลาลิซิบ (Idelalisib) ไอฟอสฟาไมด์ (Ifosfamide) ไอโลเพริโดน (Iloperidone) อิมิพรามีน (Imipramine) อิโซฟลูเรน (Isoflurane) อิสราดิพีน (Isradipine) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) ไอวาคาฟทอร์ (Ivacaftor) ไอเซเบไพโลน (Ixabepilone) ลาพาทินิบ (Lapatinib) เลโทรโซล (Letrozole) เลยูโพรไลด์ (Leuprolide) เลโวฟลอกเซซิน (Levofloxacin) เลโวลมิลนาไซพราน (Levomilnacipran) โลพินาเวียร์ (Lopinavir) ลอร์คาอิไนด์ (Lorcainide) โลซาร์แทน (Losartan) ลูเมแฟนทรีน (Lumefantrine) มาซิเทนแทน (Macitentan) เมโฟลควิน (Mefloquine) เมโฟบาร์บิทอล (Mephobarbital) เมทาโทน (Methadone) เมโทเฮซิทอล (Methohexital) เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) มิดาโซแลม (Midazolam) มิเฟพริสโทน (Mifepristone) มิโทเทน (Mitotane) มิโซลาทีน (Mizolastine) โมดาฟินิล (Modafinil) มอร์ฟีน (Morphine) มอร์ฟีนซัลเฟตไลโมโซม (Morphine Sulfate Liposome) โมซิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin) นาราเซเรลิน (Nafarelin) นาฟซลิลิน (Nafcillin) ไนคาร์ดิพีน (Nicardipine) ไนเฟดิพีน (Nifedipine) ไนโลทินิบ (Nilotinib) นินเทดานิบ Nintedanib) ไนโซลดิพีน (Nisoldipine) นอร์ฟลอกซาซิน (Norfloxacin) นอร์ทริปทิลีน (Nortriptyline) ออกเทรโอไทด์ (Octreotide) โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin) โอแลนซาพีน (Olanzapine) ออนแดนเซโทรน (Ondansetron) ออสเพมิเฟน (Ospemifene) ออหคาร์เบเซพีน (Oxcarbazepine) ออกซิโคโดน (Oxycodone) พาลิเพริโดน (Paliperidone) พาโรซอกทีน (Paroxetine) พาซิเรโอไทด์ (Pasireotide) พาโซพานิบ (Pazopanib) เพนทามิดีน (Pentamidine) เพนโทบาร์บิทอล (Pentobarbital) เพแรมพาเนล (Perampanel) เพอร์ฟลูเทรนลิปิด (Perflutren Lipid) ไมโครสเฟียร์ (Microsphere) เพอร์เฟนาซีน (Perphenazine) เฟโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) เฟนนีโทอิน (Phenytoin, Pipamperone, Pirmenol, Pixantrone, Pomalidomide, Ponatinib) ไพรมิโดน (Primidone) โพรบูคอล (Probucol) โพรคาอินาไมด์ (Procainamide) โพรคลอร์เพราซีน (Prochlorperazine) โพรเมทาซีน (Promethazine) โพรพาเฟโนน (Propafenone) โพรทริปทิลีน (Protriptyline) กัวไทอาพีน (Quetiapine) ควินิดีน (Quinidine) ควินีน (Quinine) เรโกราเฟนิบ (Regorafenib) เรทาพามูลิน (Retapamulin) ไรฟาบูติน (Rifabutin) ไรฟาเพนทีน (Rifapentine) ริลพิไวรีน (Rilpivirine) ริสเพริโดน (Risperidone) ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) โรฟลูมิลาส (Roflumilast) โรมิเดปซิน (Romidepsin) รูซอลทินิบ (Ruxolitinib) ซาลาเมเทรอล (Salmeterol) เซโคบาร์บิทอล (Secobarbital) เซอร์ทินดอล (Sertindole) เซโวฟลูเรน (Sevoflurane) ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ซิลทูซิแมบ (Siltuximab) ซิเมพรีเวียร์ (Simeprevir) ซิโรลิมัส (Sirolimus) โซเดียมซัลเฟต (Sodium Phosphate) โซเดียมฟอสเฟตไดเบสิค (Sodium Phosphate Dibasic) โซเดียมฟอสเฟตโมโนเบสิค (Sodium Phosphate Monobasic) โซลิเฟนาซิน (Solifenacin) โซราเฟนิบ (Sorafenib) โซทาลอล (Sotalol) สไปรามัยซิน (Spiramycin) สมุนไพรเซนต์จอห์น (St John’s Wort) ซูลฟาเมโทซาโซล (Sulfamethoxazole) ซูนิทินิบ (Sunitinib) ซูโวเรแซน (Suvorexant) ทาโครลิมัส (Tacrolimus) ทาดาลาฟิล (Tadalafil) ทาโมซิเฟน (Tamoxifen) แทมซูโลซิน (Tamsulosin) เทลาพรีเวียร์ (Telaprevir) เทลาแวนซิน (Telavancin) เทลิโทรมัยซิน (Telithromycin) เทมซิโรลิมัส (Temsirolimus) เททราเบนาซีน (Tetrabenazine) ไทโอเพนทาล (Thiopental) ไทกาเกรลอร์ (Ticagrelor) ไทซานิดีน (Tizanidine) ทอลเทโรดีน (Tolterodine) โทโพเทแคน (Topotecan) โทเรมิฟีน (Toremifene) ทราเบคเทดีน (Trabectedin)ทรามาดอล (Tramadol) ทราโซโดน (Trazodone) ไทรอาโซแลม (Triazolam) ไทรเมโทพริม (Trimethoprim) ทริไมพรามีน (Trimipramine) ทริปโทเรลิน (Triptorelin) แวนเดทานิบ (Vandetanib) วาร์เดนาฟิล (Vardenafil) เวมูราเฟนิบ (Vemurafenib) เวทลาฟาซีน (Venlafaxine) เวราพามิล (Verapamil) ไวแลนเทรรอล (Vilanterol) ไวลาโซโดน (Vilazodone) วินบลาสทีน (Vinblastine) วินคริสทีน (Vincristine) วินคริสทีนซัลเฟตไลโปโซม (Vincristine Sulfate Liposome) วินฟลูนีน (Vinflunine) ไวโนเรบีน (Vinorelbine) โวราพาซาร์ (Vorapaxar) โวริโคนาโซล (Voriconazole) โวริโนสแตต (Vorinostat) วาฟารืน (Warfarin) เซลพลอน (Zaleplon) ซิโดวูดีน (Zidovudine) ซิเลยูทอน (Zileuton) โซลพิเดม (Zolpidem)

การใช้ยานี้กับยาดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ แต่การใช้ยาทั้งสองชนิดร่วมกันอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณได้รับสั่งยาทั้งสองร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยา หนึ่งหรือทั้งสองชนิด

  • อะเซโนคูมารอล (Acenocoumarol) อัลเฟนทานิล (Alfentanil) โบรโมคริปทีน (Bromocriptine) คอนจูกาเทตเอสโทรเจน (Conjugated Estrogens) ไซคลอสโพรีน (Cyclosporine) ดารุนาเวียร์ (Darunavir) เดลาเวียร์ดีน (Delavirdine) ไดอาเซแพม (Diazepam) เอสเทอริฟิลเอสโทรเจน (Esterified Estrogens) เอสทราดอล (Estradiol) เอสไทรดอล (Estriol) เอสโทรล (Estrone) เอสโทรไพเพต (Estropipate) เอทินิลเอสทราดอล (Ethinyl Estradiol) ไกลพิไซด์ (Glipizide) ไกลบูไรด์ (Glyburide) เฮโซบาร์บิทอล (Hexobarbital) อินดินาเวียร์ (Indinavir) ไลน์โซลิด (Linezolid) เมทิลเพรดนิโซโลน (Methylprednisolone) เนไวราพีน (Nevirapine) พราวาสแตติน (Pravastatin) เพรดนิโซน (Prednisone) ราซาจิลีน (Repaglinide) ไรแฟมพิน (Rifampin) ไรวาโรซาแบน (Rivaroxaban) ไทพรานาเวียร์ (Tipranavir)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคลาริโธรมัยซินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคลาริโธรมัยซินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • เคยมีภาวะน้ำดีคั่ง (Cholestatic jaundice)
  • เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ เช่น QT prolongation โรคตอร์ซาดเดอปวงต์ (Torsades de Pointes) ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะ (ventricular arrhythmia)
  • เคยเป็นโรคตับ—ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคนี้เนื่องจากยาคลาริโธรมัยซิน
  • การทำงานของไตลดลง
  • เคยเป็นโรคพอร์ฟิเรีย (Porphyria) —ไม่ควรใช้ยาคลาริโธรมัยซินร่วมกับแรนิทิดีนบิสมัทไซเตรต (ranitidine bismuth citrate) ในผู้ป่วยที่มีอาการนี้
  • ท้องร่วง
  • โรคหัวใจ
  • โรตตับ
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis) —ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้อาการแย่ลงได้
  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) ไม่ได้รับการรักษา
  • ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ (Hypomagnesemia) ไม่ได้รับการรักษา—ควรรับการรักษาก่อนเริ่มต้นใช้ยา
  • โรคไต
  • โรคตับ—ไม่ควรใช้ยาคลาริโธรมัยซินร่วมกับโคลชิซิน (colchicine) ในผู้ป่วยที่มีอาการนี้
  • โรคไตระดับรุนแรง—ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ผลของยาอาจเพิ่มขึ้นเพราะกำจัดยาออกจากร่างกายได้ช้าลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคลาริโธรมัยซินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) หรือคออักเสบ (Pharyngitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที: 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาไซนัสอักเสบ (Sinusitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที: 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน

ยาออกฤทธิ์นาน: 1000 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาหลอดลมอักเสบ (Bronchitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที

  • เนื่องจากเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนซา (H influenzae): 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน
  • เนื่องจากเชื้อฮีโมฟิลุส พาราอินฟลูเอนเซ (H parainfluenzae): 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน
  • เนื่องจากเชื้อมอเรกซ์เซลลา คาทาร์ฮาลิส (M catarrhalis) หรือเชื้อสเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนีย (S pneumoniae): 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

ยาออกฤทธิ์นาน: 1000 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวม (Pneumonia)

ยาออกฤทธิ์ทันที:

  • เนื่องจากเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนซา: 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน
  • เนื่องจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนียหรือเชื้อคลามายโดฟิลา นิวโมเนีย (Chlamydophila pneumoniae): 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

ยาออกฤทธิ์นาน: 1000 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวมจากเชื้อมัยโคพลาสมา (Mycoplasma Pneumonia)

  • ยาออกฤทธิ์ทันที: 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน
  • ยาออกฤทธิ์นาน: 1000 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังและโครงสร้างผิว

ยาออกฤทธิ์ทันที: 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

ขนาดยาคลาริโธรมัยซินสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) หรือคออักเสบ (Pharyngitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที: 6 เดือนขึ้นไป: 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาไซนัสอักเสบ (Sinusitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที: 6 เดือนขึ้นไป: 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคปอดบวมจากเชื้อมัยโคพลาสมา (Mycoplasma Pneumonia)

ยาออกฤทธิ์ทันที: 6 เดือนขึ้นไป: 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคปอดบวม (Pneumonia)

ยาออกฤทธิ์ทันที: 6 เดือนขึ้นไป: 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media)

ยาออกฤทธิ์ทันที: 6 เดือนขึ้นไป: 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังและโครงสร้างผิว

ยาออกฤทธิ์ทันที: 6 เดือนขึ้นไป: 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่เชื้อวัณโรค (Mycobacterium avium-intracellulare)

ยาออกฤทธิ์ทันที: 20 เดือนขึ้นไป: 7.5 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง

ขนาดยาสูงสุด: 500 มก./ครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 250 มก. 500 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการใช้ยาเกินขนาดมีดังต่อไปนี้

  • ปวดท้อง
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ท้องร่วง

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 10, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 10, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย