คาบาซิแทกเซล (Cabazitaxel)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: คาบาซิแทกเซล (Cabazitaxel) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ยาคาบาซิแทกเซลใช้สำหรับ

ยาคาบาซิแทกเซล (Cabazitaxel) ใช้ร่วมกับยาอื่นอย่างเพรดนิโซโลน (prednisone) เพื่อรักษาโรคมะเร็งที่ต่อมลูกหมาก (prostate cancer) ยานี้ทำงานโดยการชะลอ หรือยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง

วิธีการใช้ยาคาบาซิแทกเซล

ฉีดยานี้เข้าที่หลอลดเลือดดำตามที่แพทย์สั่ง โดยปกติคือทุกๆ 3 สัปดาห์ ผู้เชี่ยวชาญจะค่อยๆ ฉีดยานี้อย่างช้าๆ เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

แพทย์อาจจะสั่งยาอื่นให้คุณ เช่น ยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) ยาเอช2 บล็อกเกอร์ (H2 blockers) คอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) ก่อนการฉีดยาคาบาซิแทกเซลในแต่ละครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้และป้องกันผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้อาเจียน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ ขนาดร่างกาย ผลการตรวจในห้องทดลอง การตอบสนองต่อการรักาา และยาอื่นๆ ที่คุณกำลังใช้ อย่าลืมแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้อยู่ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

การเก็บรักษายาคาบาซิแทกเซล

เก็บขวดยาที่ยังไม่ได้ใช้ไว้ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ในขณะเดินทาง อนุญาตให้อยู่ที่ระหว่าง 15 และ 30 องศาเซลเซียส ห้ามแช่ในตู้เย็น อย่าเตรียมยาหรือให้ยา โดยใช้ถุงน้ำเกลือให้ยาที่มีส่วนประกอบของพีวีซี (PVC-containing infusion containers) หรือชุดอุปกรณ์หยอดยาโพลียูรีเทน (Polyurethane) สารละลายคืนรูป (The initial reconstituted solution) ขนาดเริ่มต้น (10 มก./มล.) นั้น จะคงสภาพเป็นเวลา 30 นาทีในขวดยาและสารละลายสำหรับหยอดยานั้น จะคงสภาพเป็นเวลานานถึง 8 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิห้อง (รวมถึงช่วงการหยอดยา 1 ชั่วโมง) หรือ 24 ชั่วโมงภายในตู้เย็น (รวมถึงช่วงการหยอดยา 1 ชั่วโมง)

เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคาบาซิแทกเซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาคาบาซิแทกเซลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคาบาซิแทกเซล

ก่อนใช้ยาคาบาซิแทกเซล แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณแพ้ยานี้ หรือแพ้ต่อพอลิซอร์เบต 80 (polysorbate 80) หรือหากคุณโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ได้ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคตับ โรคปอด ความผิดปกติของเลือด หรือไขกระดูก เช่น ภาวะการกดไขกระดูก (bone marrow suppression) ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (neutropenia) ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia) ภาวะโลหิตจาง (anemia) ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือช่องท้อง เช่น มีแผล เลือดออก หรืออุดตัน มีการติดเชื้อเมื่อไม่นานมานี้ หรือกำลังเป็นอยู่ การฉายรังสีบำบัด

ยาคาบาซิแทกเซลอาจทำให้คุณติดเชื้อครั้งใหม่ หรือทำให้การติดเชื้อที่เป็นอยู่แย่ลงได้ ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่ติดเชื้อ ที่สามารถแพร่กระจายได้ เช่น โรคอีสุกอีใส โรคหัด หรือไข้หวัดใหญ่ ปรึษาแพทย์หากคุณเคยรับเชื้อ หรือเพิ่มรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

อย่าสร้างภูมิคุ้มกัน (immunizations) หรือรับวัคซีน โดยไม่ปรึกษาแพทย์ หลีกเลี่ยงผู้ที่เพิ่งรับวัคซีนเชื้อเป็น เช่น วัคซีนสำหรับอาการไข้หวีดใหญ่ที่สูดดมเข้าทางจมูก

เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยแผลบาด รอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรระมัดระวังในการใช้ของมีคม เช่น มีดโกนและกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรม เช่น กีฬาที่ต้องปะทะกัน

ก่อนการผ่าตัดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาตามใบสั่ง ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ผุ้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงมากกว่า (เช่น จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวน้อย เป็นไข้ วิงเวียน ติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะ ภาวะขาดน้ำ) ขณะที่ใช้ยานี้

ไม่ควรใช้ยานี้กับผู้หญิงโดยเฉพาะผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ยานี้อาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ หรือทารกที่ดื่มนมแม่ได้ ผู้ชายที่ใช้ยานี้ควรสอบถามเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ ขณะที่ใช้ยานี้ และ 3 เดือนหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคาบาซิแทกเซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคาบาซิแทกเซล

อาจเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดกระเพาะหรือปวดท้อง หรือการรับรสชาติเปลี่ยนไป หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง และอาจมีอาการรุนแรงได้ แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากเกิดอาการเหล่านี้ ในบางกรณีแพทย์อาจสั่งยาเพื่อป้องกัน หรือบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องร่วง ควรรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ หลายมื้อ และไม่รับประทานก่อนรับการรักษา หรือจำกัดการทำกิจกรรม อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

อาจเกิดอาการผมร่วงชั่วคราว โดยปกติแล้ว ผมจะยาวกลับมาตามเดิมหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา

คนจำนวนมากที่ใช้ยานี้มักจะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่แพทย์อาจสั่งให้ใช้ยานี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ามีประโยชน์ มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์อาจช่วยลดความเสี่ยงลงได้

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง ปัสสาวะสีชมพูหรือมีเลือด) สัญญาณของการติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะ (เช่น อาการแสบร้อน หรืออาการปวดขณะปัสสาวะ จำเป็นต้องปัสสาวะอย่างเร่งด่วน หรือปัสสาวะบ่อย เป็นไข้) เป็นตะคริว อ่อนแรง วิงเวียน กระหายน้ำอย่างรุนแรง เหนื่อยล้าผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว หรือผิดปกติ มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย เหน็บชาที่แขนหรือขา ท้องผูกบ่อยๆ ปวดท้องหรือกระเพาะอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นสีดำคล้ายยางมะตอย อาเจียนคล้ายกากกาแฟ

รับการรักษาพยาบาลในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ คือ ปวดหน้าอก

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาที่สามารถทำให้เกิดอาการเลือดออกหรือรอยช้ำได้ เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelet drug) อย่างโคลพิโดเกรล (clopidogrel) ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (naproxen) ยาต้านการแข็งตัวของเลือด อย่างวาฟาริน (warfarin) หรือดาบิกาแทรน (dabigatran)

ยาแอสไพรินสามารถเพิ่มความเสี่ยง ในการเกิดอาการเลือดออกเมื่อใช้ยานี้ แต่แพทย์อาจจำเป็นต้องให้คุณใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำ เพื่อป้องกันอาการหัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดสมอง (โดยปกติมักใช้ยาในขนาด 81-325 มก. ต่อวัน) คุณควรใช้ยาต่อไป เว้นแต่ว่าแพทย์จะสั่งอย่างอื่น สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยาอื่นสามารถส่งผลกระทบ ต่อการกำจัดยาคาบาซิแทกเซลออกจากร่างกายได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของยาคาบาซิแทกเซล เช่น ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) อย่างไอทราโคนาโซล (itraconazole) คีโตโคนาโซล (ketoconazole) โคบิซิสแตท (cobicistat) ยาปฏิชีวนะแมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) เช่น คลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) ยาต้านไวรัสเอชไอวี (HIV protease inhibitors) เช่น ริโทนาเวียร์ (ritonavir) เนวฟินนาเวียร์ (nelfinavir) เนฟาโซโดน (nefazodone) เทลิโทรมัยซิน (telithromycin) และอื่นๆ

ยาคาบาซิแทกเซลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคาบาซิแทกเซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคาบาซิแทกเซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ ถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคาบาซิแทกเซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)

25 มก./ตารางเมตร ฉีดเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 1 ชั่วโมง ทุกๆ 3 สัปดาห์

คำแนะนำ

  • ใช้ร่วมกับเพรดนิโซน (prednisone) หรือเพรดนิโซโลน (prednisolone)
  • ให้ยานำ (premedication) อย่างน้อย 30 นาทีก่อนการให้ยาแต่ละครั้ง
  • ให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน (antiemetics) เพื่อป้องกันหรือเท่าที่จำเป็น
  • ควรได้รับน้ำให้เพียงพอระหว่างการรักษา

การใช้งาน: ใช้ร่วมกับเพรดนิโซนหรือเพรดนิโซโลน เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มะเร็งต่อมลูกหมากแบบลุกลามที่ดื้อต่อฮอร์โมน ก่อนการรักษาด้วยสูตรยาที่มีโดซีแทคเซล (docetaxel)

การปรับขนาดยาไต

  • ค่าครีอะตินีนเคลียแรนซ์ (CrCl) 50 ถึง 80 มล./นาที ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยา
  • ค่าครีอะตินีนเคลียแรนซ์ (CrCl) น้อยกว่า 50 มล./นาที หรือโรคไตระยะสุดท้าย ควรใช้ด้วยด้วยความระมัดระวัง และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดขณะการรักษา

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ไม่แนะนำ

การปรับขนาดยา

การปรับขนาดยาสำหรับอาการไม่พึงประสงค์ดังต่อไปนี้

  • ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำระดับ 3 หรือมากกว่าในระยะยาว (มากกว่า 1 สัปดาห์) แม้ว่าจะได้รับยาอย่างเหมาะสม รวมถึงยาจีซีเอสเอฟ (G-CSF) ชะลอการรักษาจนกว่าจำนวนเม็ดเลือดขาวจะมากกว่า 1,500 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิลิตร แล้วจึงลดขนาดยาลงมาที่ 20 มก./ตารางเมตร
  • ภาวะไข้จากระดับเม็ดเลือดขาวต่ำ (Febrile neutropenia) หรือการติดเชื้อที่เม็ดเลือดขาว (neutropenic infection) ชะลอการรักษาจนกว่าอาการจะดีขึ้นหรือหายไป และจำนวนเม็ดเลือดขาวจะมากกว่า 1,500 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิลิตร แล้วจึงลดขนาดยาลงมาที่ 20 มก./ตารางเมตร
  • อาการท้องร่วง ระดับ 3 หรือมากกว่า หรือบ่อยครั้งแม้ว่าจะได้รับการรักษาด้วยยาที่เหมาะสม ให้น้ำและอิเล็กโทรไลต์ทดแทน: ชะลอการรักษาจนกว่าอาการจะดีขึ้นหรือหายไป แล้วจึงลดขนาดยาลงมาที่ 20 มก./ตารางเมตร
  • ปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy) ระดับ 2 หรือมากกว่า ชะลอการรักษาจนกว่า แล้วจึงลดขนาดยาลงมาที่ 20 มก./ตารางเมตร
  • หยุดรักษา หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว แม้จะใช้ยาที่ขนาด 20 มก./ตารางเมตร

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

  • อย่าใช้ถุงน้ำเกลือให้ยาที่มีส่วนประกอบของพีวีซีสำหรับการเตรียมยาหรือหยอดยา
  • อย่าใช้ชุดอุปกรณ์หยอดยาโพลียูรีเทนสำหรับให้ยา
  • ใช้เครื่องกรองที่มีไส้กรองขนาด 0.22 ไมโครเมตรขณะที่ให้ยา

การเก็บรักษา

  • อย่าแช่ตู้เย็น
  • เทคนิคการคืนรูปและการเตรียมยา ควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • ความเข้ากันของการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (IV compatibility) อย่าผสมยานี้กับยาอื่น

คำแนะนำทั่วไป

  • ให้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการใช้ยาต้านมะเร็ง
  • ควรเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์สำหรับการรักษาอาการของภาวะภูมิแพ้ (hypersensitivity) เช่น ภาวะความดันโลหิตต่ำ (hypotension) และอาการหลอดลมหดตัว (bronchospasm) ให้พร้อม

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรเรียนรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงของภาวะภูมิแพ้และควรแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากมีสัญญาณของภาวะภูมิแพ้
  • อธิบายเกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจนับจำนวนเม็ดเลือดเป็นประจำ
  • ผู้ป่วยควรเฝ้าสังเกตระดับอุณภูมิของร่างกายเป็นประจำและแจ้งทันทีหากมีแพทย์
  • อธิบายเกี่ยวกับความสำคัญของการรับประทานยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ตามที่กำหนด
  • แจ้งให้ผู้ป่วยทราบเกี่ยวกับความเสี่ยงของการติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ และไตล้มเหลว ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากมีอาการไข้ อาเจียนหรือท้องร่วงอย่างหนัก ปัสสาวะน้อยลง และปัสสาวะเป็นเลือด

ขนาดยาคาบาซิแทกเซลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้ สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • สารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 20, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย