คาริโซโพรดอล (Carisoprodol)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: คาริโซโพรดอล (Carisoprodol) Brand Name(s): คาริโซโพรดอล (Carisoprodol).

ข้อบ่งใช้

ยาคาริโซโพรดอลใช้สำหรับ

ยาคาริโซโพรดอล (Carisoprodol) ใช้ในระยะสั้น เพื่อรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อและความรู้สึกไม่สบายที่กล้ามเนื้อ ยานี้มักจะใช้ร่วมกับการพักผ่อน การบำบัดทางกายภาพ และการรักษาอื่นๆ ยานี้ทำงานโดยการคลายกล้ามเนื้อ

วิธีการใช้ยาคาริโซโพรดอล

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละ 4 ครั้ง  

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา
ยานี้ควรใช้แค่ในระยะสั้นเท่านั้น (3 สัปดาห์หรือน้อยกว่า) นอกเสียจากแพทย์จะสั่งอย่างอื่น อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยาบ่อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้นและความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น 

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการถอนยาได้ โดยเฉพาะหากใช้ยาเป็นประจำในเวลานานหรือใช้ยาในขนาดสูง ในกรณีนี้อาจจะเกิดอาการถอนยา (เช่นปวดท้องอย่างรุนแรง นอนไม่หลับ ปวดหัว คลื่นไส้) หากคุณหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน เพื่อป้องกันอาการถอนยาแพทย์จะค่อยๆ ลดขนาดยาของคุณ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และแจ้งให้ทราบในทันที หากเกิดอาการถอนยาขึ้น 

แม้ว่ายานี้จะช่วยผู้คนมากมา ในบางครั้งยานี้ก็อาจทำให้เกิดอาการเสพติดได้ ความเสี่ยงนี้อาจจะสูงขึ้นหากคุณเคยใช้สารในทางที่ผิด (เช่น ใช้เกินขนาดหรือติดยาหรือสุรา) ควรใช้ยานี้ตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงในการติดยา โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณยังคงมีอยู่ หลังจากรักษาผ่านไปแล้ว 2 ถึง 3 สัปดาห์ หรือหากอาการแย่ลง 

การเก็บรักษายาคาริโซโพรดอล

ยาคาริโซโพรดอลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคาริโซโพรดอลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาคาริโซโพรดอลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคาริโซโพรดอล

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะความผิดปกติของเลือดบางชนิด อย่างโรคพอร์ฟิเรียทางพันธุกรรมเฉียบพลัน (acute intermittent porphyria) โรคไต โรคตับ อาการชัก ประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยใช้สารในทางที่ผิด (เช่น ใช้ยาเกินขนาดหรือติดยาหรือสุรา) 

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการง่วงซึมหรือสับสน ผลข้างเคียงเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม 

ยานี้ไม่แนะนำให้ใช้ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ยานี้ควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ยานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้ และอาจทำให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ต่อทารก โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมุบตร 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคาริโซโพรดอลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคาริโซโพรดอล 

อาจเกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม หรือปวดหัวได้ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียง แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้คือ อาการสับสน 

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณกำลังใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น ยาแก้ปวดหรือแก้ไอโอปิออยด์ (opioid) อย่างโคเดอีน (codeine) หรือไฮโดรโคโดน (hydrocodone) สุรา กัญชา ยานอนหลับหรือยาสำหรับอาการวิตกกังวล อย่างอัลพราโซแลม (alprazolam) ลอราซีแพม (lorazepam) หรือซอลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้ออื่นๆ อย่างไซโคเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) หรือเมโทคาร์บามอล (methocarbamol) หรือยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) อย่างเซทิริซีน (cetirizine) หรือไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine)

โปรดตรวจสอบฉลากยาทั้งหมดของคุณ (เช่น ยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอและแก้หวัด) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนผสมที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ โปรดสอบถามเภสัชกรถึงวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย 

ยาคาริโซโพรดอลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคาริโซโพรดอลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคาริโซโพรดอลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคาริโซโพรดอลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้อกระตุก

  • 250 ถึง 350 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้งและก่อนนอน 
  • ระยะเวลาการรักษา นานถึง 2 ถึง 3 สัปดาห์ 

คำแนะนำ

  • ยานี้ควรใช้แต่ในระยะสั้นเท่านั้น (นานถึง 2 หรือ 3 สัปดาห์) เนื่องจากมีหลักฐานที่ไม่เพียงพอถึงประสิทธิภาพของการใช้ยานานกว่านี้และอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างเฉียบพลันนั้นมักจะเกิดแค่ในระยะสั้น 

การใช้งาน 

  • เพื่อบรรเทาอาการไม่สบายตัวที่เกี่ยวข้องกับะอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างเฉียบพลัน 

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

การปรับขนาดยาสำหรับตับ 

ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง 

การปรับขนาดยา

ผู้ป่วยที่มีการทำงานของเอ็นไซม์ไซโตโครมพี 450 2ซี19 (CYP450 2C19 Activity) ลดลง

  • ยังไม่ทราบความสำคัญทางการแพทย์แน่ชัด

กระบวนการไดอะไลซิส (Dialysis)

ยาสามารถกำจัดยาผ่านกระบวนการไดอะไลซิสได้โดยการฟอกไตทางช่องท้อง (peritoneal) และการฟอดเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) 

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา 

  • รับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก

ทั่วไป

  • เคยมีรายงานการเกิดภาวะพึ่งพายา อาการถอนยา และการใช้ยาในทางที่ผิดจากการใช้ยาในระยะยาว ควรจำกัดระยะเวลาการใช้ยาให้ต่ำกว่า 3 สัปดาห์ 

การเฝ้าระวัง

  • เฝ้าระวังภาวะเฉื่อยชา (sedation) 
  • เฝ้าระวังสัญญาณของการใช้ยาในทางที่ผิด และการใช้ยาเกินขนาด 

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ ก่อนการทำกิจกรรมที่อาจจะเป็นอันตราย เนื่องจากยานี้เคยมีความเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์
  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา ขณะที่กำลังใช้ยานี้ และโปรดสอบถามผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพ ก่อนใช้ยากดประสาทส่วนกลางอื่นๆ (CNS depressants) 
  • ผู้ป่วยควรรับทราบว่า ยานี้มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะพึ่งพายา อาการถอนยา และการใช้ยาในทางที่ผิดจากการใช้ยาในระยะยาว ควรจำกัดระยะเวลาการใช้ยาให้ต่ำกว่า 3 สัปดาห์  

ขนาดยาคาริโซโพรดอลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มีนาคม 19, 2019 | Last Modified: มีนาคม 19, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย