คาร์วีไดลอล (Carvedilol)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรพิมพ์จิต วัฒนชโนบล

ชื่อสามัญ: คาร์วีไดลอล (Carvedilol) Brand Name(s): คาร์วีไดลอล (Carvedilol).

ข้อบ่งใช้

ยาคาร์วีไดลอลใช้สำหรับ

ยาคาร์วีไดลอล (Carvedilol) ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูง และภาวะหัวใจล้มเหลว นอกจากนี้ ยังใช้หลังจากภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพื่อให้มีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น หากหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตได้ไม่ดี การรักษาภาวะความดันโลหิตสูง ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และปัญหาเกี่ยวกับไต

ยานี้ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของสารธรรมชาติบางชนิดในร่างกายของคุณ เช่น เอพิเนฟรีน (epinephrine) ต่อหัวใจและหลอดเลือด ฤทธิ์ยาดังกล่าวนี้ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันเลือด และการตึงเครียดที่หัวใจเนื่องจากการทำงานหนัก คาร์วีไดลอลจัดอยู่ในยาประเภทที่เรียกว่า ยาอัลฟ่า (alpha) และยาเบต้าบล็อกเกอร์ (beta blocker)

ยานี้ยังอาจใช้รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดได้ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial fibrillation)

วิธีการใช้ยาคาร์วีไดลอล

ให้ใช้ยานี้โดยรับประทานพร้อมอาหารตามที่แพทย์สั่ง โดยปกติแล้ววันละสองครั้ง

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคุณ และการตอบสนองต่อยา เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง แพทย์อาจสั่งให้ใช้เริ่มยานี้ในขนาดที่ต่ำแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้น ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างระมัดระวัง

ใช้ยาคาร์วีไดลอลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อได้รับประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยให้สามารถจดจำการใช้ยา ให้ใช้ในเวลาเดิมทุกวัน

สำหรับการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาจใช้เวลา 1 ถึง 2 สัปดาห์ก่อนจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากยานี้ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าคุณมีอาการดีขึ้นแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงมักไม่รู้สึกเจ็บป่วย

ให้แจ้งแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง (ตัวอย่างเช่น ค่าความดันโลหิตของคุณยังคงสูงหรือเพิ่มขึ้น หรือคุณมีอาการจากภาวะหัวใจล้มเหลวที่แย่ลง เช่น มีอาการหายใจลำบากมากขึ้น)

การเก็บรักษายาคาร์วีไดลอล

การเก็บรักษายาคาร์วีไดลอลที่ดีที่สุด ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นจากแสงโดยตรงและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของยา ไม่ควรเก็บยาคาร์วีไดลอลไว้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคาร์วีไดลอลมีหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมีวิธีการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบวิธีการเก็บรักษาที่ระบุไว้ในบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามจากเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาทั้งหมดให้ห่างจากเด็กหรือสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาคาร์วีไดลอลลงในโถส้วม หรือในท่อระบายน้ำ สิ่งสำคัญคือต้องกำจัดยาอย่างเหมาะสม เมื่อหมดอายุหรือไม่ใช้งานแล้ว ให้ปรึกษาเภสัชกรสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้

ก่อนใช้ยานี้ ให้แจ้งแพทย์ในกรณีต่อไปนี้

  • คุณตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณคาดว่าจะมีบุตร หรือกำลังให้นมบุตรนั้น คุณควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาอื่น หมายความถึงยาใดๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เช่น ยาสมุนไพรและอาหารเสริม
  • คุณมีอาการแพ้ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาคาร์วีไดลอลหรือยาอื่น ๆ
  • คุณมีอาการเจ็บป่วย อาการผิดปกติ หรือภาวะทางสุขภาพอื่นๆ

คุณไม่ควรใช้ยานี้ หากคุณมีโรคหรืออาการต่อไปนี้

  • โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ ภาวะถุงลมโป่งพอง
  • โรคตับอย่างรุนแรง
  • ภาวะทางหัวใจที่รุนแรง เช่น สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง (heart block) กลุ่มอาการซิคไซนัส (sick sinus syndrome) หรือภาวะหัวใจเต้นช้า (ยกเว้นคุณมีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ)

เพื่อให้มั่นใจว่าคุณสามารถใช้ยาคาร์วีไดลอลได้อย่างปลอดภัย ให้แจ้งแพทย์หากคุณมีภาวะดังต่อไปนี้

  • เบาหวาน (การใช้ยาคาร์วีไดลอลทำให้คุณระบุได้ยากขึ้นว่า คุณมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ)
  • เจ็บหน้าอก (Angina)
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
  • เนื้องอกต่อมหมวกไต (Pheochromocytoma)
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิต เช่น โรคเรเนาด์ (Raynaud’s syndrome)
  • มีประวัติเคยเป็นโรคภูมิแพ้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยาคาร์วีไดลอล ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อเปรียบเทียบประโยชน์ที่จะได้รับและความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้ ยาคาร์วีไดลอล จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดย FDA มีดังนี้

  • A=ไม่มีความเสี่ยง
  • B=ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C=อาจจะมีความเสี่ยง
  • D=มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X=ห้ามช้
  • N=ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียง

ให้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินหากคุณมีอาการแพ้ยา ได้แก่ ลมพิษ หายใจลำบาก อาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ

ให้ติดต่อแพทย์ทันทีหากคุณมีอาการข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก่

  • รู้สึกว่าอาจจะหมดสติ
  • หัวใจเต้นช้าหรือไม่เป็นจังหวะ
  • เจ็บหน้าอก ไอแห้ง หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
  • หายใจหอบถี่ ถึงแม้ออกกำลังกายอย่างเบาๆ
  • มีอาการบวม น้ำหนักขึ้นเร็ว
  • มือและเท้ารู้สึกชาหรือเย็น
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ผิวหนังซีด เวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว ไม่มีสมาธิ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง (กระหายน้ำมากขึ้น ปัสสาวะบ่อยขึ้น หิว ปากแห้ง ลมหายใจมีกลิ่นแบบผลไม้ อาการง่วงซึม ผิวแห้ง การมองเห็นไม่ชัด น้ำหนักลด)
  • ปฏิกิริยาทางผิวหนังที่รุนแรง ได้แก่ มีอาการไข้ เจ็บคอ มีอาการบวมที่ใบหน้าหรือลิ้น รู้สึกปวดแสบปวดร้อนในดวงตา เจ็บปวดตามผิวหนัง ตามด้วยผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่ลุกลาม (โดยเฉพาะที่ใบหน้าและร่างกายส่วนบน) และก่อให้เกิดตุ่มพองและผิวหนังลอก

อาการข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่า ได้แก่

  • เวียนศีรษะ ง่วงซึม
  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
  • ตาแห้ง
  • รู้สึกอ่อนเพลียหรือเหนื่อย
  • ปวดข้อต่อ
  • ไอ
  • ความต้องการทางเพศลดลง มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือถึงจุดสุดยอดได้ยาก

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาคาร์วีไดลอลอาจเกิดอันตรกิริยากับยาชนิดอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยาหรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาของยาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรทำรายการยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด (ยาที่สั่งโดยแพทย์ ยาที่ไม่ได้สั่งโดยแพทย์ และยาสมุนไพร) และแจ้งแก่แพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของคุณ ห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนแปลงการใช้ยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคาร์วีไดลอลอาจทำปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ได้ โดยการเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นกับอาหารหรือแอลกอฮอล์ ก่อนการใช้

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคาร์วีไดลอลอาจทำปฏิกิริยากับสภาวะทางสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาดังกล่าวอาจทำให้สภาวะทางสุขภาพของคุณเสื่อมลง หรือเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเสมอเกี่ยวกับสภาวะทางสุขภาพทั้งหมดของคุณในปัจจุบัน

สภาวะทางสุขภาพที่อาจทำปฏิกิริยากับยาชนิดนี้ ได้แก่

  • อาการปวดเค้นในหน้าอก (Angina)
  • ภาวะหัวใจเต้นช้า (Bradycardia)
  • ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจหรือปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับปอด (เช่น ปอดอักเสบหรือภาวะถุงลมโป่งพอง)
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
  • เบาหวาน
  • มีอาการบวมน้ำ (มีน้ำคั่งหรือร่างกายบวม)
  • โรคเกี่ยวกับหัวใจหรือหลอดเลือด
  • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • การผ่าตัดใหญ่ตามกำหนด
  • โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย (Peripheral vascular disease) ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับการหมุนเวียนโลหิต
  • เนื้องอกต่อมหมวกไต
  • หอบหืด
  • ภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ ที่เกิดจาก AV block ระดับที่สองหรือสาม
  • หัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia) อย่างรุนแรง (ไม่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ)
  • ภาวะช็อคจากหัวใจ (Cardiogenic shock) หรืออาการช็อคที่เกิดจากหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
  • ภาวะหัวใจล้มเหลวที่ร่างกายไม่สามารถชดเชยได้ (Decompensated)
  • ปฏิกิริยาไวต่อภาวะภูมิคุ้มกัน (Hypersensitivity reactions) ตัวอย่างเช่น อาการแพ้รุนแรง (anaphylaxis) อาการบวมใต้ชั้นผิวหนัง (angioedema) กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome)
  • โรคตับ
  • กลุ่มอาการซิคไซนัส (จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ)
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ คุณควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาคาร์วีไดลอลเสมอ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาปกติในผู้ใหญ่สำหรับรักษาอาการเจ็บหน้าอกจากภาวะหัวใจขาดเลือด (Angina Pectoris)

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 6.25 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร
  • ขนาดยาประคับประคองการรักษา: 6.25 มก. ถึง 25 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร
  • ขนาดยาสูงสุด: 50 มก. ต่อวัน

ขนาดยาปกติในผู้ใหญ่สำหรับรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive Heart Failure)

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 3.125 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากร่างกายทนต่อยา ให้เพิ่มขนาดยาเป็น 6.25 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • แล้วจึงเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่าทุก ๆ 2 สัปดาห์ ไปจนถึงระดับสูงสุดเท่าที่จะใช้กับผู้ป่วยได้
  • ขนาดยาสูงสุด: 50 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำหนัก 85 กก. หรือมากกว่า และ 25 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำหนัก 85 กก. หรือน้อยกว่า

แคปซูลออกฤทธิ์นาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 10 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากร่างกายทนต่อยาได้ ให้เพิ่มขนาดยาเป็น 20 มก., 40 มก. และ 80 มก. ทุกๆ ช่วงเวลา อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ของการให้ยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาปกติในผู้ใหญ่สำหรับรักษาภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension)

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 6.25 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร
  • ขนาดยาประคับประคองการรักษา: 6.25 มก. ถึง 25 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร
  • ขนาดยาสูงสุด: 50 มก. ต่อวัน

แคปซูลออกฤทธิ์นาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 20 มก. รับประทานวันละครั้งป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน หากร่างกายทนต่อยาได้ อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 40 มก. รับประทานวันละครั้ง แล้วเพิ่มขนาดยาอีกครั้งเป็น 80 มก. รับประทานวันละครั้ง หลังจาก 7 ถึง 14 วัน
  • ขนาดยาสูงสุด: 80 มก. ต่อวัน

ขนาดยาปกติในผู้ใหญ่สำหรับรักษาภาวะการทำงานผิดปกติของหัวใจด้านซ้าย (Left Ventricular Dysfunction)

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที:

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 6.25 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง (สามารถให้ขนาดยาเริ่มต้น 3.25 มก.วันละ 2 ครั้ง แก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ขนาดยาเริ่มต้นข้างต้นได้)
  • ขนาดยาประคับประคองการรักษา: หากร่างกรายทนต่อยา อาจไทเทรตขนาดยาเริ่มต้นเป็น 12.5 มก. วันละ 2 ครั้ง หลังจาก 3 ถึง 10 วัน จนถึงขนาดใช้ยาเป้าหมาย 25 มก. วันละ 2 ครั้ง

แคปซูลออกฤทธิ์นาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 20 มก. รับประทานวันละครั้ง (สามารถให้ขนาดยาเริ่มต้น 10 มก. วันละครั้ง แก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ขนาดยาเริ่มต้นข้างต้นได้) หากร่างกายทนต่อยา อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 40 มก. หลังจาก 3 ถึง 10 วัน แล้วเพิ่มขนาดยาอีกครั้งเป็น 80 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็ก

ขนาดยาไม่ได้กำหนดไว้สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับลูกของคุณ เป็นสิ่งสำคัญเสมอที่ต้องเข้าใจถึงความปลอดภัยของยาอย่างถ่องแท้ ก่อนใช้ยา โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบยา

ยาคาร์วีไดลอลมีรูปแบบการใช้และปริมาณตัวยา ดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน
  • แคปซูล

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ให้โทรแจ้งบริการฉุกเฉิน หรือไปยังห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลใกล้บ้านคุณ

กรณีลืมใช้ยา

หากลืมใช้ยาคาร์วีไดลอล ให้ใช้ยาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ดี หากใกล้เวลาใช้รอบถัดไป ให้ข้ามรอบที่ลืมใช้ไปแล้วใช้ยาในรอบถัดไปตามปกติที่กำหนดไว้ ห้ามใช้เพิ่มเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กันยายน 3, 2018 | Last Modified: กันยายน 3, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย