คาโบแซนทินิบ (Cabozantinib)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: คาโบแซนทินิบ (Cabozantinib) Brand Name(s): คาโบแซนทินิบ (Cabozantinib).

Uses

ยาคาโบแซนทินิบใช้สำหรับ

ยาคาโบแซนทินิบ (Cabozantinib) ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งบางชนิด (รวมถึงโรคมะเร็งไตหรือมะเร็งต่อมไทรอยด์) ยาคาโบแซนทินิบนั้นอยู่ในกลุ่มของยายับยั้งไทโรซีนไคเนส (tyrosine kinase inhibitors) ทำงานโดยชะลอหรือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

วิธีการใช้ยาคาโบแซนทินิบ

ยาในรูปแบบที่แตกต่างกัน (ยาแคปซูล ยาเม็ด) นั้นใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งที่แตกต่างกัน อย่าเปลี่ยนรูปแบบยา นอกเสียจากแพทย์จะสั่ง

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละครั้ง ห้ามรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารควรรับประทานขณะท้องว่าง อย่ารับประทานอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนรับประทานยาและอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยา

กลืนยาลงไปทั้งเม็ดพร้อมกับน้ำเต็มแก้ว (8 ออนซ์/24 มล.) อย่าแกะหรือบดยาแคปซูลหรือยาเม็ด

รับประทานยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยาบ่อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไปขึ้นแต่ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น

การเก็บรักษายาคาโบแซนทินิบ

ยาคาโบแซนทินิบควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคาโบแซนทินิบบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาคาโบแซนทินิบลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อสินค้าหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคาโบแซนทินิบ

ก่อนใช้ยาคาโบแซนทินิบ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยานี้ หรือมีโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบออกฤทธิ์ที่ทำให้ให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ: โรคตับ อาการเลือดออกที่พึ่งเกิดขึ้น (รวมถึงอาการไอเป็นเลือด) ความดันโลหิตสูง

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชา

ยาคาโบแซนทินิบสามารถทำให้คุณมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้นหรือทำให้อาการติดเชื้อที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อผู้มีอาการติดเชื้อที่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ (เช่น โรคอีสุกอีใสหรือไข้หวัดใหญ่) ปรึกษาแพทย์หากคุณมีการเปิดรับเชื้อเมื่อเร็วๆ นี้หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

อย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนโดยไม่ปรึกษากับแพทย์ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่พึ่งรับวัคซีนเชื้อเป็น (เช่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่รับโดยการสูดดม)

เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยบาด รอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรใช้ของมีคมด้วยความระมัดระวัง เช่น มีดโกนและกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรม เช่น กีฬาปะทะ

อาจเกิดอาการปวดหรือแผลภายในช่องปากและลำคอ ควรแปรงฟันเบาๆ ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงน้ำยาล้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และบ้วนปากด้วยน้ำเย็นบ่อยๆ นอกจากนี้ยังควรรับประทานอาหารที่อาหารที่นุ่มและชุ่มฉ่ำ

บางคนที่ใช้ยาคาโบแซนทินิบอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับกรามที่รุนแรง แพทย์ แพทย์คววรตรวจช่องปากก่อนเริ่มใช้ยานี้ แจ้งให้ทันตแพทย์ทราบหากคุณกำลังใช้ยานี้ก่อนทำทันตกรรม เพื่อช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับกรามควรทำการตรวจสภาพช่องปากและฟันเป็นประจำและเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพฟันและเหงือก หากคุณมีอาการปวดกรามควรติดต่อแพทย์และทันตแพทย์ในทันที

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ) แพทย์หรือทันตแพทย์อาจสั่งให้คุณหยุดใช้ยาคาโบแซนทินิบเป็นเวลาอย่างน้อย 28 วันก่อนการผ่าตัด ควรทำตามแนวทางการหยุดใช้ยาและเริ่มใช้ยาอย่างเคร่งครัด

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ คุณไม่ควรตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยาคาโบแซนทินิบ ยานี้อาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ควรสอบถามวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือขณะที่กำลังใช้ยานี้และภายใน 4 เดือนหลังจากหยุดการรักษา หากคุณตั้งครรภ์โปรดปรึกษาแพทย์ในทันทีเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากความเสี่ยงต่อการดูแลเด็กทารกจึงไม่แนะนำการให้นมบุตรในช่วงระหว่างการใช้ยาและภายใน 4 เดือนหลังจากหยุดการใช้ยา โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาคาโบแซนทินิบจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคาโบแซนทินิบ

อาจเกิดอาการวิงเวียน ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน มีแผลในปาก เหนื่อยล้า อ่อนแรง น้ำหนักลด ความอยากอาหารลดลง การรับรสชาติเปลี่ยน เสียงแหบ ผมสีซีดขึ้น หากผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน หรือมีอาการแย่ลง ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบโดยทันที

อาจเกิดอาการผมร่วงชั่วคราว ผมจะกลับมายาวตามปกติหลังจากหยุดการรักษา

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ยานี้อาจเพิ่มระดับของความดันโลหิตได้ ควรตรวจวัดระดับความดันโลหิตเป็นประจำและแจ้งให้แพทย์ทราบหากผลการตรวจนั้นสูง แพทย์อาจสั่งให้คุณใช้ยาควบคุมความดันโลหิต

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น เกิดรอยแดง ปวด บวม แผลพุพองที่บริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้า มีสัญญาณของระดับแคลเซียมในเลือดสูง (เช่น กล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรง มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ ชัก) อาการของปัญหาเกี่ยวกับกระดูกกราม (เช่น ปวดกราม ปวดฟัน มีแผลที่เหงือก)

ในกรณีหายากยาคาโบแซนทินิบอาจทำให้เกิดสภาวะเกี่ยวกับสมอง รับการรักษาในทันทีหากคุณเกิดอาการปวดหัว ชัก การมองเห็นเปลี่ยนแปลง สับสน หรือปัญหาเกี่ยวกับการคิด

ในนานๆ ครั้งยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรง เช่น หัวใจขาดเลือดฉับพลัน โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน (deep vein thrombosis) หรือโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (Pulmonary Embolism) เนื่องจากลิ่มเลือด รับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก เช่น มีอาการปวดหน้าอก กราม หรือแขนข้างซ้าย เหงื่อออกผิดปกติ อาการปวดหัวอย่างรุนแรงหรือเฉียบพลัน อาการอ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย สับสน พูดไม่ชัด การมองเห็นเปลี่ยนแปลง (เช่น ตาบอดบางส่วนหรือตาบอดทั้งหมด) มีอาการปวด รอยแดง หรือบวมที่แขนหรือขา เป็นเหน็บ อ่อนแรง หรือชาที่ใบหน้า แขน หรือขา หายจติดขัด ไอเป็นเลือด วิงเวียนหรือหมดสติเฉียบพลัน

อาจลดความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อได้และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรง (อาจถึงแก่ชีวิต) หรือทำให้อาการติดเชื้อที่คุณเป็นอยุ่นั้นรุนแรงขึ้น แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีสัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้ หนาวสั่น เจ็บคอบ่อยๆ ไอ)

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอื่นอาจส่งผลต่อการกำจัดยาคาโบแซนทินิบออกจากร่างกายซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของยาคาโบแซนทินิบ เช่น เซนต์จอห์น เวิร์ต (St. John’s wort) และอื่นๆ

ยาคาโบแซนทินิบอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคาโบแซนทินิบอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

หลีกเลี่ยงการรับประทานเกรฟฟรุตหรือดื่มน้ำเกรฟฟรุตขณะใช้ยานี้นอกเสียจากแพทย์หรือเภสัชกรจะบอกว่าคุณสามารถเคยทำได้อย่างปลอดภัย เกรฟฟรุตสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงของยาได้ สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคาโบแซนทินิบอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคาโบแซนทินิบสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ (Thyroid Cancer)

  • 140 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ขนาดยาปกติ จนกระทั้งอาการดีขึ้นหรือความเป็นพิษอยู่ในระดับที่รับได้

คำแนะนำ

  • ผู้ป่วยไม่ควรรับประทานอาหารอย่างน้อย 2 ก่อนหรืออย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังจากใช้ยานี้
  • แนะนำให้ผู้ป่วยทราบว่าไม่สามารถใช้ยาแบบเม็ดมาทดแทนยาแบบแคปซูลได้

การใช้งาน

เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารีที่ลุกลามแบบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ (progressive metastatic medullary thyroid cancer)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเซลล์ไต (Renal Cell Carcinoma)

  • 60 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ระยะเวลาในการรักษา: จนกว่าผู้ป่วยจะไม่ได้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือจนกว่าจะมีความเป็นพิษในระดับที่ไม่สามารถรับได้เกิดขึ้น

คำแนะนำ

  • ผู้ป่วยไม่ควรรับประทานอาหารอย่างน้อย 2 ก่อนหรืออย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังจากใช้ยานี้
  • แนะนำให้ผู้ป่วยทราบว่าไม่สามารถใช้ยาแบบแคปซูลมาทดแทนยาแบบเม็ดได้

การใช้งาน

เพื่อรักษาโรคมะเร็งเซลล์ไตระดับรุนแรงที่เคยได้รับการรักษาด้วยยาต้านการสร้างหลอดเลือดใหม่ (anti-angiogenic therapy)

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ไตบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง: ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

การปรับขนาดยาตับ

ยาแคปซูล (โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารี)

  • ตับบกพร่องระดับเบาถึงรุนแรง: 80 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ตับบกพร่องระดับรุนแรง: ไม่แนะนำ

ยาเม็ด (โรคมะเร็งเซลล์ไต)

  • ตับบกพร่องระดับเบาถึงรุนแรง: 40 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ตับบกพร่องระดับรุนแรง: ไม่แนะนำ

การปรับขนาดยา

ยาแคปซูล (โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารี):

อาการไม่พึงประสงค์ (เกณฑ์ศัพท์บัญญัติทั่วไปสำหรับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ [CTCAE] ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ [NCI] ระดับ 4 ที่เกี่ยวข้องกับโลหิตวิทยา ระดับ 3 หรือระดับ 4 ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโลหิตวิทยาหรือระดับ 2 ที่ไม่สามารถทนได้): ระงับการรักษาจนกว่าอาการไม่พึงประสงค์จะดีขึ้นจนถึงระดับพื้นฐานหรือบรรเทาลงมาเท่ากับระดับ 1 แล้วจึงปรับขนาดยาดังต่อไปนี้:

  • หากขนาดยาก่อนหน้านี้คือ 140 มก./วัน: ลดขนาดยาลงมาที่ 100 มก./วัน
  • หากขนาดยาก่อนหน้านี้คือ 100 มก./วัน: ลดขนาดยาลงมาที่ 60 มก./วัน
  • หากขนาดยาก่อนหน้านี้คือ 60 มก./วัน: อย่าลดขนาดยา ให้กลับมาใช้ยาที่ขนาด 60 มก./วัน หากสามารถทนได้ หรือหยุดใช้ยานี้

ใช้ร่วมกับยายับยั้งเอนไซม์ CYP450 3A4 ที่รุนแรง:

  • ไม่แนะนำ
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน ให้ลดขนาดยานี้ลงมา 40 มก. (เช่น จาก 140 มก./วัน มาที่ 100 มก./วัน)
  • กลับมาใช้ขนาดยาก่อนหน้าที่จะเริ่มใช้ยายับยั้งเอนไซม์ CYP450 3A4 สองถึงสามวันหลังจากหยุดใช้หยุดใช้ยายับยั้งเอนไซม์ไซโตโครมพี450 3เอ4

ใช้ร่วมกับยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ CYP450 3A4 ที่รุนแรง

  • ไม่แนะนำหากมีทางเลือกอื่นในการรักษา
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน ให้เพิ่มขนาดยานี้ 40 มก. (เช่น จาก 140 มก./วัน มาที่ 180 มก./วัน) หากทนได้
  • กลับมาใช้ขนาดยาก่อนหน้าที่จะเริ่มใช้ยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ CYP450 3A4 สองถึงสามวันหลังจากหยุดใช้หยุดใช้ยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ CYP450 3A4
  • ขนาดยาสูงสุด: 180 มก./วัน

ยาเม็ด (โรคมะเร็งเซลล์ไต)

มีกำหนดการผ่าตัด: หยุดการรักษาอย่างน้อย 28 วันก่อนการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน

อาการไม่พึงประสงค์ (เกณฑ์ศัพท์บัญญัติทั่วไปสำหรับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระดับ 4 ระดับ 3 หรือระดับ 2 ที่ไม่สามารถทนได้): ระงับการรักษาจนกว่าอาการไม่พึงประสงค์จะดีขึ้นจนถึงระดับพื้นฐานหรือบรรเทาลงมาเท่ากับระดับ 1 แล้วจึงปรับขนาดยาดังต่อไปนี้:

  • หากขนาดยาก่อนหน้านี้คือ 60 มก./วัน: ลดขนาดยาลงมาที่ 40 มก./วัน
  • หากขนาดยาก่อนหน้านี้คือ 40 มก./วัน: ลดขนาดยาลงมาที่ 20 มก./วัน
  • หากขนาดยาก่อนหน้านี้คือ 20 มก./วัน: อย่าลดขนาดยา ให้กลับมาใช้ยาที่ขนาด 20 มก./วัน หากสามารถทนได้ หรือหยุดใช้ยานี้

ใช้ร่วมกับยายับยั้งเอนไซม์ CYP450 3A4 ที่รุนแรง

  • ไม่แนะนำ
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน ให้ลดขนาดยานี้ลงมา 20 มก. (เช่น จาก 60 มก./วัน มาที่ 40 มก./วัน)
  • กลับมาใช้ขนาดยาก่อนหน้าที่จะเริ่มใช้ยายับยั้งเอนไซม์ CYP450 3A4 สองถึงสามวันหลังจากหยุดใช้หยุดใช้ยายับยั้งเอนไซม์ CYP450 3A4

ใช้ร่วมกับยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ CYP450 3A4 ที่รุนแรง:

  • ไม่แนะนำหากมีทางเลือกอื่นในการรักษา
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน ให้เพิ่มขนาดยานี้ 20 มก. (เช่น จาก 60 มก./วัน มาที่ 80 มก./วัน) หากทนได้
  • กลับมาใช้ขนาดยาก่อนหน้าที่จะเริ่มใช้ยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ CYP450 3A4 สองถึงสามวันหลังจากหยุดใช้หยุดใช้ยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ CYP450 3A4
  • ขนาดยาสูงสุด: 80 มก./วัน

หยุดการรักษาอย่างถาวร (ทั้งยาแคปซูลและยาเม็ด)

  • เกิดรอยทะลุหรือช่อง
  • ตกเลือดอย่างรุนแรง
  • เกิดการอุดตันที่หลอดเลือดแดง เช่นกล้ามเนื้อหัวใจตาย (myocardial infarction) เนื้อสมองตายเหตุขาดเลือด (cerebral infarction)
  • เกิดโรคเนโฟรติก ซินโดรม (Nephrotic syndrome)
  • ความดันโลหิตสูงชนิดร้ายแรง (Malignant Hypertension) ความดันโลหิตสูงวิกฤต (hypertensive crisis) ความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรงแม้จะมีการจัดการทางการแพทย์ที่ดีที่สุด
  • โรคกระดูกกรามตาย (Osteonecrosis of the jaw)
  • กลุ่มอาการเพรส (posterior leukoencephalopathy syndrome) ที่รักษาได้

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้งาน

  • อย่าแกะ หัก บด หรือเคี้ยวยาเม็ดหรือยาแคปซูล กลืนยาลงทั้งเม็ดพร้อมกับน้ำเปล่า
  • อย่ารับประทานยามื้อที่ข้ามไปหาเวลาเหลือเวลาก่อนรับประทานยาครั้งถัดไปน้อยกว่า 12 ชั่วโมง
  • อย่ารับประทานอาหาร (เช่น เกรฟฟรุต) หรืออาหารเสริม (เช่น สมุนไพรเซนต์จอห์น) ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งหรือเหนี่ยวนำการทำงานของเอนไซม์ CYP450 ขณะที่กำลังใช้ยานี้

การเก็บรักษา

  • เก็บรักษาไว้ที่ 20 ถึง 25 องศาเซียลเซียส (68 ถึง 77 ฟาเรนไฮน์)
  • เก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิมเพื่อป้องกันความชื้น

การเฝ้าระวัง

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: ความดันโลหิต (ก่อนและระหว่างการรักษา)
  • ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก: ตรวจภายในช่องปาก (ก่อนการรักษาและระหว่างการรักษาเป็นระยะเนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกกรามตาย)
  • ไต: ระดับโปรตีนในปัสสาวะ (เป็นประจำระหว่างการรักษา)

คำแนะนำผู้ป่วย

ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่นวิงเวียนที่ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมบางอย่าง ควรหลีกเลี่ยงการขับลดและทำกิจกรรมเช่นใช้เครื่องจักรจนกว่าคุณจะทราบว่ายาส่งผลต่อคุณอย่างไร

ขนาดยาคาโบแซนทินิบสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 10, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 10, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย