คีเฟล็กซ์ (Keflex®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: คีเฟล็กซ์ (Keflex®) Brand Name(s): คีเฟล็กซ์ (Keflex®).

ข้อบ่งใช้

ยาคีเฟล็กซ์ (เซฟาเลกซิน) ใช้สำหรับ

ยาคีเฟล็กซ์ (Keflex®) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (cephalosporin antibiotic) ทำงานโดยการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียภายในร่างกาย

ยาคีเฟล็กซ์ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทั้งการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน การติดเชื้อที่หู และการติดเชื้อภายในทางเดินหายใจ

ยาคีเฟล็กซ์ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากในคู่มือการใช้ยา

วิธีการใช้ยาคีเฟล็กซ์ (เซฟาเลกซิน)

ใช้ยาคีเฟล็กซ์ตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามวิธีการใช้ยาที่กำหนดบนฉลากยา อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่แนะนำ

อย่าใช้ยาคีเฟล็กซ์เพื่อรักษาสภาวะที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากแพทย์

ใช้ยานี้จนครบกำหนด อาการของคุณอาจจะดีขึ้นก่อนที่การติดเชื้อจะหายไปอย่างสมบูรณ์ การข้ามมื้อยายังอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะเพิ่มเติม ยาคีเฟล็กซ์ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรส เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่

อย่าแบ่งยาคีเฟล็กซ์กับผู้อื่น แม้ว่าเขาจะมีอาการเดียวกันกับคุณ

ยานี้สามารถทำให้ผลการตรวจทางการแพทย์บางอย่างมีผลที่ผิดปกติได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ที่รักษาคุณทราบว่า คุณกำลังใช้ยาคีเฟล็กซ์

การเก็บรักษายาคีเฟล็กซ์ (เซฟาเลกซิน)

ยาคีเฟล็กซ์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคีเฟล็กซ์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาคีเฟล็กซ์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคีเฟล็กซ์ (เซฟาเลกซิน)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาคีเฟล็กซ์ หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อย่าใช้ยาคีเฟล็กซ์หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ต่อยาปฏิชีวนะเซฟาโลสปอรินอื่นๆ เช่น

  • ยาเซฟาคลอร์ (Cefaclor) อย่างรานิคลอร์ (Raniclor)
  • ยาเซฟาโดซิล (Cefadroxil) อย่างดูริเซฟ (Duricef)
  • ยาเซฟาโซลิน (Cefazolin) อย่างแอนเซฟ (Ancef)
  • ยาเซฟดิเนียร์ (Cefdinir) อย่างออมนิเซฟ (Omnicef)
  • ยาเซฟดิโทเรน (Cefditoren) อย่าง (Spectracef)
  • ยาเซฟโปดอกซีม (Cefpodoxime) อย่างแวนทิน (Vantin)
  • ยาเซฟโพรซิล (Cefprozil) อย่างเซฟซิล (Cefzil)
  • ยาเซฟทิบูเทน (Ceftibuten) อย่างเซเดกซ์ (Cedax)
  • ยาเซฟูโรซีม (Cefuroxime) อย่างเซฟทิน (Ceftin)
  • ยาเซฟราดีน (Cephradine) อย่างเวโลเซฟ (Velosef) และอื่นๆ

ยาคีเฟล็กซ์นั้นไม่น่าที่จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์ หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ขณะที่กำลังรักษา

ยาเซฟาเลกซินนั้นสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และอาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคีเฟล็กซ์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคีเฟล็กซ์ (เซฟาเลกซิน)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปอาจมีดังนี้

  • ท้องร่วง
  • วิงเวียน
  • รู้สึกเหนื่อยล้า
  • ปวดหัว
  • ปวดข้อ
  • มีอาการคันหรือสารคัดหลั่งจากช่องคลอด

โปรดแจ้งให้แพทย์หากคุณมีอาการ

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องร่วงไหลเป็นน้ำหรือเป็นเลือด
  • ดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)
  • มีรอยช้ำง่าย
  • เลือดออกผิวปกติ (ทางจมูก ปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก)
  • มีจุดสีม่วงหรือสีแดงภายใต้ผิวหนัง
  • ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • กระสับกระส่าย
  • สับสน
  • มองเห็นภาพหลอน
  • ปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรง — เป็นไข้ เจ็บคอ มีอาการบวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว ตามด้วยผดผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาคีเฟล็กซ์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคีเฟล็กซ์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคีเฟล็กซ์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคภูมิแพ้ต่อยาใด ๆ โดยเฉพาะยาเพนิซิลลิน (penicillins)
  • โรคไต
  • เคยมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เช่น โรคลำไส้อักเสบ (colitis)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคีเฟล็กซ์ (เซฟาเลกซิน) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันเยื่อบุหัวใจอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Endocarditis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 2 กรัม รับประทานหนึ่งครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษา Cystitis:

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุก ๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุก ๆ 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 ถึง 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาคออักเสบ (Pharyngitis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออ่อน (Skin or Soft Tissue Infection)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษา Osteomyelitis:

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ควรดำเนินการรักษาเป็นเวลาประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ โรคโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อเรื้อรัง (Chronic osteomyelitis) อาจต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพิ่มหนึ่งถึงสองเดือน และอาจจะได้รับประโยชน์จากการผ่าตัดเนื้อตาย (surgical debridement)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษากรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 ถึง 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 to 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ควรดำเนินการรักษาประมาณ 7 ถึง 21 วัน ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาคีเฟล็กซ์ (เซฟาเลกซิน) สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบ

ขนาดยาที่แนะนำคือ 12.5 ถึง 25 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาคออักเสบ

อายุมากกว่า 1 ปี

คออักเสบจากเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส (Streptococcal pharyngitis) ขนาดยาที่แนะนำคือ 12.5 to 25 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออ่อน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 12.5 ถึง 25 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันเยื่อบุหัวใจอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่แพ้ต่อยาเพนิซิลลิน ชนิดนอน-แอนาไฟแลคทอยด์ (non-anaphylactoid type) ขนาดยาที่แนะนำคือ 50 mg/kg (ขนาดยาสูงสุด 2 กรัม) กรับประทานหนึ่งครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลเซฟาเลกซิน ขนาด 250 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มีนาคม 18, 2019 | Last Modified: มีนาคม 18, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย