คีโตติเฟน (Ketotifen)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: คีโตติเฟน (Ketotifen) Brand Name(s): คีโตติเฟน (Ketotifen), คีโตติเฟน (Ketotifen), คีโตติเฟน (Ketotifen) และ คีโตติเฟน (Ketotifen).

ข้อบ่งใช้

ยาคีโตติเฟนใช้สำหรับ

ยาคีโตติเฟน (Ketotifen) ใช้เพื่อป้องกันและรักษาอาการคันที่ดวงตาเนื่องจากโรคภูมิแพ้ อย่างภาวะเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ หรือจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล (allergic/seasonal conjunctivitis) ยาคีโตติเฟนเป็นยาต้านฮีสตามีน (antihistamine) สำหรับดวงตาที่ใช้เพื่อรักษาอาการแพ้โดยการปิดกั้นสารตามธรรมชาติอย่างสารฮีสตามีน (histamine) ยานี้ยังเป็นยายับยั้งการหลั่งสารจากแมสต์เซลล์ (mast cell stabilizer) ที่ป้องกันอาการแพ้โดยการลดการปล่อยสารตามธรรมชาติที่ทำให้เกิดอาการแพ้

วิธีการใช้ยาคีโตติเฟน

หากคุณใช้ยาที่หาซื้อได้เอง ควรอ่านวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยาก่อนใช้ยานี้ หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ ควรใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

หยอดยา 1 หนึ่งลงบนตาข้างที่มีอาการ โดยปกติคือวันละสองครั้ง (ทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง) หรือตามวิธีการบนฉลากยาหรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา

ควรล้างมือก่อนจะหยอดยาหยอดตา เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน อย่าให้สัมผัสกับปลายขวดหรือให้ปลายขวดสัมผัสกับดวงตาหรือพื้นผิวอื่นๆ

โปรดสอบถามแพทย์ว่าคุณสามารถสวมคอนแทคเลนส์ขณะที่กำลังใช้ยานี้ได้หรือไม่ หากแพทย์บอกว่าคุณสามารถใส่ต่อได้ ควรถอดแทคเลนส์ก่อนใช้ยา หลังจากใช้ยาแล้วควรรออย่างน้อย 10 นาทีก่อนแล้วจึงค่อยสวมคอนแทคเลนส์คืนไป อย่าใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการระคายเคืองจากการสวมคอนแทคเลนส์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้คอนแทคเลนส์ขณะที่กำลังมีอาการตาแดงหรือระคายเคือง

หงายหน้าขึ้นมองขึ้นไปด้านบนแล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาให้เป็นช่อง ถือขวดยาหยอดตาไว้เหนือดวงตาแล้วหยอดยาหนึ่งหยดลงไปในช่องนั้น มองลงมาแล้วค่อยๆ หลับตานาน 1 ถึง 2 นาที กดลงไปเบาๆ ที่หัวตา (ใกล้กับจมูก) การทำแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ยาไหลออกไป พยายามอย่ากระพริบตาและอย่าขยี้ตา

อย่าล้างขวดยาหยอดตา และปิดฝาให้แน่นหลังจากใช้งาน

หากคุณกำลังใช้ยาอื่นสำหรับดวงตา เช่นยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งทาตา ควรรออย่างน้อย 5 นาทีก่อนใช้ยาอื่น ใช้ยาหยอดตาก่อนยาขี้ผึ้งเพื่อให้ยาสามารถเข้าดวงตาได้

หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ ควรใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามที่กำหนดจนหมดฤดูกาลที่มีเกสรดอกไม้หรือคุณไม่มีการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้แล้ว และแม้ว่าอาการแพ้จะหายไปหรือดีขึ้นแล้วก็ตาม

หากอาการของคุณไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น และมีอาการใหม่ๆ หรือหากคุณคิดว่าคุณมีปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ควรรับการรักษาในทันที หากคุณกำลังใช้ยาคีโตติเฟนที่หาซื้อเอง โปรดปรึกษาแพทย์หากอาการคันของคุณรุนแรงขึ้นหรือเป็นนานกว่า 72 ชั่วโมง คุณอาจจำเป็นต้องใช้ยาอื่นๆ

การเก็บรักษายาคีโตติเฟน

ยาคีโตติเฟนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคีโตติเฟนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาคีโตติเฟนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคีโตติเฟน

ก่อนใช้ยาคีโตติเฟน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ (เช่น สารกันบูดอย่างเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride) ในภาชนะบรรจุแบบใช้หลายครั้ง ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับตา เช่น โรคต้อหิน (glaucoma)

หลังจากที่คุณใช้ยานี้ คุณอาจจะมองเห็นไม่ชัดชั่วคราว อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย

อย่าใช้ยานี้กับเด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ปี นอกเสียจากแพทย์จะสั่ง

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาคีโตติเฟนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคีโตติเฟน

อาจเกิดอาการแสบร้อน ปวดเหมือนโดนต่อย หรือระคายเคืองที่ดวงตา ปวดหัว คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล มีรสชาติแย่ๆ ภายในปาก และมีปฏิกิริยาไวต่อแสงเพิ่มขึ้น หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ โปรดจำไว้ว่าแพทย์ได้คำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ตาแห้ง ปวดตา ตาแดงหรือตาบวมเพิ่มขึ้น มีปัญหากับการมองเห็น

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาคีโตติเฟน อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคีโตติเฟนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคีโตติเฟนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคีโตติเฟนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละ 2 ครั้ง

คำแนะนำ อาจใช้ยาหยอดตาทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง แต่ไม่ควรใช้มากกว่าวันละ 2 ครั้ง

การใช้งาน เพื่อรักษาอาการคันที่เกี่ยวข้องกันเกสรดอกไม้ แร็กวีด (ragweed) หญ้า ขนสัตว์ และรังแค

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

-ยานี้ใช้สำหรับดวงตาเท่านั้น

-ถอนคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มก่อนใช้ยา อาจใส่คอนแทคเลนส์กลับเข้าไปใหม่หลังจากใช้ยาไปแล้ว 10 นาที

การเก็บรักษา

-อย่าใช้ยานี้หากสารละลายเปลี่ยนสีหรือขุ่น

-ปิดฝาขวดยาหลังจากใช้ทุกครั้ง

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำว่าไม่ควรสวมคอนแทคเลนส์หากมีอาการตาแดง

-ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำไม่ให้ปลายขวดยาสัมผัสกับดวงตา มือ หรือพื้นผิวอื่นๆ เพื่อป้องกันการปนเปื้อน

-ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำให้แจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการปวดตา การมองเห็นเปลี่ยนแปลง ตาแดง หรือหากอาการคันไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไป 72 ชั่วโมง

ขนาดยาคีโตติเฟนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

อายุ 3 ปีขึ้นไป

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละ 2 ครั้ง

คำแนะนำ อาจใช้ยาหยอดตาทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง แต่ไม่ควรใช้มากกว่าวันละ 2 ครั้ง

การใช้งาน เพื่อรักษาอาการคันที่เกี่ยวข้องกันเกสรดอกไม้ หญิงแร็กวีด หญ้า ขนสัตว์ และรังแค

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 3 ปี

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • สารละลายสำหรับหยอดตา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มิถุนายน 4, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 4, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน