คีโตโคนาโซล (Ketoconazole)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) Brand Name(s): คีโตโคนาโซล (Ketoconazole).

ข้อบ่งใช้

ยาคีโตโคนาโซลใช้สำหรับ

คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อราที่รุนแรงบางชนิดภายในร่างกาย ยาคีโตโคนาโซลอยู่ในกลุ่มของยาที่เรียกว่ายาต้านเชื้อราเอโซล (azole antifungals) ทำงานโดยการยับยั้งการเติบโตของเชื้อรา

ไม่ควรใช้ยาคีโตโคนาโซลเพื่อรักษาการติดเชื้อราในสมองหรือที่ผิวหนังและเล็บ

การใช้งานในด้านอื่น:ในส่วนนี้จะมีการใช้งานของยาที่ไม่ได้อยู่ในฉลากยาที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญแต่อาจได้รับสั่งยาจากผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพของคุณ หากคุณได้รับสั่งยานี้ควรใช้ยานี้ด้วยความระมัดระวังกับสภาวะที่อยู่ในรายชื่อดังต่อไปนี้เท่านั้น

ยาคีโตโคนาโซล อาจใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากขั้นรุนแรง

วิธีการใช้ยาคีโตโคนาโซล

ใช้ยาคีโตโคนาโซลตามที่แพทย์กำหนด ตามปกติคือวันละครั้ง ยานี้สามารถรับประทานพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากได้ แต่การรับประทานพร้อมกับอาหารจะช่วยลดอาการท้องไส้ปั่นป่วน

หากคุณกำลังใช้ยาลดกรด ควรรับประทานยาคีโตโคนาโซลอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อน หรือ 1 ชั่วโมงหลังจากใช้ยาลดกรด ไม่เช่นนั้นยาคีโตโคนาโซลอาจไม่ได้รับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย อ่านเพิ่มเติมในส่วนของปฏิกิริยาของยา

ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษา ขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็กนั้นขนาดยายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวอีกด้วย อาจต้องใช้เวลานานหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์กว่าที่จะรักษาอย่างเสร็จสมบูรณ์

ยาคีโตโคนาโซลจะทำงานได้ดีที่สุด หากมีปริมาณของยาภายในร่างกายอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้น จึงควรรับประทานยาคีโตโคนาโซลโดยเว้นระยะห่างที่เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ควรใช้ยาคีโตโคนาโซลอย่างต่อเนื่องจนครบกำหนดแม้ว่าอาการจะหายไปหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน การหยุดใช้ยาเร็วเกินไปอาจทำให้กลับมาติดเชื้ออีกครั้ง

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาคีโตโคนาโซล

ยาคีโตโคนาโซลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาคีโตโคนาโซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาคีโตโคนาโซลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อสินค้าหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคีโตโคนาโซล

ก่อนใช้ยาคีโตโคนาโซล

  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีอาการแพ้ต่อยาคีโตโคนาโซล ยาอื่นๆ หรือส่วนประกอบในยาเม็ดคีโตโคนาโซล สอบถามเภสัชกรหรือตรวจสอบคู่มือการใช้ยาเพื่อรับทราบเกี่ยวกับรายชื่อของส่วนประกอบยา
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังใช้ยาอัลปราโซแลม (alprazolam) อย่างไนราแวม (Niravam) หรือซาแนกซ์ (Xanax) ยาอีพลีรีโนน (eplerenone) อย่างอินพรา (Inspra) ยาเออร์กอตอัลคาลอยด์ (ergot alkaloids) เช่นยาเออร์โกตามีน (ergotamine) อย่างเออร์โกมาร์ (Ergomar) ในเคเฟอร์ก็อต (Cafergot) หรือในไมเกอร์กอต (Migergot) ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีน (dihydroergotamine) อย่างดีเอสอี45 (D.H.E 45) หรือไมกรานัล (Migranal) และยาเมทิลเออร์โกโนวีน (methylergonovine) อย่างเมเทอร์จีน (Methergine) ยาฟิโลดิปีน (felodipine) อย่างเพลนดิล (Plendil) ยาไอริโนทีแคน (irinotecan) อย่างแคมป์โทซาร์ (Camptosar) ยาโลวาสแตติน (lovastatin) อย่างเมวาคอร์ (Mevacor) ยาลูราซิโดน (lurasidone) อย่างลาทูดา (Latuda) ยามิดาโซแลม (midazolam) อย่างเวอร์เซด (Versed) ยาไนโซลดิปีน (nisoldipine) อย่างซูลาร์ (Sular) ยาซิมวาสแตติน (simvastatin) อย่างโซคอร์ (Zocor) ยาโทลแวปแทน (tolvaptan) อย่างแซมคา (Samsca) และยาไตรอาโซแลม (triazolam) อย่างฮาลซิอน (Halcion) แพทย์อาจไม่ให้คุณใช้ยาคีโตโคนาโซลหากคุณใช้ยาในส่วนของคำเตือนนี้หนึ่งชนิดขึ้นไป
  • แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้หรือมีแผนจะใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรต่างๆ ยาอื่นๆ อีกมากมายนั้นอาจมีปฏิกิริยากับยาคีโตโคนาโซลได้ ดังนั้นจึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในรายชื่อก็ตาม
  • หากคุณกำลังใช้ยาลดกรดที่มีส่วนประกอบของอะลูมิเนียม แคลเซียม หรือแมกนีเซียม เช่น มาล็อกซ์ (Maalox) ไมลันทา (Mylanta) ทัมส์ (Tums) และอื่นๆ ควรรับประทาน 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาคีโตโคนาโซล
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังเป็นหรือเคยเป็นโรคใดๆ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะใช้ยาคีโตโคนาโซลควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • หากคุณกำลังจะผ่าตัดรวมไปถึงการผ่าตัดทำฟัน แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยาคีโตโคนาโซล
  • คุณควรทราบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (รวมทั้งไวน์ เบียร์ และยาที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์อย่างยาน้ำเชื่อมแก้ไอ) ขณะที่กำลังใช้ยาคีโตโคนาโซลนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายที่ตับและทำให้ให้เกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์เช่น หน้าแดง ผดผื่น คลื่นไส้ ปวดหัว และมีอาการบวมที่มือ เท้าข้อเท้า หรือขาช่วงล่างหากคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะที่กำลังใช้ยาคีโตโคนาโซล

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาคีโตโคนาโซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคีโตโคนาโซล

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่  ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • วิงเวียน หมดสติ หัวใจเต้นเร็วหรือรัว
  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกได้ง่าย อ่อนแรงผิดปกติ
  • มีอาการเหน็บชา
  • ซึมเศร้าอย่างรุนแรง สับสน หรือมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง
  • คลื่นไส้ ปวดกระเพาะ เป็นไข้ต่ำ เบื่ออาหาร อ่อนแรง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีดินเหนียว ดีซ่าน (ผิวหนังและดวงตาเป้นสีเหลือง)

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดกระเพาะในระดับเบา
  • มีอาการคันในระดับเบาหรือผดผื่นผิวหนัง
  • ปวดหัว
  • วิงเวียน
  • มีอาการบวมที่เต้านม
  • ไร้สมรรถภาพทางเพศหรือสูญเสียความสนใจทางเพศ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาคีโตโคนาโซลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคีโตโคนาโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคีโตโคนาโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • เคยมีปัญหาเกี่ยวกับตับใดๆ ก็ตาม
  • ปัญหาเกี่ยวกับต่อมหมวกไต
  • ประวัติของตนเองหรือคนในครอบครัวเคยมีกลุ่มอาการระยะคิวทียาว (long QT syndrome)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคีโตโคนาโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคบลาสโตไมโคสิส (Blastomycosis): ขนาดยาเริ่มต้น: 200 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคโครโมไมโคซีส (Chromomycosis): ขนาดยาเริ่มต้น: 200 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคค็อกสิดิออยโดไมโคสิส (Coccidioidomycosis): ขนาดยาเริ่มต้น: 200 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคฮีสโตพลาสโมสิส (Histoplasmosis): ขนาดยาเริ่มต้น: 200 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคพาราค็อกสิดิออยโดไมโคสิส (Paracoccidioidomycosis): ขนาดยาเริ่มต้น: 200 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาคีโตโคนาโซลสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคบลาสโตไมโคสิส (Blastomycosis): อายุ 2 ปีขึ้นไป: 3.3 ถึง 6.6 มก./กก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคโครโมไมโคซีส (Chromomycosis): อายุ 2 ปีขึ้นไป: 3.3 ถึง 6.6 มก./กก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคค็อกสิดิออยโดไมโคสิส (Coccidioidomycosis): อายุ 2 ปีขึ้นไป: 3.3 ถึง 6.6 มก./กก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคฮีสโตพลาสโมสิส (Histoplasmosis): อายุ 2 ปีขึ้นไป: 3.3 ถึง 6.6 มก./กก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคพาราค็อกสิดิออยโดไมโคสิส (Paracoccidioidomycosis): อายุ 2 ปีขึ้นไป: 3.3 ถึง 6.6 มก./กก. รับประทานวันละครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน: 200 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 20, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย