ซาซ่ากลิปติน (Saxagliptin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ซาซ่ากลิปติน (Saxagliptin) Brand Name(s): ซาซ่ากลิปติน (Saxagliptin).

ข้อบ่งใช้

ยาซาซ่ากลิปตินใช้สำหรับ

ยาซาซ่ากลิปติน (Sxagliptin) ใช้ร่วมกับอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับคนที่มีอาการเบาหวาน ชนิดที่ 2 การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการไตเสียหาย ตาบอด เส้นประสาทมีปัญหา การสูญเสียแขนขา และปัญหาระบบทางเพศ การควบคุมโรคเบาหวานยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดแบบเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมองได้

ยาซาซ่ากลิปตินทำงานโดยการเพิ่มระดับของสารที่เรียกว่า อินเครติน (incretins) ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยการเพิ่มการหลั่งอินซูลิน โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร ทั้งยังช่วยลดปริมาณของน้ำตาลที่ตับผลิตออกมาอีกด้วย

วิธีการใช้ยาซาซ่ากลิปปติน

รับประทานยาร่วมกับอาหาร หรือรับประทานต่างหากตามที่แพทย์สั่ง โดยทั่วไปคือ วันละครั้ง

ผู้ผลิตได้แนะนำว่า ไม่ให้ตัดหรือแบ่งเม็ดยาออกก่อนรับประทาน แต่ยาที่คล้ายๆ กันหลายชนิด (ยารูปแบบปลดปล่อยทันที) นั้นสามารถตัดหรือแบ่งเม็ดยาได้ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับวิธีใช้ยานี้

ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการ การตอบสนองต่อการรักษา และยาอื่นๆ ที่คุณรับประทานอยู่

อย่าลืมแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณทราบว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ)

รับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด อย่าลืมรับประทานยาในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ ปฏิบัติตามแผนการรักษา แผนการรับประทานอาหาร และโปรแกรมการออกกำลังกาย ที่แพทย์ของคุณแนะนำอย่างระมัดระวัง

การเก็บรักษายาซาซ่ากลิปติน

ยาซาซ่ากลิปตินควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซาซ่ากลิปตินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาซาซ่ากลิปตินลงในชักโครก หรือทิ้งลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อสินค้าหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซาซ่ากลิปติน

ก่อนรับประทานยาซาซ่ากลิปติน โปรดแจ้งกับแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณมีอาการแพ้ยานี้ มีอาการแพ้อื่นๆ ยาพวกนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ในการรักษาบางอย่างที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ ควรปรึกษากับเภสัชกรก่อนเสมอ

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งประวัติทางการแพทย์ให้แพทย์ หรือเภสัชกรทราบ โดยเฉพาะหากคุณเป็นโรคไต โรคเกี่ยวกับตับอ่อน (โรคตับอ่อนอักเสบ) มีปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคตับอ่อนอักเสบ (เช่น นิ่วในถุงน้ำดี ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือมากเกินไป มีปริมาณของไขมัน/ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง) หัวใจล้มเหลว

คุณอาจมีอาการตาพร่ามัว วิงเวียน หรือเซื่องซึม เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงมาก อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือ ทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง หรือมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณจะสามารถทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

งดการดื่มปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ใช้ยานี้ เพราะสามารถเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ และโรคตับอ่อนได้

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะยากขึ้น เมื่อร่างกายของคุณเครียด (เช่น เกิดจากไข้ การติดเชื้อ การบาดเจ็บหรือการผ่าตัด) โปรดปรึกษากับแพทย์ เนื่องจากคุณต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการรักษา ยา หรือการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

ก่อนการผ่าตัด อย่าลืมแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ)

ในช่วงการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และควรปรึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลดีกับแพทย์ก่อน

การตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดอาการเบาหวาน หรือทำให้อาการแย่ลง ปรึกษาแพทย์ของคุณในการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดขณะตั้งครรภ์ แพทย์ของคุณอาจเปลี่ยนการรักษาโรคเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ (เช่น อาหารและยารวมถึงอินซูลิน)

ยานี้อาจส่งผลต่อการให้นมบุตรได้โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยาซาซ่ากลิปปตินในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงของการใช้ยา

ยาซาซ่ากริปตินจัดอยู่ในประเภทที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาซาซ่ากลิปติน

แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง ได้แก่ ปวดข้อต่อ มีแผลพุพองอย่างผิดปกติ มีสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว (เช่น หายใจถี่, ข้อเท้าหรือเท้าบวม เหนื่อยล้าผิดปกติ, การเพิ่มน้ำหนักผิดปกติ หรืออย่างฉับพลัน)

แม้ว่ายาซาซ่ากลิปตินโดยปกติจะไม่ก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) น้ำตาลในเลือดต่ำอาจเกิดขึ้นได้ หากใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาโรคเบาหวานอื่น ๆ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยารักษาโรคเบาหวานทั้งหมดของคุณ

อาการของน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น เหงื่อออกฉับพลัน หัวใจเต้นเร็ว หิว ตาพร่ามัว วิงเวียนศีรษะ หรือเป็นเหน็บที่มือและเท้า ทางที่ดีควรพกพาเม็ดกลูโคสหรือเจล เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หากคุณไม่มีน้ำตาลกลูโคสในรูปแบบที่น่าเชื่อถือเหล่านี้ ให้เพิ่มน้ำตาลในเลือดของคุณอย่างรวดเร็ว โดยการรีบรับประทานแหล่งที่มาของน้ำตาล ทั้งน้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ลูกอม หรือเครื่องดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมที่ไม่ใช่แบบไม่มีน้ำตาล แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีเกี่ยวกับปฏิกิริยาและการใช้ยาตัวนี้ โอกาสในการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำจะมีมากขึ้น หากคุณดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก ออกกำลังกายหนักผิดปกติ หรือบริโภคแคลลอรี่จากอาหารไม่เพียงพอ เพื่อป้องกันน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรกินอาหารเป็นประจำ และอย่าข้ามมื้ออาหาร พูดคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรว่า จะทำอย่างไรถ้าคุณพลาดมื้ออาหารไป

อาการของน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia) มีทั้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะเพิ่มขึ้น สับสน เซื่องซึม หน้าแดง หายใจเร็ว และมีกลิ่นปากเป็นกลิ่นผลไม้ หากคุณมีอาการเหล่านี้โปรดแจ้งให้หมอทราบทันที อาจจำเป็นต้องเพิ่มขนาดยา

รับการรักษาทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงมาก เช่น มีสัญญาณของโรคตับอ่อน (ปวดท้องอย่างรุนแรงกระจายไปถึงบริเวณหลัง คลื่นไส้อาเจียนไม่หยุด)

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงอาจมี: ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจมีผลข้างเคียงอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blocker) เช่น เมโทโพรลอล (metoprolol) โพรพราโนลอล (propranolol) น้ำยาหยอดตารักษาโรคต้อกระจก เช่น ทิโมลอล (timolol) อาจป้องกันอาการหัวใจเต้นเร็วหรือรัวที่คุณมักจะรู้สึกเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมากเกินไป (hypoglycemia). อาการอื่น ๆ ของน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น อาการวิงเวียนศีรษะ หิว หรือเหงื่อออกนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากยาเหล่านี้

มียาจำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่ออาการระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้มันควบคุมได้ยากขึ้น ก่อนคุณเริ่มหรือหยุดใช้ยาตัวใด ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอถึงผลกระทบของยาต่อระดับน้ำตาลในเลือด ควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณเป็นประจำตามที่กำหนด และแจ้งผลให้แพทย์ทราบ แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากคุณมีอาการน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำ อาจต้องปรับเปลี่ยนยารักษาโรคเบาหวาน โปรแกรมการออกกำลังกาย หรืออาหารของคุณ

ยาซาซ่ากลิปตินอาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซาซ่ากลิปตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซาซ่ากลิปตินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาซาซ่ากลิปตินเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซาซ่ากลิปตินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2

2.5 หรือ 5 มก. รับประทานวันละครั้ง

ใช้ร่วมกับยากลุ่ม Strong CYP450 3A4/5 inhibitors : 2.5 มก. รับประทานวันละครั้ง

วิธีการใช้: ในคลินิกหลายแห่งใช้ยานี้เป็นยาเสริมอาหารและออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

การปรับขนาดยาสำหรับโรคไต

ความผิดปกติของไตระดับเบา (CrCl มากกว่า 50 มล./ นาที): ไม่ควรปรับขนาดยา

ความผิดปกติของไตระดับปานกลางหคือรุนแรง (CrCl 50 มล. / นาทีหรือน้อยกว่า):2.5 มก. รับประทานวันละครั้ง

การปรับขนาดยาสำหรับโรคตับ

ไม่ควรปรับขนาดยา

การปรับขนาดยา

การใช้ร่วมกับยาเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน (insulin secretagogue) หรือร่วมกับอินซูลีน: อาจต้องมีการลดขนาดยาเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อนหรือยาอินซูลีน เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

การทำไดอะลิซิส (Dialysis)

การฟอกไต: 2.5 มก.ตามหลังการฟอกไต

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

-ไม่ควรหักหรือตัดเม็ดยา

-ยานี้สามารถรับประทานร่วมกับอาหาร หรือรับประทานต่างหากได้

-หากลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาครั้งต่อไปตามใบสั่งเว้นเสียแต่ว่าจะได้รับคำสั่งให้ทำอย่างอื่น ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยเพิ่มขนาดยาในวันถัดไป

ทั่วไป

-ควรพิจารณาความเสี่ยงและประโยชน์ของการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

การเฝ้าสังเกต

-ระบบโลหิตวิทยา (Hematologic): ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดและน้ำตาลสะสม (HbA1c)

-โรคหัวใจและหลอดเลือด: สัญญาณและอาการของภาวะหัวใจล้มเหลว

-เฝ้าสังเกตสัญญาณและอาการของโรคตับอ่อน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

– ผู้ป่วยควรทราบว่าอาการตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ภาวะหัวใจล้มเหลว และโรคภูมิแพ้อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ยานี้ ควรเข้าใจถึงความสำคัญของการรายงานสัญญาณ และอาการของอาการเหล่านี้ และเข้าใจว่าเมื่อใดถึงควรจะรีบไปหาแพทย์

– ผู้ป่วยควรเข้าใจถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามคำแนะนำในการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรจะสามารถรับรู้สัญญาณและอาการของน้ำตาลในเลือดสูงและต่ำและวิธีการรักษา

– ช่วงเวลาที่เครียดเช่น มีไข้ บาดเจ็บ ติดเชื้อ หรือมีการผ่าตัด การจัดการกับโรคเบาหวานอาจมีการเปลี่ยนแปลงและควรขอคำปรึกษาจากแพทย์

-แนะนำให้ผู้ป่วยติดต่อกับผู้ให้การดูแลทางสุขภาพหากมีอาการปวดข้อต่อที่รุนแรงและบ่อยครั้ง

ขนาดยาซาซ่ากลิปตินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการจัดขนาดยาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ดังนั้น การใช้ยากับเด็กจึงอาจยังไม่ปลอดภัย ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทำความเข้าใจกับตัวยาก่อนการใช้งาน

รูปแบบของยา

ยาซาซ่ากริปตินมีจุดเด่นและรูปแบบการใช้งานดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 17, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 17, 2018

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน