ซาลบูทามอล (Salbutamol)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ซาลบูทามอล (Salbutamol) Brand Name(s): ซาลบูทามอล (Salbutamol).

ข้อบ่งใช้

ยาซาลบูทามอลใช้สำหรับ

ยาเม็ดซาลบูทามอล (Salbutamol) อยู่ในกลุ่มของยาที่เรียกว่า ยากลุ่มกระตุ้นตัวรับชนิดเบต้า 2 (selective beta-2-adrenergic agonist) ซึ่งใช้เพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนทางเดินหายใจและมดลูก ยาเม็ดซาลบูทามอลอาจใช้ในกรณี

  • หอบหืด เพื่อบรรเทาอาการหดตัวของทางเดินหายใจ
  • หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  • ถุงลมโป่งพอง

วิธีการใช้ยาซาลบูทามอล

รับประทานยาเม็ดซาบูทามอลตามที่แพทย์สั่ง หากคุณไม่มั่นใจ ตรวจสอบข้อมูลกับแพทย์หรือเภสัชกร

กลืนยาเม็ดพร้อมน้ำเปล่า

หากคุณสังเกตว่า ยาเม็ดไม่ออกฤทธิ์อย่างที่เคยเป็นมาก่อน ปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ

วิธีการเก็บรักษายาซาลบูทามอล

คุณควรเก็บยาซาลบูทามอลไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาซาลบูทามอลไว้ให้ห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาซาลบูทามอลแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนฉลากผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาซาลบูทามอลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซาลบูทามอล

อย่ากินยาซาลบูทามอล และโปรดแจ้งหมอ ถ้าคุณมีอาการดังนี้

  • มีอาการแพ้ยาซาลบูทามอลหรือส่วนผสมใดๆ ในยาซาลบูทามอล
  • เคยมีภาวะแท้งคุกคาม (threatened abortion) ในช่วง 6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์
  • ใช้ยาปิดกั้นการทำงานของตัวรับเบต้า (beta-blocker) อย่างยาโรพราโนลอล (propranolol)

ตรวจสอบกับแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนใช้ยาเม็ดซาลบูทามอล หากคุณมีอาการดังนี้

  • ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ)
  • เบาหวาน
  • ประวัติของโรคหัวใจ หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ แม้ว่าจะไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน แต่บางคนอาจแน่นหน้าอก (เนื่องจากโรคที่หัวใจอย่างหลอดเลือดหัวใจตีบ) แจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบ หากคุณมีอาการเหล่านี้ระหว่างที่ได้รับการรักษาด้วยยาซาลบูทามอล แต่อย่าหยุดใช้ยานี้เว้นแต่แพทย์จะแนะนำเช่นนั้น

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงเพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยงในการใช้ยาซาลบูทามอล ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นก่อนใช้ยาซาลบูทามอล

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาซาลบูทามอล

หยุดใช้ยาเม็ดซาลบูทามอลและไปโรงพยาบาลทันทีหากคุณมีอาการดังนี้

  • มีอาการแพ้ เช่น อาการบวมที่หน้า ริมฝีปาก คอ หรือลิ้น เกิดรอยแดงหรือผื่นสีซีดบนผิว พร้อมอาการคันอย่างรุนแรง (ลมพิษ) หายใจลำบาก ความดันโลหิตต่ำ ล้มป่วย
  • เจ็บหน้าอก กราม หรือหัวไหล่ (ซึ่งอาจมาพร้อมกับอาการหายใจถี่ รู้สึกป่วยร่วมด้วย)

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณสังเกตเห็นอาการใดๆ เหล่านี้ หรือนอกเหนือจากนี้

  • มีกรดแลคติก (lactic acid) เพิ่มในร่างกาย ได้แก่ หายใจถี่ ป่วยหรือปวดท้อง
  • ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ได้แก่ กล้ามเนื้อกระตุกหรืออ่อนแรง หัวใจเต้นผิดปกติ
  • อื่นๆ เช่น ปวดศีรษะ ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น มีอาการสั่น (ปกติแล้วจะเป็นมือ) รู้สึกตึงเครียด หลอดเลือดขยายซึ่งทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นผิดปกติ เกร็งกล้ามเนื้อ มีน้ำในปอด ปริมาณของกรดในร่างกายเพิ่มขึ้น หรือภาวะคีโตอะซิโดซิส (ketoacidosis) อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยเบาหวาน

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซาลบูทามอลอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณใช้ออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หรือหยุดใช้ยา รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์ โดยเฉพาะยาดังต่อไปนี้

  • ยาขับปัสสาวะ ยากวาเนติดิน (guanethidine) ยารีเซอร์พีน (reserpine) หรือยาเมธิลโดปา (methyldopa) เพื่อรักษาความดันโลหิตสูง
  • ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโมโนเอมีนออกซิเดส (monoamine oxidase inhibitor) เช่น ยาทรานิลซัยโปรไมน์ (tranylcypromine) เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า
  • ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (tricyclic antidepressant) เช่น ยาอะมิทริปไทลีน (amitriptyline) เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า
  • ยาที่ปิดกั้นตัวรับเบต้า เช่น ยาโพรพราโนลอล
  • ยากลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ (corticosteroid)
  • ยาทีโอฟิลลีน (theophylline) เพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับการหายใจ
  • ยาระงับความรู้สึกชนิดสูดดม (inhaled anaesthetic) แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณจะทำฟันหรือผ่าตัด
  • ยาดีจอกซิน (digoxin) เพื่อรักษาโรคที่หัวใจ
  • กลุ่มยาแซนทีน (xanthine) เช่น ยาทีโอฟิลลีน ยาอะมิโนฟิลลีน (aminophylline) เพื่อรักษาหอบหืด
  • ยาเพื่อรักษาเบาหวาน

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซาลบูทามอลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ ก่อนใช้ยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซาลบูทามอลอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ อาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยานี้

ขนาดยาซาลบูทามอลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปคือครั้งละ 4 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน แพทย์อาจค่อยๆ เพิ่มขนาดยา เป็นขนาดยาสูงสุดคือ 8 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน ผู้ป่วยบางรายรักษาได้ผล หลังจากใช้ขนาดยาครั้งละ 2 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน

ผู้ป่วยที่สูงอายุหรือมีโรคประจำตัวอื่น จะตอบสนองต่อยานี้ หรือยาที่ใกล้เคียงได้ง่ายว่าปกติ

ขนาดยาเริ่มต้นครั้งละ 2 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาซาลบูทามอลสำหรับเด็ก

เด็กอายุ 2 ถึง 6 ปี

ครั้งละ 1 ถึง 2 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน

เด็กอายุ 6 ถึง 12 ปี

ครั้งละ 2 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน

เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป

ครั้งละ 2 ถึง 4 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน

เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

ไม่แนะนำให้ใช้ยา

รูปแบบของยา

ยาซาลบูทามอลมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • สารละลาย 1 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร 2.5 มิลลิกรัมต่อ 2.5 มิลลิลิตร 2 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร 5 มิลลิกรัมต่อ 2.5 มิลลิลิตร
  • เครื่องสูดยา (Accuhaler) 200 มิลลิกรัม
  • ยาเม็ด 2 มิลลิกรัมและ 4 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาดรวมถึงระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อหดตัวหรืออ่อนแรง รวมถึงหัวใจเต้นผิดปกติ

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กรกฎาคม 26, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 26, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย