ซิงค์ อะซีเตท (Zinc Acetate)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ซิงค์ อะซีเตท (Zinc Acetate) Brand Name(s): ซิงก์ อะซีเตท (Zinc Acetate), ซิงค์ อะซีเตท (Zinc Acetate) และ ซิงค์ อะซีเตท (Zinc Acetate).

ข้อบ่งใช้

ยาซิงค์ อะซีเตทใช้สำหรับ

ซิงค์ (Zinc) เป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นทางธรรมชาติ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของอวัยวะส่วนต่างๆในร่างกาย ยาซิงค์ อะซีเตท (Zinc Acetate) มักถูกใช้ในการรักษาและป้องกันโรคที่เกิดจากการขาดแร่ธาตุสังกะสี และอาจถูกใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในคำแนะนำทางการแพทย์

การใช้ยาซิงค์ อะซีเตท

ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรใช้ยาเกินขนาดหรือน้อยกว่าที่กำหนดหรือเป็นเวลานานกว่าที่แพทย์แนะนำ

รับประทานยาซิงค์ อะซีเตทกับน้ำ 1 แก้ว

รับประทานยาซิงค์ อะซีเตทพร้อมอาหารหากเกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร

การเก็บรักษายาซิงค์ อะซีเตท

ควรเก็บยาซิงค์ อะซีเตทในอุณหภูมิห้อง ให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บไว้ในห้องน้ำหรือตู้เย็น ซิงค์ อะซีเตทแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป อ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนบรรจุภัณฑ์หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาซิงค์ อะซีเตทลงในชักโครกหรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนการใช้ยาซิงค์ อะซีเตท

ก่อนการใช้ยา ควรแจ้งแพทย์หากมีกรณีดังต่อไปนี้

  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากขณะที่คุณตั้งครรภ์หรือให้นม คุณควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • อยู่ระหว่างการใช้ยาชนิดอื่น รวมถึงยาที่คุณซื้อโดยไม่มีใบสั่งยา เช่น สมุนไพร และการรักษาโดยแพทย์ทางเลือก
  • มีอาการแพ้ต่อส่วนประกอบของยาซิงค์ อะซีเตทและยาชนิดอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม
  • มีอาการป่วย ผิดปกติ หรือมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกับอาหารที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสสูง ซึ่งทำให้ร่างกายดูดซึมซิงค์ อะซีเตทได้ยากขึ้น อาหารที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสสูง เช่น นม ชีส โยเกิร์ต ไอศกรีม ถั่วอบแห้ง ถั่วเลนทิล เนยถั่ว เบียร์ โค้ก และโกโก้ร้อน

ซิงค์ อะซีเตทอาจผลต่อประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับยาอื่นๆ ที่คุณใช้อยู่ก่อนการใช้ซิงค์ อะซีเตท

ยังไม่มีผลรายงานว่าซิงค์ อะซีเตทเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ยานี้ หากคุณตั้งครรภ์หรือมีแนวโน้มตั้งครรภ์ระหว่างการรักษา โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

ยังไม่มีรายงานว่าซิงค์ อะซีเตทผ่านเข้าสู่น้ำนม หรือเป็นอันตรายต่อทารก ไม่ควรใช้ยานี้หากอยู่ในระหว่างการให้นม หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาซิงค์
อะซีเตทระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เป็นประจำ
เพื่อประเมินข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนรับประทานยาซิงค์
อะซีเตท อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาซิงค์ อะซีเตทจัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท A

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาจัดประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ดังต่อไปนี้

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

Side effects

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาซิงค์ อะซีเตท

คุณควรไปยังห้องฉุกเฉิน หากเกิดอาการที่แสดงถึงการแพ้ เช่น ผื่นขึ้น หายใจไม่สะดวก ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอบวม อาการข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่าได้แก่

  • เวียนศีรษะ
  • ปวดท้อง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาชนิดอื่น

ยาซิงค์ อะซีเตทอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ที่งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา
ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และสมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนปริมาณยา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ยาที่อาจทำปฏิกิริยากับยาซิงค์ อะซีเตท มีดังนี้

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาร์ฟาริน (warfarin) อย่างเช่นคูมาดิน (Coumadin)
  • ยาเมธิลเทสโทสเตอโรน (Methyltestosterone) อย่างเช่นแอนดรอยด์ (Android) เมธิเทสต์ (Methitest) หรือ โอเรตอน (Oreton)
  • ยาเพนนิซิลลามีน (Penicillamine) อย่างเช่นคูพริมีน (Cuprimine) หรือ ดีเพน Depen)
  • ยาเรซิโดรเนท (Risedronate) อย่างเช่นแอคโตเนล (Actonel)
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตระไซคลิน อย่างเช่น ดีเมโคลไซคลิน (Demeclocycline) อย่างดีโคลไมซิน (Declomycin) ดอกซีไซคลิน อย่างเช่นอะโดซ่า(Adoxa) โดริกซ์ (Doryx) โอราเซีย (Oracea) และไวบรามัยซิน (Vibramycin) ยามิโนไซคลิน อย่างเช่นไดนาซิน (Dynacin) มิโนซิน (Minocin) โซโลดิน (Solodyn) เวคทริน (Vectrin) หรือยาเตตระไซคลิน อย่างเช่น บบรอดสเปค (Brodspec) แพนมัยซิน (Panmycin) ซูมัยซิน (Sumycin) เตตระแคป (Tetracap)
  • ยาปฏิชีวนะ เช่น ยาซิโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) อย่างซิโปร (Cipro) ยาโอฟลอกซาซิน (ofloxacin) อย่างฟล็อกซิน (Floxin) ยานอร์ฟลอกซาซิน (norfloxacin) อย่างนอร็อกซิน (Noroxin) ยาเลโวฟลอกซาซิน (levofloxacin) อย่างเลวาควิน (Levaquin) และอื่นๆ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซิงค์ อะซีเตทอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น

ยาซิงค์ อะซีเตทอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ อาจทำให้สุขภาพของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถแทนคำปรึกษาทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนใช้ยาซิงค์ อะซีเตท

ขนาดยาซิงค์ อะซีเตทสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดที่ใช้สำหรับผู้ใหญ่ที่ป่วยโรควิลสัน (Wilson’s Disease)

หลังการล้างพิษหลอดเลือดในช่วงแรก

ทาน 50 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งตอนท้องว่าง ควรทานยาก่อนอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ใช่น้ำเปล่าอย่างน้อยน้อย 2-3 ชั่วโมง

ขนาดยาซิงค์ อะซีเตทสำหรับเด็ก

ขนาดที่ใช้สำหรับเด็กที่ขาดธาตุสังกะสี

การตอบสนองอาจะเกิดขึ้นหลัง 6-8 สัปดาห์

ปริมาณในการรับประทานที่แนะนำ มีดังนี้

  • ทารกแรกเกิดและอายุต่ำกว่า 12 เดือน ทานสังกะสีอิสระ (elemental zinc) 5 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เด็กอายุ 1 ถึง 10 ขวบ ทาน 10 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เด็กอายุตั้งแต่ 11 ปีและผู้ใหญ่ เพศชายทาน 15 มิลลิกรัมต่อวัน เพศหญิงทาน 12 มิลลิกรัมต่อวัน

สำหรับทานเพื่อทดแทนการขาดธาตุสังกะสี

  • ทารกและเด็ก ควรรับธาตุสังกะสีขนาด 0.5 ถึง 1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็น 1 ถึง 3 ครั้งต่อวัน อาจเพิ่มปริมาณหากมีปัญหาด้านการดูดซึมของลำไส้หรือภาวะขาดสังกะสีรุนแรง เช่น อาการท้องร่วงอย่างรุนแรงเป็นระยะเวลานาน

ใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับให้ทางเส้นเลือด (ใช้เวลา 6-8 สัปดาห์ในการเห็นผล): IV (ขนาดของ elemental zinc)

  • 400 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน สำหรับทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนด 400 mcg/kg/day
  • 300 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน สำหรับทารกแรกเกิดที่คลอดตามกำหนด
  • 100 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน สำหรับทารกอายุ 3 เดือนขึ้นไปและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี (สูงสุด 5 มิลลิกรัมต่อวัน)
  • 2.5 ถึง 5 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับเด็กอายุมากกว่า 5 ปี

ขนาดที่ใช้สำหรับเด็กที่ป่วยโรควิลสัน

ซิงค์ อะซีเตทไม่ได้ใช้สำหรับรักษาอาการโรควิลสัน แต่เพื่อพยุงอาการหลังรับการรักษาโดยการล้างพิษหลอดเลือ ดประมาณ 4-6 เดือน

การใช้ซิงค์ อะซีเตทในการรักษาเพื่อไม่ให้โรคเกิดซ้ำ ขนาดที่ใช้เป็นหน่วยมิลลิกรัม ระบุเพื่อรักษาอาการเริ่มต้นในผู้ป่วยโรควิลสันที่ไม่แสดงอาการ หรือระยะก่อนแสดงอาการ หรือใช้เพื่อคงอาการ หลังรับการล้างพิษหลอดเลือด ประมาณ 1 ถึง 5 ปี

สำหรับเด็กอายุระหว่าง 5 ถึง 18 ปี

  • หากน้ำหนักน้อยกว่า 50 กิโลกรัม ให้ทานยาขนาด 25 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
  • หากน้ำหนักน้อยกว่า 50 กิโลกรัม ให้ทานยาขนาด 50 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง

รูปแบบของยาซิงค์ ฮะซีเตท

ยาซิงค์ อะซีเตทอยู่ในรูปแบบดังต่อไปนี้

  • แบบแคปซูล

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

หากลืมรับประทานควรทำอย่างไร

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

 

Review Date: กรกฎาคม 15, 2019 | Last Modified: กรกฎาคม 15, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย