ชื่อสามัญ: ซิตากลิปติน (Sitagliptin) Brand Name(s): ซิตากลิปติน (Sitagliptin).

ข้อบ่งใช้

ยาซิตากลิปตินใช้สำหรับ

ยาซิตากลิปติน (sitagliptin) ใช้ในโปรเเกรมออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร รวมถึงอาจใช้ร่วมกับยาอื่นๆ เพื่อควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ยานี้ใช้กับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 การควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูงช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับไต ตามองไม่เห็น ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท การสูญเสียเเขนขาหรือปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ การควบคุมเบาหวานอย่างเหมาะสมอาจช่วยลดความเสี่ยงหัวใจวายหรือเส้นเลือดในสมองเเตก

ซิตากลิปตินเป็นยารักษาเบาหวานที่ทำงานด้วยการเพิ่มระดับของสารที่เรียกว่า อินคริติน (incretin) อินคริตินช่วยควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูงด้วยการเพิ่มการปล่อยสารอินซูลิน โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร อินคริตินยังลดจำนวนน้ำตาลที่ตับผลิตอีกด้วย

วิธีการใช้ยาซิตากลิปติน

รับประทานยานี้ตามด้วยอาหารหรือไม่ก็ได้ ตามที่เเพทย์สั่ง ปกติเเล้วจะทานยานี้หนึ่งครั้งต่อวัน

ปริมาณยาขึ้นอยู่กับสุขภาพ การทำงานของไตเเละการตอบสนองต่อการรักษาของคุณ รับประทานยานี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อผลที่ดีที่สุดในการรักษา เพื่อช่วยเตือนความจำ คุณควรรับประทานยานี้ในเวลาเดิมทุกวัน โปรดทำตามเเผนการรักษาด้วยยาอย่างระมัดระวัง รวมถึงแผนการรับประทานอาหารและโปรเเกรมการออกกำลังกายตามที่เเพทย์เเนะนำ

วัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอตามที่เเพทย์สั่ง ติดตามผลเเละเเจ้งให้เเพทย์ทราบ รวมถึงเเจ้งให้เเพทย์ทราบหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป เพราะอาจต้องเปลี่ยนปริมาณยาหรือวิธีการรักษาของคุณ

การเก็บรักษายาซิตากลิปติน

คุณควรเก็บซิตากลิปตินไว้ที่อุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากเเสงเเละความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา ไม่ควรเก็บซิตากลิปตินไว้ให้ห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซิตากลิปตินเเต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บเเตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำเเนะนำการเก็บรักษายาบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กเเละสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาซิตากลิปตินลงในชักโครกหรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นเเต่คุณได้รับคำเเนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังเเละคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซิตากลิปติน

ก่อนจะรับประทานยาซิตากลิปติน เเจ้งเเพทย์หรือเภสัชกรหากคุณเเพ้ยาชนิดนี้ หรือหากคุณมีอาการเเพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์เเต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเเพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนจะใช้ยานี้ เเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคตับ หัวใจวาย โรคที่เกิดขึ้นที่ตับอ่อน (ตับอ่อนอักเสบ) นิ่วในถุงน้ำดี (gallstone)

คุณอาจมองเห็นไม่ชัด วิงเวียนศีรษะหรือง่วงซึม เนื่องจากน้ำตาลในเลือดที่สูงหรือต่ำเกินไป อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักรหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัวหรือต้องอาศัยการมองเห็นอย่างชัดเจนจนกว่าคุณจะเเน่ใจว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย

ควบคุมการดื่มเเอลกอฮอล์ระหว่างรับประทานยานี้ เพราะยานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงที่น้ำตาลในเลือดจะต่ำลง

อาจเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมน้ำตาลในเลือดเมื่อร่างกายเกิดความตึงเครียด (เช่นเพราะเป็นไข้ ติดเชื้อ บาดเจ็บหรือเข้ารับการผ่าตัด) โปรดปรึกษาเเพทย์เพราะความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ต้องเปลี่ยนเเผนการรักษา ยาที่ใช้หรือการตรวจน้ำตาลในเลือด

ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัด เเจ้งเเพทย์หรือทันตเเพทย์ว่าคุณกำลังรับประทานยาตัวใดบ้าง (รวมถึงยาที่จำหน่ายโดยใช้ใบสั่งยา ยาที่ซื้อได้เอง เเละสมุนไพรอื่นๆ)

ในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ปรึกษาเเพทย์ก่อนใช้ยานี้เพื่อจัดการกับระดับน้ำตาลระหว่างตั้งครรภ์ เเพทย์อาจเปลี่ยนการรักษาเบาหวานในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ สอบถามความเสี่ยงเเละข้อดีของการรักษาเเต่ละประเภท (เช่น การควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายเเละยาอื่นๆ รวมถึงอินซูลิน)

ไม่เป็นที่เเน่ชัดว่ายาตัวนี้ซึมเข้าสู่น้ำนมหรือไม่ โปรดปรึกษาเเพทย์ก่อนให้นมบุตร

ยานี้อาจซึมเข้าไปในน้ำนมเเละมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ต่อทารกที่ดูดนมมารดา ดังนั้น จึงไม่ควรให้นมบุตรระหว่างที่รับประทานยานี้ในระยะยาวเเละในปริมาณมาก ปรึกษาเเพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ซิตากลิปตินระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาเเพทย์เป็นประจำเพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีเเละความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนรับประทานซิตากลิปติน อ้างอิงจากองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาซิตากลิปตินจัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท N

ประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์จัดลำดับโดยองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยาซิตากลิปติน

เเม้ว่าโดยปกติเเล้วยาซิตากลิปตินจะไม่ได้ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง (น้ำตาลพร่องในเลือด) น้ำตาลในเลือดอาจลดลงได้หากเเพทย์จ่ายยานี้ร่วมกับยารักษาเบาหวานตัวอื่น ปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรหากจำเป็นต้องลดปริมาณยารักษาเบาหวานตัวอื่นลง

อาการของภาวะน้ำตาลพร่องในเลือดได้เเก่เหงื่อออกฉับพลัน ตัวสั่น หายใจเร็ว อยากอาหาร มองเห็นไม่ชัด วิงเวียนศีรษะ เท้าหรือมือเป็นเหน็บชา คุณควรพกยาเม็ดกลูโคสหรือเจลเพื่อรักษาภาวะน้ำตาลพร่องในเลือด หากคุณไม่มีกลูโคสในรูปเเบบที่เชื่อถือได้เหล่านี้ โปรดเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดทันทีด้วยการรับประทานน้ำตาลจากเเหล่งอื่น เช่น น้ำตาลทราย น้ำผึ้งหรือขนมหวาน รวมถึงน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลมที่มีน้ำตาล เเจ้งให้เเพทย์ทราบถึงปฏิกิริยาของร่างกายที่เกิดขึ้นทันที ภาวะน้ำตาลพร่องในเลือดมักจะเกิดขึ้นหากคุณดื่มเเอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ออกกำลังกายอย่างหนักเป็นพิเศษหรือไม่ได้รับเเคลอรีที่เพียงพอจากการรับประทานอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะน้ำตาลพร่องในเลือด รับประทานอาหารให้ตรงเวลาเเละทานให้ครบทุกมื้อ ปรึกษาเเพทย์เพื่อหาวิธีแก้ไข หากคุณลืมรับประทานอาหาร

อาการของการมีน้ำตาลในเลือดมากเกินไป (ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง) ได้แก่ อยากอาหาร ปัสสาวะมากขึ้น รู้สึกมึนงง ง่วงซึม หน้าเเดง หายใจเร็วเเละกลิ่นปากเเรง หากคุณมีอาการเหล่านี้ คุณควรปรึกษาเเพทย์โดยด่วน เเพทย์อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนยาที่ใช้รักษาเบาหวาน

เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันทีหากคุณมีอาการที่เป็นผลข้างเคียงที่รุนเเรงเหล่านี้ ได้เเก่ สัญญาณของปัญหาโรคไต (เช่น การเปลี่ยนเเปลงของปริมาณปัสสาวะ) ปวดข้อต่อ แผลพุพองผิดปกติ สัญญาณของโรคหัวใจล้มเหลว (เช่นหายใจถี่ ข้อเท้าหรือเท้าบวม เหนื่อยล้าผิดปกติ น้ำหนักขึ้นผิดปกติหรือฉับพลัน)

โปรดเข้ารับการรักษาโดยด่วนหากมีอาการที่เป็นผลข้างเคียงที่รุนเเรงมากเหล่านี้ ได้เเก่ สัญญาณของตับอ่อนอักเสบ (เช่น คลื่นไส้อาเจียนเป็นระยะเวลานาน เบื่ออาหาร ปวดท้อง เเสบที่กระเพาะอาหาร หรือปวดหลัง)

อาการเเพ้ยาอย่างรุนเเรงเเทบจะไม่เกิดขึ้นเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม โปรดเข้ารับการรักษาโดยด่วนหากคุณสังเกตเห็นอาการของการเเพ้อย่างรุนเเรงเหล่านี้คือ ผื่น อาการคันหรือบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนเเรง ปัญหาในการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

เบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blocker) เช่น เมโทโพรลอล โพรพาโนลอล ยาหยอดตารักษาต้อหินอย่างทิโมลอล อาจช่วยป้องกันหัวใจเต้นเร็วหรือเต้นอย่างหนักที่จะเกิดขึ้นเมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำลงเกินไป (ภาวะน้ำตาลพร่องในเลือด) ยาเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดการวิงเวียนศีรษะ อยากอาการหรือเหงื่อออกซึ่งเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำ

ยาหลายชนิดส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดซึ่งทำให้ยากต่อการควบคุม ก่อนที่คุณจะเริ่มหรือหยุดรับประทานยา รวมถึงเปลี่ยนยา โปรดเเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบว่ายาส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดของคุณอย่างไร ตรวจน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอตามที่เเพทย์สั่งและเเจ้งผลให้เเพทย์ทราบ เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันทีหากคุณมีน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำ เเพทย์อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนยารักษาเบาหวาน โปรเเกรมออกกำลังกายหรือการควบคุมอาหาร

ยาซิตากลิปตินอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิมหรือเพื่อความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนเเรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่ซื้อได้เอง เเละสมุนไพร) และเเจ้งให้เเพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือ หยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนปริมาณยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเเพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือเเอลกอฮอล์

ยาซิตากลิปตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเเอลกอฮอล์โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยาหรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนเเรง โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรเพื่อถามถึงอาหารหรือเเอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ซิตากลิปตินอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำเเย่ลงหรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดเเจ้งให้เเพทย์เเละเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพเเละโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้เเทนคำเเนะนำทางการเเพทย์ได้ โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาซิตากลิปติน

ขนาดยาซิตากลิปตินสำหรับผู้ใหญ่

ปริมาณยาโดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2

ปริมาณยาโดยทั่วไป: 100 มิลลิกรัมต่อวัน

คำเเนะนำ: เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับยาที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน (เช่นซัลโฟนิลยูเรีย) หรืออินซูลิน อาจจำเป็นต้องใช้ปริมาณยาที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนลดลงเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะน้ำตาลพร่องในเลือด

การใช้: นอกเหนือจากการควบคุมน้ำหนักเเละออกกำลังกาย ยังมีการใช้ยานี้เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

การปรับปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

โรคไตชนิดไม่รุนเเรง (อัตราการกรองไต 45 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตร): ไม่มีการแนะนำให้ปรับปริมาณยา

โรคไตขั้นปานกลาง (อัตราการกรองไต 30 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตรถึงต่ำกว่า 45 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตร): 50 มิลลิกรัมต่อวัน

โรคไตขั้นรุนเเรง (อัตราการกรองไตต่ำกว่า 30 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตร): 25 มิลลิกรัมต่อวัน

การปรับปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

โรคตับชนิดไม่รุนเเรงหรือขั้นปานกลาง: ไม่มีการเเนะนำให้ปรับปริมาณยา

โรคไตขั้นรุนเเรง: ใช้ความระมัดระวัง ไม่มีข้อมูลการปรับปริมาณยา

การฟอกเลือด

ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม: 25 มิลลิกรัมต่อวัน

ฟอกเลือดทางช่องท้อง: 25 มิลลิกรัมต่อวัน

-อาจให้ยาโดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลาที่ใช้ในการฟอกเลือด

คำเเนะนำอื่นๆ

คำเเนะนำในการใช้

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือไม่ก็ได้

-หากลืมรับประทานยา ควรรับประทานยาทันทีที่นึกออก ไม่ควรรับประทานยาเกินขนาดที่กำหนดต่อวัน

ทั่วไป

-อาจใช้ยานี้เพียงชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เป็นผู้ใหญ่เเล้ว

-ไม่เเนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 หรือผู้ที่มีภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนจากเบาหวาน (diabetic ketoacidosis) รับประทานยาชนิดนี้ เนื่องจากยาจะไม่ออกฤทธิ์ในภาวะดังกล่าว

-ยังไม่มีผู้ศึกษาผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ จึงไม่อาจทราบว่าผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นตับอ่อนอักเสบรุนเเรงขึ้นหรือไม่

การเฝ้าสังเกต

-เฝ้าสังเกตสัญญาณหรืออาการตับอ่อนอักเสบ

-เฝ้าสังเกตการควบคุมน้ำตาล

-เข้ารับการตรวจการทำงานพื้นฐานของไตเเละเฝ้าสังเกตเป็นระยะระหว่างการรักษา ผู้ป่วยที่มีอายุมากควรได้รับการตรวจเป็นประจำ

คำเเนะนำสำหรับผู้ป่วย

-เเนะนำให้ผู้ป่วยเเจ้งสัญญาณหรืออาการของตับอ่อนอักเสบ หากปวดท้องอย่างรุนเเรงเเละเป็นเวลานาน โปรดเข้ารับการรักษาโดยด่วน

-คุณอาจเเพ้อย่างรุนเเรง ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้น โปรดเข้ารับการรักษาาโดยด่วน

-โดยปกติเเล้วภาวะน้ำตาลพร่องในเลือดอาจเกิดขึ้น เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับอินซูลินหรือซัลโฟนิลยูเรีย

-ผู้ป่วยควรเข้าใจความสำคัญของการทำตามคำเเนะนำเรื่องการควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ในช่วงที่ร่างกายเกิดความตึงเครียดเช่น เป็นไข้ บาดเจ็บ ติดเชื้อหรือเข้ารับการผ่าตัด อาจมีการปรับวิธีการรักษาเบาหวาน ผู้ป่วยควรได้รับการเเนะนำให้ปรึกษาเเพทย์

-แนะนำให้ผู้ป่วยติดต่อผู้ให้บริการด้านสุขภาพหากเจ็บข้อต่ออย่างรุนเเรงเเละเป็นระยะเวลานาน

แนะนำให้ผู้ป่วยติดต่อผู้ให้บริการด้านสุขภาพหากมีสัญญาณหรืออาการหัวใจวาย

ขนาดยาซิตากลิปตินสำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยที่ยังเป็นเด็ก อาจจะไม่ปลอดภัยหากเด็กรับประทานยาซิตากลิปติน สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องเเท้เกี่ยวกับความปลอดภัยของยาก่อนใช้ โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบยาซิตากลิปติน

ซิตากลิปตินรูปเเบบต่างๆ เเบ่งตามปริมาณเเละความเข้มข้นของยา:

  • ยาเม็ดใช้รับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีของเหตุฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด โทรเรียกรถพยาบาลในพื้นที่หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานซิตากลิปติน ให้คุณรับประทานทันทีที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม หากตอนนั้นเกือบจะเป็นเวลาที่ต้องรับประทานยาอีกครั้ง โปรดข้ามยาที่ลืมรับประทานเเล้ว รับประทานยาที่กำหนดตามปกติ อย่ารับประทานยาสองครั้งในเวลาเดียวกัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด  

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 7, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 7, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย