ซินทรอยด์ (Synthroid®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ซินทรอยด์ (Synthroid®) Brand Name(s): ซินทรอยด์ (Synthroid®).

ข้อบ่งใช้

ยาซินทรอยด์ (เลโวไทรอกซีน) ใช้สำหรับ

ยาซินทรอยด์ (Synthroid®) เป็นยาไทรอยด์ (thyroid medicine) ที่ช่วยทดแทนฮอร์โมนที่ตามปกติจะผลิตขึ้นโดยต่อมไทรอยด์เพื่อทำให้พลังงานภายในร่ายกายและกระบวนการเผาผลาญเป็นปกติ ยาเลโวไทรอกซีนจะใช้เมื่อต่อมไทรอยด์ไม่สามาถผลิตฮอร์โมนออกมาได้เพียงพอ

ยาซินทรอยด์ใช้เพื่อรักษาภาวะขาดไทรอยด์ (hypothyroidism) ยาซินทรอยด์ยังใช้เพื่อรักษาและป้องกันโรคคอพอก (goiter) หรือต่อมไทรอยด์โต ซึ่งอาจจะเกิดได้จากความไม่สมดุลของฮอร์โมน การฉายรังสีบำบัด (radiation treatment) การผ่าตัด หรือโรคมะเร็ง

วิธีการใช้ยาซินทรอยด์ (เลโวไทรอกซีน)

ใช้ยาซินทรอยด์ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยา ในบางครั้งแพทย์อาจจะเปลี่ยนขนาดยาของคุณ อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่แนะนำ

ยาซินทรอยด์จะทำงานได้ดีที่สุดหากรับประทานขณะท้องว่าง ครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนอาหารเช้า การดูดซึมยาเลโวไทรอกซีนจะเพิ่มขึ้นขณะท้องว่าง ควรทำตามคำแนะนำการใช้ยาของแพทย์และพยายามใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

หากเด็กใช้ยานี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีเด็กมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านน้ำหนัก ขนาดของยาเลโวไทรอกซีนนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของเด็ก และความเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อขนาดยาของลูกคุณได้

อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าที่ร่างกายของคุณจะเริ่มตอบสนองต่อยาซินทรอยด์ ควรใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าคุณจะรู้สึกเป็นปกติ คุณอาจจะจำเป็นต้องยาเลโวไทรอกซีนไปตลอดชีวิต

ขณะที่กำลังใช้ยาซินทรอยด์ คุณอาจจะต้องรับการตรวจทางการแพทย์เป็นประจำ โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ที่รักษาคุณทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้

การเก็บรักษายาซินทรอยด์ (เลโวไทรอกซีน)

ยาซินทรอยด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซินทรอยด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาซินทรอยด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซินทรอยด์ (เลโวไทรอกซีน)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณมีความตั้งใจหรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาซินทรอยด์ หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

เนื่องจากฮอร์โมนไทรอยด์สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติภายในร่างกาย แทบทุกคนสามารถที่จะใช้ยาซินทรอยด์ แต่คุณอาจจะไม่สามารถใช้ยานี้ได้หากคุณมีสภาวะบางอย่าง

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเพิ่งได้รับการฉายรังสีบำบัดโดยใช้ไอโอดี เช่นไอ-131 ( I-131)

ยาเลโวไทรอกซีนไม่เป็นที่คาดว่าจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยาซินทรอยด์ อย่าหยุดใช้ยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ การมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำในช่วงตั้งครรภ์นั้นอาจเป็นอันตรายต่อแม่และเด็ก ขนาดยาของคุณอาจจะแตกต่างไปในช่วงที่ตั้งครรภ์

ยาเลโวไทรอกซีนสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่แต่ไม่เป็นที่คาดว่าจะทำอันตรายต่อทารก โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังให้นมบุตร ขนาดยาของคุณอาจจะแตกต่างไปในช่วงที่กำลังให้นมบุตร

หลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้ที่อาจทำให้ร่างกายของคุณดูดซึมยาเลโวไทรอกซีนได้น้อยลง นมผงถั่วเหลืองสำหรับทารก กากเมล็ดฝ้าย (cotton seed meal) วอลนัท และอาหารที่มีใยอาหารสูง

อย่าใช้ยานี้กับเด็กโดยไม่ได้รับคำแนะนำทางการแพทย์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาซินทรอยด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด A โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาซินทรอยด์ (เลโวไทรอกซีน)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

  • ตะคริวที่ขา
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ปวดหัว
  • รู้สึกประหม่าหรือหงุดหงิด
  • ท้องร่วง
  • ผื่นผิวหนัง
  • ผมร่วงแบบไม่รุนแรง

โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • ปวดหน้าอก รู้สึกหายใจลำบาก
  • เป็นไข้ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก
  • รู้สึกหนาวผิดปกติ
  • อ่อนแรง
  • เหนื่อยล้า
  • นอนไม่หลับ
  • มีปัญหากับความจำ
  • รู้สึกซึมเศร้าหรือหงุดหงิด
  • ปวดเมื่อกล้ามเนื้อ
  • ผิวหรือผมแห้งเสีย
  • มร่วง
  • ประจำเดือนมีความเปลี่ยนแปลง
  • อาเจียน
  • ท้องร่วง
  • ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง
  • น้ำหนักลด

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซินทรอยด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาบางตัวอาจทำให้เลโวไทรอกซีนออกฤทธิ์น้อยลงถ้าหากรับประทานในเวลาเดียวกัน ถ้าหากมีความจำเป็นต้องรับประทานยาต่อไป ให้รับประทาน 4 ชั่วโมงก่อนหน้าหรือหลังจากรับประทานเลโวไทรอกซีน

  • แคลเซียมคาบอนเนต
  • คลอเรสไทรามีน, คอเลสติปอล
  • เฟอรัสซัลเฟต
  • ซูครัลเฟต
  • ดซเดียมโพลีสไตรีนซัลโฟเนต
  • ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมหรือแมกนีเซียม

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซินทรอยด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซินทรอยด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ความผิดปกติของต่อไทรอยด์ เรียกว่าต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (thyrotoxicosis)
  • โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) เคยมีลิ่มเลือด
  • โรคเบาหวาน อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาอินซูลินหรือยาสำหรับโรคเบาหวานแบบรับประทานขณะที่กำลังใช้ยาซินทรอยด์
  • ภาวะโลหิตจาง (Anemia)
  • โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือความหนาแน่นของต่ำ
  • ปัญหาเกี่ยวกับต่อมหมวกไต
  • โรคภูมิแพ้อาหารหรือยาใดๆ
  • ความผิดปกติของต่อมหมวกไต (adrenal gland disorder) ที่ไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมไม่ได้
  • โรคหัวใจวายหรือกำลังมีอาการของโรคหัวใจวาย (ปวดหน้าอกหรือรู้สึกหนัก อาการปวดแพร่ไปถึงกรามหรือไหล่ คลื่นไส้ เหงื่อออก รู้สึกป่วยทั่วไป)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซินทรอยด์ (เลโวไทรอกซีน) สำหรับผู้ใหญ่

ภาวะขาดไทรอยด์ปฐมภูมิในผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่มีการเจริญเติบโตและการเจริญพันธุ์สมบูรณ์

เริ่มต้นใช้ยาในขนาดยาทดแทนทั้งหมดสำหรับผู้ป่วยที่สุขภาพดีและไม่ใช่ผู้สูงอายุที่มีภาวะขาดไทอรยด์เป็ยระยะเวลาสั้นๆ (เช่นไม่กี่เดือน)

ค่าเฉลี่ยขนาดยาทดแทนทั้งหมดของยาซินทรอยด์คือประมาณ 1.6 ไมโครกรัม ต่อกก. ต่อวัน

ปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นในขนาด 12.5 ถึง 25 ไมโครกรัม ทุกๆ 4 ถึง 6 สัปดาห์จนกระทั่งต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะปกติ (euthyroid) และระดับเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์กลับมาเป็นปกติ

ในบางครั้งอาจต้องใช้ขนาดยามากกว่า 200 ไมโครกรัมต่อวัน

การตอบสนองที่ไม่เพียงพอต่อปริมาณในแต่ละวันที่มากกว่า 300 ไมโครกรัมต่อวันนั้นหาได้ยากและอาจจะบ่งบอกถึงการปฏิบัติตามที่ไม่ดี การดูดซึมผิดปกติ ปฏิกิริยาของยา หรือปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน

สำหรับผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจร่วมด้วยให้เริ่มต้นในขนาด 12.5 ถึง 25 ไมโครกรัมต่อวัน เพิ่มขนาดยาทุกๆ 6 ถึง 8 สัปดาห์ เท่าที่จำเป็น จนกระทั่งต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะปกติและระดับเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์กลับมาเป็นปกติ ขนาดยาทดแทนทั้งหมดสำหรับผู้สูงอายุอาจจะน้อยกว่า 1 ไมโครกรัมต่อวัน

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะขาดไทรอยด์มานาน ให้เริ่มต้นที่ขนาด 12.5 ถึง 25 ไมโครกรัมต่อวัน ปรับขนาดยาเพิ่มในขนาด 12.5 ถึง 25 ไมโครกรัมทุกๆ 2 ถึง 4 สัปดาห์จนกระทั่งต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะปกติ และระดับเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์กลับมาเป็นปกติ

ภาวะขาดไทรอยด์ทุติยภูมิหรือตติยภูมิ

เริ่มต้นใช้ยาในขนาดยาทดแทนทั้งหมดสำหรับผู้ป่วยที่สุขภาพดีและไม่ใช่ผู้สูงอายุ

เริ่มต้นใช้ยาในขนาดที่ต่ำกว่าสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดแฝง หรือผู้ป่วยที่มีภาวะขาดไทรอยด์มานานตามที่อธิบายไว้ด้านบน

ระดับเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์นั้นไม่ใช่ตัววัดที่น่าเชื่อถือสำหรับขนาดยาซินทรอยด์ที่เพียงพอในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดไทรอยด์ทุติยภูมิหรือตติยภูมิและไม่ควรใช้เพื่อเฝ้าสังเกตการรักษา

ใช้ระดับเซรั่มฟรี ที4 (serum free-T4 level) เพื่อเฝ้าสังเกตความเพียงพอของการรักษาในผู้ป่วยกลุ่มนี้

ปรับขนาดยาซินทรอยด์ตามคำแนะนำข้างต้นจนกระทั่งต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะปกติและระดับเซรั่มฟรี ที4นั้นกลับมาสู่ครึ่งบนของช่วงปกติ

ตั้งครรภ์

ภาวะขาดไทรอยด์ที่มีอยู่แล้ว

ขนาดยาซินทรอยด์ที่ต้องการอาจจะเพิ่มขึ้นเมื่อตั้งครรภ์

ควรตรวจวัดระดับของเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์และฮอร์โมนฟรี ที4 ให้เร็วที่สุดเมื่อยืนยันแล้วว่าตั้งครรภ์ และอย่างน้อยที่สุด ในช่วงแต่ละไตรมาสของการตั้งครรภ์

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะขาดไทรอยด์ปฐมภูมิ ให้รักษาระดับของเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ในช่วงอ้างอิงเฉพาะของไตรมาส

สำหรับผู้ป่วยที่ระดับเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์สูงกว่าช่วงอ้างอิงเฉพาะของไตรมาส ให้เพิ่มขนาดยาซินทรอยด์ไป 12.5 ถึง 25 ไมโครกรัม/วัน และวัดระดับเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ทุกๆ 4 สัปดาห์จนได้รับขนาดยาซินทรอยด์ที่คงที่และ ระดับของเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ช่วงอ้างอิงเฉพาะของไตรมาสอยู่ในช่วงปกติ

ลดขนาดยากลับมาสู่ขนาดยาก่อนตั้งครรภ์ในทันทีหลังจากคลอดบุตรและวัดระดับของเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ 4 ถึง 8 สัปดาห์เพื่อให้แน่ใจว่าขนาดยานั้นเหมาะสม

ภาวะขาดไทรอยด์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

ทำให้การทำงานของต่อมไทรอยด์กลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สำหรับผู้ป่วยที่มีสัญญาณและอาการของภาวะขาดไทรอยด์ในระดับปานกลางถึงรุนแรง ให้เริ่มใช้ยาซินทรอยด์ในขนาดยาทดแทนทั้งหมด (1.6 ไมโครกรัม ต่อกก. ต่อวัน)

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะขาดไทรอยด์ระดับเบา (ฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์น้อยกว่า 10หน่วยสากลต่อลิตร) ให้เริ่มที่ขนาด 1.0 ไมโครกรัม ต่อกก. ต่อวัน

ประเมินระดับของเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ทุกๆ 4 สัปดาห์และปรับขนาดยาซินทรอยด์จนกระทั่งระดับของเซรั่มฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ช่วงอ้างอิงเฉพาะของไตรมาสอยู่ในช่วงปกติ

การกดฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ (TSH Suppression) ในโรคมะเร็งไทรอยด์ที่มีการพัฒนาตัวเองได้ดี (Well-differentiated Thyroid Cancer)

ตามปกติแล้ว ฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์จะถูกกดให้ต่ำดว่า 0.1 หน่วยสากลต่อลิตร และมักจะต้องใช้ยาซินทรอยด์ในขนาดที่มากกว่า 2 ไมโครกรัม ต่อกก. ต่อวัน

แต่ในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกที่มีความเสี่ยงสูง เป้าหมายในการกดฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์นั้นอาจจะต่ำกว่านั้น

ขนาดยาซินทรอยด์ (เลโวไทรอกซีน) สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็ก – ภาวะขาดไทรอยด์แต่กำเนิดหรือเป็นในภายหลัง

ขนาดยาซินทรอยด์ต่อวันที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะขาดไทรอยด์นั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและความเปลี่ยนแปลงกับอายุ

เริ่มต้นใช้ยาซินทรอยด์เต็มขนาดยาต่อวันสำหรับผู้ป่วยเด็กส่วนใหญ่ เริ่มต้นใช้ยาในขนาดที่ต่ำกว่าสำหรับเด็กทารกแรกเกิด (0-3 เดือน) ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจล้มเหลวและเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะมีอาการอยู่ไม่สุข

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด เลโวไทรอกซีน โซเดียม (levothyroxine sodium) 300 ไมโครกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: เมษายน 8, 2019 | Last Modified: เมษายน 8, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย