ซิฟาซาน (Xifaxan)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ซิฟาซาน (Xifaxan) Brand Name(s): ซิฟาซาน (Xifaxan).

ข้อบ่งใช้

ยาซิฟาซาน (ไรฟาซิมิน) ใช้สำหรับ

ยาซิฟาซาน (Xifaxan®) เป็นยาปฏิชีวนะที่ต่อสู้กับอาการติดเชื้อแบคทีเรียทางลำไส้เท่านั้น

ยาไรฟาซิมิน (Rifaximin) จะทำงานแตกต่างจากยาปฏิชีวนะตัวอื่น เพราะมันส่งผ่านไปยังกระเพาะและลำไส้ของคุณ โดยไม่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพราะยาซิฟาซานรักษาเฉพาะระบบทางเดินลำไส้ มันจะไม่รักษาอาการติดเชื้อที่ส่วนอื่นของร่างกาย

ยาซิฟาซานใช้ในการรักษาโรคท้องเสีย ที่มีสาเหตุมาจากเชื้ออีโคไล (E. coli) ในผู้ใหญ่และเด็กวัยตั้งแต่ 12 ปี หลายคนมีอาการติดเชื้อนี้จากการรับประทานอาหาร หรือบริโภคของเหลว ที่มีการปนเปิ้อนแบคทีเรียอีโคไล

ยาซิฟาซานยังใช้รักษาโรคลำไส้แปรปรวน (irritable bowel syndrome) ในผู้ใหญ่ ซึ่งมีอาการหลักคือ ท้องร่วง

ยาซิฟาซานยังใช้เพื่อลดความเสี่ยงของประสิทธิภาพการทำงานของสมองที่ลดลง ในผู้ใหญ่ที่มีภาวะไตล้มเหลว ประสิทธิภาพการทำงานของสมองอาจได้รับผลกระทบ เมื่อตับหยุดทำงาน และไม่สามารถขับสารพิษออกจากร่างกาย

วิธีใช้ยาซิฟาซาน (ไรฟาซิมิน)

รับประทานยาซิฟาซานให้ครบตามที่หมอจ่ายให้ ปฏิบัติตามทุกคำแนะนำบนฉลากยา อย่ารับประทานยาตัวนี้ในขนาดที่มากหรือน้อยเกินไป หรือนานเกินกว่าที่หมอแนะนำ

คุณอาจรับประทานยาซิฟาซาน เพียงอย่างเดียวหรือพร้อมอาหาร

ใช้ยาตัวนี้เต็มระยะเวลาที่หมอจ่ายให้ อาการของคุณอาจดีขึ้นก่อนที่อาการติดเชื้อจะหายขาด การงดรับประทานยาอาจเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อที่ดื้อยาในอนาคต ยาซิฟาซานจะไม่รักษาการติดเชื้อทางไวรัส อย่างเช่น หวัดหรือจามทั่วไป

โทรหาหมอของคุณ หากอาการของคุณ ไม่ดีขึ้นหลังผ่านไป 24 ชั่วโมง หรือหากอาการทรุดลงในขณะที่ใช้ยาตัวนี้

ยาซิฟาซานไม่ได้รักษาโรคท้องร่วงจากแบคทีเรียทุกรูปแบบ

วิธีเก็บรักษายาซิฟาซาน (ไรฟาซิมิน)

ควรเก็บยาซิฟาซานไว้ในอุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากแสงแดดและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวยา ไม่ควรเก็บยาซิฟาซานในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง อาจมียาซิฟาซานหลายยี่ห้อที่ต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ควรตรวจสอบฉลากยาสำหรับคำแนะนำในการเก็บรักษา หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาซิฟาซาน ลงในชักโครก หรือทิ้งลงท่อระบายน้ำ นอกจากจะได้รับคำแนะนำเช่นนั้น เป็นเรื่องสำคัญในการทิ้งยาให้เหมาะสม เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ปรึกษากับเภสัชกรของคุณ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทิ้งยาของคุณอย่างไรให้ปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซิฟาซาน (ไรฟาซิมิน)

ก่อนใช้ยาตัวนี้ แจ้งหมอของคุณ ในกรณีดังต่อไปนี้

  • คุณตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร คุณควรรับประทานยาตัวนี้ตามคำแนะนำของหมอเท่านั้น หากคุณอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือมีแนวโน้มที่จะตั้งครรภ์
  • คุณกำลังรับประทานยาตัวอื่น รวมไปถึงยาใดๆ ก็ตามที่คุณกำลังรับประทาน ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาโดยไม่ต้องใช้ใบสั่ง อย่างเช่นสมุนไพรหรืออาหารเสริม
  • คุณมีอาการแพ้ต่อส่วนผสมที่ออกฤทธิ์และไม่ออกฤทธิ์ของยาซิฟาซาน หรือยาตัวอื่น
  • คุณมีโรค ความผิดปกติ หรืออาการทางการแพทย์อื่นๆ

คุณไม่ควรรับประทานยาซิฟาซาน หากคุณมีอาการแพ้ต่อยาไรฟาซิมิน (rifaximin) ยาไรฟาบูติน (rifabutin) ยาไรแฟมพิน (rifampin) หรือยาไรฟาเพนติน (rifapentine)

เพื่อให้แน่ใจว่ายาซิฟาซาน ปลอดภัยสำหรับคุณ บอกหมอของคุณ หากมีอาการ ได้แก่

  • โรคตับ
  • ท้องเสียร่วมกับภาวะมีไข้
  • ท้องเสียเป็นน้ำหรือเป็นเลือดปน

ไม่ทราบแน่ชัดว่ายาซิฟาซานจะทำอันตรายต่อเด็กในครรภ์หรือไม่ บอกหมอของคุณหากคุณตั้งครรภ์ หรือมีแนวโน้มที่จะตั้งครรภ์

ไม่ทราบแน่ชัดว่ายาไรฟาซิมิน ผ่านเข้าสู่น้ำนม หรือยาตัวนี้อาจทำอันตรายแก่เด็กแรกเกิดหรือไม่ คุณไม่ควรให้นมบุตรในขณะที่ใช้ยาตัวนี้

ยาซิฟาซานไม่ควรใช้กับเด็กวัยต่ำกว่า 12 ปี

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีงานวิจัยเพียงพอในผู้หญิง สำหรับการระบุความเสี่ยงเมื่อใช้ยาซิฟาซาน ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบตร โปรดปรึกษากับหมอของคุณทุกครั้ง เพื่อชั่งน้ำหนักถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ก่อนใช้ยาซิฟาซาน

ยาซิฟาซานมีดัชนีความปลอดภัยการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ประเภท C อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA)

ระดับความเสี่ยงของยาที่ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • A=ไม่มีความเสี่ยง
  • B=ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น
  • C=อาจมีความเสี่ยง
  • D=มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X=ห้ามใช้
  • N=ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาซิฟาซาน (ไรฟาซิมิน)

เข้ารับความช่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ทันที หากคุณมีสัญญาณของปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อยาซิฟาซา เช่น โรคลมพิษ หายใจติดขัด อาการบวมที่หน้า ริมฝีปาก ลิ้นหรือคอ

หยุดใช้ยาซิฟาซาน และแจ้งหมอของคุณทันที หากมีอาการต่อไปนี้ ได้แก่

  • ปวดท้องรุนแรง ถ่ายออกมาเป็นน้ำหรือเป็นเลือด
  • เป็นไข้
  • น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใบหน้าและลำตัว

ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบ ได้แก่

  • อาการบวมที่มือ เท้าหรือลำตัวของคุณ
  • อาการปวดหัว เวียนหัว
  • รู้สึกเหนื่อย
  • ผลการตรวจประสิทธิภาพทำงานของตับที่ผิดปกติ

ไม่ใช่ทุกคนจะพบผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงบางอาการที่ไม่มีอยู่ด้านบน หากคุณมีความกังวลใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ

ปฏิกิริยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซิฟาซานอาจทำปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาของยา คุณควรจดรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ (ทั้งยาที่ต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ ยาที่ซื้อเอง และสมุนไพร) มาให้หมอและเภสัชกรของคุณดู เพื่อความปลอดภัยของคุณอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนปริมาณยาใดๆ โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากหมอ

ยาตัวอื่นที่อาจทำปฏิกิริยากับยาตัวนี้ ได้แก่

  • ยาไซโครสพอรีน (Cyclosporine)
  • ยาโลพินาเวีย (Lopinavir) และ ยาริโทนาเวีย (Ritonavir)
  • ยาปฏิชีวนะอะซิโทรไมซิน (azithromycin) ยาคลาริโทรมายซิน (clarithromycin) ยาอิริโทรมายซิน (erythromycin)
  • ยาต้านเชื้อรา ยาไอตราโคนาโซน (itraconazole) ยาคีโตโคนาโซน (ketoconazole)
  • ยาความดันโลหิตและหัวใจ ยาอะมิโอดาโรน (amiodarone) ยาแคปโตพริล (captopril) ยาคาร์วิไดรอล (carvedilol) ยาดิลไทอะเซม (diltiazem) ยาโดรเนดาโรน (dronedarone) ยาเฟโลดิพิน (felodipine) ยาควินิดิน (quinidine) ยาราโนลาซีน (ranolazine) ยาเวราพามิล (verapamil)

ปฏิกิริยาต่ออาหารและแอลกอฮอล์

ยาซิฟาซานอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาหมอหรือเภสัชกรของคุณ ถึงปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ก่อนใช้ยาตัวนี้

ปฏิกิริยาต่ออาการโรค

ยาซิฟาซานอาจทำปฎิกิริยากับอาการโรคของคุณ โดยอาจทำให้อาการโรคของคุณทรุดลง หรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะบอกให้หมอและเภสัชกรรู้ถึงอาการโรคที่คุณกำลังเป็น

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกรของคุณทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนการใช้ยาซิฟาซาน (ไรฟาซิมิน)

ขนาดยาซิฟาซาน (ไรฟาซิมิน) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคท้องร่วง

รับประทานครั้งละ 200 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3 วัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมองเสื่อมจากโรคตับ (Hepatic Encephalopathy)

รับประทานครั้งละ 550 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

โรคลำไส้แปรปรวนที่เกิดจากอาการท้องร่วง

ขนาดยาที่แนะนำคือรับประทานครั้งละ 1 เม็ด ขนาดเม็ดละ 550 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 14 วัน ผู้ป่วยที่พบกับการกำเริบของอาการสามารถกลับมารักษาได้โดยเพิ่มเกณฑ์การให้ยาเดิมเป็นสองเท่า

ขนาดยาซิฟาซาน (ไรฟาซิมิน)สำหรับเด็ก

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่เป็นโรคท้องร่วง

วัย 12 ปีขึ้นไป: รับประทานครั้งละ 200 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3 วัน

รูปแบบของยา

ยาซิฟาซานมีให้เลือกใช้ในรูปแบบและฤทธิ์ยาดังต่อไปนี้ ได้แก่

  • ยาเม็ด: ไรฟาซิมิน 550 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด แจ้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นหรือไปยังห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาซิฟาซาน กลับมาใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ยาครั้งต่อไป ข้ามยามื้อที่ลืม และใช้ขนาดยาตามกำหนดการเดิม อย่าเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กรกฎาคม 17, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 17, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย